จับ ชายไนจีเรีย ร่วม 5 คนไทย ปลอมโปรไฟล์ฝรั่งหน้าตาดี หลอกเหยื่อโอน 114 ล้าน

7.11.25 | 14:02 น.

ตำรวจ ปอท. เปิดปฏิบัติการ Romance 114 ทลายเครือข่ายโรแมนซ์สแกม จับกุมชาวไนจีเรีย พร้อมเครือข่ายคนไทยรวม 6 ราย หลังใช้โปรไฟล์ฝรั่งหน้าตาดี หลอกเงินเหยื่อสูญกว่า 114 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. สั่งการ พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไหวดี ผกก.3 บก.ปอท. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.3 บก.ปอท. เปิดปฏิบัติการ Romance 114 เข้าตรวจค้นหลายจุดในพื้นที่ กทม. และ จ.ชลบุรี เพื่อทลายเครือข่ายแก๊งโรแมนซ์สแกม หลอกลวงเงินเหยื่อ ก่อนสามารถจับกุมผู้ต้องหาขบวนการดังกล่าวได้จำนวน 6 ราย

ประกอบด้วย น.ส.วริศรา อายุ 20 ปี นายเฉลิมชัย อายุ 23 ปี น.ส.ผาณิตา อายุ 31 ปี นายเอ็มมาดูอา บูชุกอู (Mr.MMADUA BUCHUKWU) หรือ นายบอนซี อายุ 31 ปี สัญชาติไนจีเรีย น.ส.เกศินี อายุ 28 ปี และ น.ส.ศริยา อายุ 40 ปี โดยทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ทุจริต หรือ หลอกลวง โดยการร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, สมคบฟอกเงินและ ร่วมกันฟอกเงิน พร้อมยึดทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการกระทำผิดอีกหลายรายการรวมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าร้องขอความช่วยเหลือตำรวจ กก.3 บก.ปอท. หลังถูกแก๊ง Romance Scam สร้างแอคเคาท์ปลอมในสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการใช้รูปภาพชาวต่างชาติหน้าตาดีเข้ามาทำทีตีสนิท ก่อนหลอกลวงให้โอนเงินกว่า 114 ล้านบาท หลังรับเรื่องเจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส

กระทั่งทราบว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ และ แบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นแบบแผน โดยมี บอสใหญ่ชาวไนจีเรีย คอยสั่งการจากต่างประเทศ ผ่านนายเอ็มมาดูอาชาวไนจีเรีย และ น.ส.ผาณิตา ภรรยาชาวไทย ที่คอยเป็นผู้ประสานกับกลุ่มผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆในประเทศไทย และ คอยจัดหาบัญชีม้าสำหรับรับโอนเงิน

Advertisement

ทั้งนี้เมื่อสามารถหลอกเหยื่อให้โอนเงินมาให้ได้แล้ว บอสใหญ่ จะสั่งการมายัง นายเอ็มมาดูอา และ ภรรยา ให้ว่าจ้าง น.ส.วริศรา กับ นายเฉลิมชัย ไปตระเวนถอนเป็นเงินสดออกมา แล้วนำมาส่งมอบให้ น.ส.ผาณิตา ตามจุดนัดหมายต่างๆ จากนั้น น.ส.ผาณิตา ก็จะนำเงินทั้งหมดที่ได้ส่งต่อให้กับ นายเอ็มมาดูอา เพื่อนำไปแลกเป็นเงินไนจีเรีย แล้วโอนต่อไปยังบัญชีธนาคารของ นายชินิเน่ คอลลิน ชาวไนจีเรีย และ น.ส.ศริยา กับ น.ส.เกศินี สองภรรยา เพื่อแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิตอล หรือ คริปโท ก่อนโอนต่อไปยังปลายทางไนจีเรีย

โดยแต่ละครั้งที่มีการถอนเงินผู้ต้องหาทั้งหมด จะได้รับเงินส่วนแบ่งจากบอสใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 3-4 ของจำนวนเงินที่ถอนในแต่ละครั้ง ซึ่งเมื่อปรากฎพบหลักฐานการกระทำผิดแน่ชัดเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด จนนำมาสู่การเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 6 ราย พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินต่างๆรวมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาทไว้ เป็นของกลางดังกล่าว คงเหลือเพียง นายชินิเน่ คอลลิน ที่ไหวตัวทันขิงหลบหนีออกนอกประเทศไปได้ก่อน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทั้งหมดให้การรับสารภาพ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป