ผบ.ตร.ฮึ่ม ใครพูดให้ร้ายองค์กรตำรวจ ต้องรับผิดชอบ ลั่นอย่าทำร้ายบ้านตัวเอง

6.11.25 | 14:17 น.

ผบ.ตร. ไม่ขอเอ่ยชื่อ หลังบอกองค์กรตำรวจถูกโจมตี ชี้พูดอะไรต้องรับผิดชอบ ฝากถึงอดีตคนบ้านปทุมวันอย่าทำร้ายบ้านตัวเอง

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.​กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธ ภายหลังการกล่าวถึงแนวนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์​ โดยมีช่วงหนึ่งกล่าวถึงการถูกโจมตีจากคนนอกทำนองว่า “องค์กรตำรวจ” เป็นศูนย์รวมอาชญากรรมขนาดใหญ่​ หมายถึง กรณีที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์​ หักพาล​ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือไม่​ โดยพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า​ ตนไม่ขอตอบอะไรดีกว่า​

เมื่อถามต่อว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกมาพูดรายวัน​ เหมือนเป็นการแค้นส่วนตัวภายในองค์กรตำรวจหรือไม่ พล.ต.อ.​กิตติ์รัฐ หัวเราะก่อนตอบว่า ตนไม่ขอเอ่ยชื่อใคร​ ส่วนจะแค้นหรือไม่แค้น​ มีอะไรที่จะพูดรายวันก็พูดไป​ พวกเราเป็นตำรวจมีหน้าที่ก้มหน้าก้มตาทำงานดีกว่า

เมื่อถามถึง กรณีที่มีอดีตนายตำรวจบางคนไม่พอใจและไปยื่นหนังสือ เพราะมองว่าการออกมาแชร์ข้อมูลในลักษณะนี้เป็นการทำลายองค์กรตำรวจ พล.ต.อ.​กิตติ์รัฐ กล่าวว่า อย่างที่ตนบอก บางประโยคหรือคำพูดที่ออกมาต้องรับผิดชอบ เพราะอาจจะกระทบกับความรู้สึกในจิตใจของข้าราชการตำรวจที่รับราชการอยู่ หรือนอกราชการอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสิทธิของแต่ละคนที่จะแสดงความคิดเห็น หรือแสดงสิทธิตามกฎหมาย ตนมีหน้าที่ต้องอดทน ขอก้มหน้าก้มตาทำงานดีกว่า

เมื่อถามว่าการที่องค์กรตำรวจถูกโจมตีเช่นนี้ จะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีหรือไม่ เพื่อทำให้เป็นกรณีตัวอย่าง พล.ต.อ.​กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนขอไปพิจารณา แต่จริงๆ แล้วคิดว่า อยากให้แต่ละคนได้มีหิริโอตัปปะ มีธรรมะของตัวเอง พวกตนเป็นตำรวจ คนที่ทำงานที่ดีก็มี เรามีหน้าที่ทำงานเพื่อประชาชน เสียงสะท้อนต่างๆ มีจากทั้งฝั่งสนับสนุนและจากอีกฝั่ง แต่ตนไม่ต้องการแฟนคลับ ต้องการทำงานและไม่ต้องการมายืนแบบนี้ด้วย แต่อยากให้ตำรวจทุกนายทำงาน มุ่งมั่นแก้ไขปัญหา เรื่องสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์​ที่หลอกลวงซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ทำหน้าที่ป้องกัน​ ปราบปราม​ สืบสวนสอบสวน​ ช่วยเหลือ​ แต่ใครที่แอบแฝงอยู่วงการของเรา ขอให้ออกมา​ ตนเอาเรื่องทั้งหมด​

Advertisement

แต่ตอนนี้คนที่ทำงานจะรู้สึกอย่างไร เขาทำงานเสียสละ เป็นสโตรกจนล้ม​นอนติดเตียง​ บางคนไปทำงานรบต่อสู้พิการขาขาด ก่อนตั้งคำถามย้อนกลับว่าคนเหล่านั้นเป็นสแกมเมอร์หรือ ตนมองว่าไม่เป็นธรรมกับคนที่เป็นตำรวจดี คนไม่ดีก็ขอหลักฐานมา​ ตนก็ดำเนินการตามกฎหมาย​ได้​ คนทำผิดก็มีความชัดเจนแล้วในหลายกรณี ทั้งให้ออกจากราชการ​ เอาผิดอาญา​ และเอาผิดทางวินัย​ ตนคิดว่าเรื่องนี้ขอถือความสงบในใจเป็นหลัก ยิ่งนายกรัฐมนตรีเปิดเวทีบันทึกความเข้าใจ ตนก็รู้สึกดีใจอย่างมาก เพราะเวลาเราทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันปราบปราม สืบสวนสอบสวน เรามีความจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ต้องประสานจับมือให้แน่น ซึ่งการป้องกันที่นายกรัฐมนตรีได้บอกว่าเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และต้องตรวจสอบ ก่อนการโอนเงินในบัญชีธนาคารออนไลน์

นอกจากนี้พล.ต.อ.​กิตติ์รัฐ ยังกล่าวว่า ฝากไปถึงคนนอกที่อยู่ในบ้านปทุมวัน​ ว่า​ นี่คือบ้านเรา นี่คือสิ่งที่เคยให้ที่พำนัก ให้ที่อยู่ให้ที่กิน ให้เงินเดือน ให้อาชีพเรา ตนเองก็เติบโตมาจากครอบครัวเล็กๆ พ่อเป็นตำรวจ ยิ่งพ่อเป็นตำรวจเราต้องเข้าใจตำรวจ เราจะพูดอะไรหรือคิดอะไร ต้องเข้าใจพื้นฐานตำรวจ เป็นสถาบันเป็นองค์กรที่ฝึกฝนเรามา ตนเติบโตมาจากครอบครัวที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความเมตตากตัญญู และตนเติบโตมาจากโรงเรียนเตรียมทหาร ที่สอนให้ตนมีวินัยซื่อสัตย์รักชาติ รักสถาบัน และมีความเป็นทหารอยู่ในตัว

และตนได้ถูกฝึกอบรมจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ วินัยตำรวจ วินัยทหาร อุดมคติของตำรวจ ปลูกฝังอยู่ในความคิดของตน และความคิดของตนคือประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้อะไรกับเราจนเกษียณ เราพ้นราชการไปให้สวัสดิการเราอย่างไร เราต้องสำนึกต่อบุญคุณที่องค์กรนี้ให้มา การกล่าวหาต่อองค์กร เป็นเรื่องที่ร้ายแรงและรุนแรง กระทบต่อความรู้สึกและจิตใจของตำรวจทั้งประเทศ ตำรวจท่านใดจะแสดงความคิดเห็นเช่นไร ในการรับราชการอยู่ต่อ ก็เป็นเรื่องส่วนตัว แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ต้องมีการหารือกันว่าเรื่องนี้จะกระทบและมีการดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร คงต้องหารือกันก่อน แต่ขอเรียนว่า ไม่ว่าจะเป็นคำพูด ความเห็นตำหนิ เปิดเผย เรารับมาทั้งหมด และจะปรับปรุงตัวเองเพื่อเดินหน้า ทำงานให้เกิดความสำเร็จ ในภัยคุกคามที่เกิดขึ้นนี้ให้ได้ ส่วนอะไรที่รุนแรงไป มันเป็นคำพูด คนพูดก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น