อธิบดีอัยการต่างประเทศ ฟอร์มทีมขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน”บอส”ตั้งรองอธ.คุม แง้มไม่ลืม”ทักษิณ”-“เณรคำ”

28.04.17 | 18:04 น.

เมื่อวันที่ 28 เมษายน นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ เปิดเผยถึงขั้นตอนหลังศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทผู้ก่อตั้งเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ผู้ต้องหาหลบหนีคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายฯ ว่า เมื่อมีหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ตำรวจก็ต้องตามจับผู้ต้องหา หากผู้ต้องหาอยู่ในราชอาณาจักรก็สจับได้เลย แต่หากกรณีมีข้อมูลหรือหลักฐานว่าตัวผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ต่างประเทศต้องทำเรื่องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยตำรวจจะต้องสอบสวนว่าผู้ต้องหาพำนักอยู่ที่ใด ซต้องมีหลักฐานเป็นเอกสารทางราชการว่าตัวผู้ต้องหาออกจากด่านสุวรรณภูมิวันใด อย่างที่เคยปรากฏตามสื่อว่าผู้ต้องหาเดินทางไปสิงคโปร์ ก็ต้องไปดูว่าเป็นวันใด และออกจากสิงคโปร์ไปยังประเทศอังกฤษเมื่อใด และปัจจุบันยังไม่มีหนังสือว่าออกจากประเทศอังกฤษ จึงน่าเชื่อว่าจะยังอยู่ที่ประเทศอังกฤษหรือไม่ เป็นหนังสือมา และตำรวจก็จะนำหลักฐานคำสั่งฟ้องของอัยการที่อัยการสูงสุดสั่งฟ้องก็ถือว่าหลักฐานครบถ้วนแล้วสามารถส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งกองการต่างประเทศก็จะมีการแปล สมบูรณ์แล้วก็จะส่งมายังตนเพื่อพิจารณา ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน และสนธิสัญญาไทยกับอังกฤษ ซึ่งเรื่องนี้เข้าเกณฑ์อยู่แล้ว เพราะเป็นความผิดอาญาที่ไม่ใช่ความผิดเกี่ยวกับการเมืองหรือการทหาร ซึ่งเมื่อหากหากครบเงื่อนไขแล้วในส่วนของตนคิดว่าภายในหนึ่งสัปดาห์ก็สามารถออกหนังสือส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ แล้วก็ทำเรื่องส่งไปที่กระทรวงการต่างประเทศ

โดยที่กระทรวงการต่างประเทศจะพิจารณาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอังกฤษ ว่าจะต้องมีการขอไปอย่างไร และเรื่องนี้ก็จะส่งไปที่ โฮห์ม ออฟฟิค ทางการของอังกฤษ เทียบกับบ้านเราคือกระทรวงมหาดไทย รับเรื่องไว้พิจารณาตามเงื่อนไขของสนธิสัญญาและกฎหมายภายในของประเทศอังกฤษ ว่าเป็นความผิดของทั้ง 2 รัฐหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ตนยืนยันว่าเป็นความผิดทั้งของทั้ง 2 รัฐ เนื่องจากเคยมีการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนกันมาเมื่อปี 2555 ส่วนทางอังกฤษจะใช้เวลาพิจารณานานแค่ไหน ตอบไม่ได้ แต่หากเขาต้องการหลักฐานเพิ่มเติมก็จะส่งให้ เะสนับสนุนหลักฐานที่ทางการอังกฤษอยากได้ทุกอย่าง และถ้าเห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอ ทางการอังกฤษก็จะยื่นคำร้องขอให้ศาลอังกฤษออกหมายจับ และหากผู้ต้องหายังอาศัยอยู่ก็จะต้องถูกจับกุมตัวไป และขึ้นศาลพิจารณาคดีเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนว่าตัวผู้ต้องหาจะยอมกลับหรือไม่ และถ้าไม่ยอมกลับมีเหตุเพราะอะไร

เมื่อถามต่อว่า ที่ผ่านมาเคยขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศอังกฤษสำเร็จหรือไม่นายอำนาจ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทยกับอังกฤษมีที่ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ต้องบอกว่าแต่ละคดีมีข้อเท็จจริงไม่เหมือนกัน ตามสถิติที่ผ่านมา อังกฤษขอผู้ร้ายข้ามแดนจากไทยนับสิบคน ส่วนเรามีการขอไป 5-6 ราย ซึ่งบางเรื่องก็อยู่ระหว่างการดำเนินการ ต้องใช้เวลา

นายอำนาจ กล่าวว่า คณะทำงานเารขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนในคดีนี้จะมีประมาณ 4-5 คน จะเป็นผู้ที่เคยมีประสบการณ์ทำงานเรื่องการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศอังกฤษมาก่อน โดยจะมีระดับรองอธิบดีเป็นหัวหน้าคณะทำงาน มั่นใจว่าถ้ามีหลักฐานจากทางตำรวจครบ สามารถทำได้เลย

“ก็จะมีการตามเรื่อง ต้องการหลักฐานอะไรเราก็ส่ง เพราะอยู่ดีๆ เขาก็จะแจ้งมาเลยว่าพิจารณาแล้ว เราจะไม่ทราบล่วงหน้า พอเขาแจ้งเราเขาก็ออกหมายจับเลย บางทีเขาไม่ได้บอกล่วงหน้าเพราะกลัวผู้ต้องหาจะหนี คือช่วงระหว่างพิจารณาว่าจะได้ไม่ได้ ไม่มีใครทราบ เพราะอยู่ๆ เขาอาจจะพิจารณาและเห็นว่าคำขอคุณใช้ได้ก็ออกหมายจับ จะเป็นความลับ เพราะเดี๋ยวมีปัญหาในช่วงเกี่ยวกับการปฏิบัติการตามกระบวนการได้”นายอำนาจกล่าว

Advertisement

เมื่อถามถึงจำเลยและผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีคดีรายอื่น เช่น นายทักษิณ ชินวัตร จำเลยคดีทุจริตฯ และนายวิรพล สุขผล หรือเณรคำ ผู้ต้องหาคดีพรากผู้เยาว์ นายอำนาจ กล่าวว่า กรณีของเณรคำมีการออกหมายจับและเข้าสู่กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว ขณะนี้เณรคำกำลังสู้คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนอยู่ที่ต่างประเทศ ส่วนนายทักษิณนั้นมีคำขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนทุกประเทศตามที่มีการแจ้งมา

เมื่อถามถึงกรณีของนายทักษิณมีการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปกี่ประเทศ และมีประเทศใดบ้าง นายอำนาจ กล่าวว่า มีหลายประเทศที่เราส่งไป ตอนนั้นที่มีข่าวว่าไปยังประเทศใดบ้างเราก็ส่งไปทุกประเทศ แต่บางเรื่องก็ยังไม่มีการตอบรับผลมา บางเรื่องก็มีการปฏิเสธมา โดยอ้างเหตุลักษณะเป็นการเมือง แต่ยังขออนุญาตไม่ตอบว่าเป็นประเทศไหน อะไรบ้าง แต่เราก็ยังยืนยันว่ายังมีการติดตามตัวอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหมายจับ นาย วรยุทธ ผู้ต้องหา ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ออกไว้ เลขที่ 138/2560 ลงวันที่ 28 เมษายน ในข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและข้อหา หลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ และแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ นั้นมีอายุความ ติดตามจับกุมนาย วรยุทธ ให้ได้ภายใน อายุความที่จะสิ้นสุดในวันที่ 3 กันยายน2570