โฆษกศาลกางกฎหมายแจง เหตุศาลลงโทษหญิงขับบีเอ็มชนตาย 3 ศพ โดนโทษจำคุกแค่ 4.7 ปี เผยศาลลงโทษสูงเกินกึ่งนึงที่กฎหมายกำหนดแถมเพิ่มโทษ แต่จำเลยรับสารภาพจึงเป็นเหตุลดโทษ แม้บรรเทาผลร้ายแต่ก็ไม่รอลงอาญา
จากกรณีศาลจังหวัดชุมพรพิพากษาจำคุก น.ส.จิรันธนิน หรือแพน คนขับรถ BMW สีดำ พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ โดยทั้งหมดเป็นแม่ลูกกัน เหตุเกิดใน อ.เมือง จ.ชุมพร เมื่อค่ำวันที่ 27 พ.ย.67 โดยศาลพิพากษาจำคุก 9 ปี 2 เดือน แต่จำเลยรับสารภาพ จึงลดโทษเหลือ 4 ปี 7 เดือน โทษจำคุกไม่รอลงอาญา ปรับ 500 บาท พร้อมริบรถยนต์ของกลาง ส่วนคดีแพ่ง จำเลยตกลงจะจ่ายเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนรวม 5.5 ล้านบาท โดยวางเงิน 300,000 บาทที่ศาลในวันดังกล่าว อีก 200,000 บาทจะจ่ายสิ้นเดือน ต.ค.2568 ส่วนที่เหลืออีก 5 ล้านบาท ขอผ่อนชำระภายในระยะเวลา 8 ปีนั้น
เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า 1.คดีนี้พนักงานอัยการเป็นโจทก์ โดยมีสามีและบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายทั้งสามเป็นโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมเรียกค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 24,205,000 บาท
- คุก 9 ปี 2 เดือน หญิงขับบีเอ็มชนแม่ลูก 3 ศพ ลดโทษเหลือ 4 ปี 7 เดือน สั่งเยียวยา 5.5 ล้าน
- เปิดนาทีระทึก สาวซิ่งบีเอ็ม ความเร็ว 200 พุ่งชน 3 แม่ลูกดับ พบไม่มีใบขับขี่
- กู้ภัยเล่านาที สาวซิ่งบีเอ็มมิดไมล์ ชนแม่ลูก 3 ศพ มีหญิงสูงวัยร่ำไห้ถามหาแมว
- กล้องหน้ารถชัด สาวซิ่งบีเอ็ม 207 กม. ชน 3 แม่ลูกดับ ตร.แจง มามอบตัว จึงไม่ได้นำขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา
2.จำเลยและผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วม ตกลงกันทำสัญญาประนีประนอมยอมความชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งจำเลยจะเยียวยาค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจำนวน 5,500,000 บาท โดยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ชำระแล้วจำนวน 300,000 บาท และเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ชำระอีกจำนวน 200,000 บาท ส่วนที่เหลืออีกจำนวน 5 ล้านบาทจะผ่อนชำระให้ไม่น้อยกว่าเดือนละ 30,000 บาทเข้าบัญชีธนาคารของโจทก์ร่วม
3.คดีนี้ เดิมจำเลยให้การปฏิเสธบางข้อหา โดยอ้างว่าผู้ตายมีส่วนประมาทร่วม ต่อมาถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้องของโจทก์
4.หลังเกิดเหตุบริษัท ฟอลคอลประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่จำเลยขับ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ร่วมแล้ว 4,500,000 บาท
5.คดีนี้ศาลจังหวัดชุมพรสั่งให้พนักงานคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรมสืบเสาะและพินิจจำเลย (คือกระบวนการสืบค้นข้อมูลส่วนตัวของจำเลย เช่น ประวัติด้านต่างๆ รวมถึงประวัติด้านการศึกษา อาชีพ การประทำความผิด พฤติกรรมส่วนตัว การชดใช้เยียวยา ซึ่งจะสอบข้อมูลจากผู้เสียหายด้วย) เพื่อนำมาประกอบการทำคำพิพากษา
6.ศาลจังหวัดชุมพรมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2) (4) (8), 43 ทวิ วรรคหนึ่ง, 78 วรรคหนึ่ง, 157, 157/1 วรรคสองและวรรคห้า, 158/1 วรรคสอง, 160 วรรคหนึ่ง, 160 ตรี วรรคสี่ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 42 วรรคหนึ่ง, 64 ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 104, 162
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน, ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ฐานขับรถโดยประมาท, ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ฐานขับรถในลักษณะที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น, ฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่ความผิดฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเป็นบทหนักมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
จำคุก 6 ปี โดยให้เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 160 ตรี/2 วรรคสองด้วย เป็นจำคุก 9 ปี, ฐานขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแล้วไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ให้จำคุก 2 เดือน, ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ให้ปรับ 1,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย คงจำคุก 4 ปี 6 เดือน, ฐานขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแล้วไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานตำรวจคงจำคุก 1 เดือน, ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตคงปรับ 500 บาท รวมจำคุก 4 ปี 7 เดือน และปรับ 500 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้วเห็นว่าภายหลังเกิดเหตุจำเลยชำระค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ร่วมแล้วเป็นเงิน 650,000 บาท แม้เป็นจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับความเสียหายที่โจทก์ร่วมได้รับ แต่การที่จำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ร่วม 5,500,000 บาท ถือได้ว่าจำเลยได้พยายามบรรเทาความเสียหายให้แก่โจทก์ร่วม ซึ่งนับเป็นการรู้สำนึกในการกระทำผิด จึงได้นำมาประกอบการกำหนดโทษจำเลยให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว
แต่การที่จำเลยขับรถด้วยความประมาท ใช้ความเร็วสูง ทั้งเป็นการขับในขณะเมาสุรากับมีสารเสพติดเมทแอมเฟตามีนอยู่ในร่างกาย อันเป็นการขาดสำนึกและขาดความรับผิดชอบต่อผู้ร่วมใช้ถนน จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ทำให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายถึง 3 คน ภายหลังเกิดเหตุจำเลยยังหลบหนี ไม่หยุดให้การช่วยเหลือ พร้อมทั้งแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียง
พฤติการณ์แห่งคดีนับเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีเหตุรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ริบของกลางคือรถยนต์ BMW หมายเลขทะเบียน กจ 44 นครศรีธรรมราช
7.อนึ่ง ฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 ทวิ วรรคหนึ่ง, 157/1 วรรคห้า กฎหมายกำหนดอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี
8.ภายหลังจากอ่านคำพิพากษาแล้ว เนื่องจากศาลลงโทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษ จำเลยจึงใช้สิทธิยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ซึ่งสอบถามโจทก์ร่วมแล้วไม่คัดค้านการขอให้ปล่อยชั่วคราวของจำเลย
ศาลจังหวัดชุมพรจึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวได้ โดยให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับติดตามตัว (EM) กำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ หากมีการเปลี่ยนหรือย้ายที่อยู่อาศัยต้องแจ้งให้ศาลทราบ และให้เรียกหลักประกันวงเงิน 150,000 บาท เมื่อมีการติดอุปกรณ์ EM และวางเงินตามจำนวนที่ศาลกำหนดแล้ว
จำเลยจึงได้รับการปล่อยชั่วคราวไปในวันนี้เพื่อใช้สิทธิในการอุทธรณ์ต่อไป ซึ่งการอุทธรณ์นั้นมิได้เป็นสิทธิเฉพาะในส่วนของจำเลยอย่างเดียว หากโจทก์หรือโจทก์ร่วมยังไม่เห็นด้วยกับผลคำพิพากษาก็สามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ได้เช่นเดียวกัน

