จเรตร. ชี้ ชุดสอบคดีเว็บพนันชนนพัฒฐ์ บกพร่อง-ข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่ ผบก.สงขลา สั่งยุติฟันผิดวินัย

7.11.25 | 23:31 น.

จตช.ชี้ชุดสอบสวนคดีเว็บพนัน ‘สส.ชนนพัฒฐ์’ บกพร่อง เร่งรีบ-ข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่ ผบก.สงขลา สั่งยุติ-แค่ว่ากล่าวตักเตือน

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ที่รายงานต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 กรณี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ร้องเรียนขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงคณะพนักงานสอบสวนคดีเว็บพนันออนไลน์ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่มีผู้ต้องหาคือ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคกล้าธรรม กับพวก

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ จตช. ได้รวบรวมพยานเอกสารและบันทึกถ้อยคำพยานบุคคล 10 ปาก โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้คณะพนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้อง นายชนนพัฒฐ์ กับพวกในความผิดตามที่ถูกกล่าวหาถูกต้องแล้ว

แต่กรณีการสอบสวนเพิ่มเติม พ.ต.ต.ประชิต ทิพมณี ผู้กล่าวหา และ ร.ต.อ.นวพล ลื่อดิลกวัฒนา พยาน อย่างเร่งรีบ ตามที่ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ร้องขอความเป็นธรรมนั้น เป็นไปอย่างสั้นๆ ไม่ชัดเจน คลุมเครือ และไม่มีพยานหลักฐานใดๆ ประกอบคำให้การ พนักงานสอบสวนไม่ได้สอบสวนให้ชัดเจน สิ้นกระแสความ ประกอบกับ พ.ต.ต.ประชิต และ ร.ต.อ.นวพล ยืนยันว่า การสอบปากคำเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ที่ บก.น.7 บช.น. เป็นไปอย่างเร่งรีบ เพื่อให้ พ.ต.ท.พิเชษฐไชย เดินทางไปสนามบินดอนเมืองให้ทัน

ต่อมาพบว่า วัน เวลา และสถานที่ที่บันทึกในคำให้การเพิ่มเติมคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง โดยในเอกสารระบุวันที่ 24 มิถุนายน 2565 สถานที่เป็น สภ.เมืองสงขลา ซึ่งแตกต่างจากความเป็นจริง คำให้การเพิ่มเติมมีข้อความกำกวม ไม่ชัดเจน อาจทำให้ผู้ที่อ่านเข้าใจหลงผิดในประเด็นการสืบสวนสอบสวนได้

Advertisement

คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่ พนักงานสอบสวนบกพร่อง ขาดความรอบคอบในการสอบสวนหลักฐานในคดี สอบสวนไม่สิ้นกระแสความ และเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร.ที่ 419/2556 (มาตรการการควบคุม ตรวจสอบ และเร่งรัดการสอบสวน)

คณะกรรมการ จตช. มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ข้าราชการตำรวจมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัย โดยแยกพิจารณาใน 2 คดีอาญาหลัก ดังนี้ :

1.คดีอาญา สภ.เมืองสงขลา ที่ 352/2565 : คณะพนักงานสอบสวน 4 นาย ประกอบด้วย พ.ต.อ.ภูวรา แก้วพารัตน์, พ.ต.ท.พิเชษฐไชย หนูผุด, พ.ต.ท.อเสก สีแก้วเขียว และ พ.ต.ท.จตุพลพัฒช์ ปุณยมนตรี มีกรณีบกพร่องอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัย

2.คดีอาญา สภ.หาดใหญ่ ที่ 1010/2565 : ร.ต.อ.เดชาวัต มากคำ พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ และ พ.ต.ท.โชคทวี จันทร์ทองอ่อน ผู้บังคับบัญชา มีกรณีบกพร่องอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัย

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงเสนอรายงานผลการตรวจสอบให้ ผบ.ตร. โปรดพิจารณาดำเนินการตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 117 โดยให้ผู้บังคับบัญชา ภ.9 พิจารณากรณีดังกล่าวต่อไป

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 พล.ต.ต.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ได้ลงนามในหนังสือรายงานผลการตรวจสอบดำเนินการทางวินัย และมีคำสั่งให้ ยุติเรื่องการดำเนินการทางวินัย ว่ากล่าวตักเตือน และลงโทษภาคทัณฑ์ ข้าราชการตำรวจ 6 นาย ดังนี้

ให้ยุติเรื่องการดำเนินการทางวินัย พ.ต.ท.พิเชษฐไชย หนูผุด, พ.ต.ท.จตุพลพัฒช์ ปุณยมนตรี, พ.ต.ท.อเสก สีแก้วเขียว และ พ.ต.ท.โชคทวี จันทร์ทองอ่อน

ลงโทษว่ากล่าวตักเตือน พ.ต.อ.ภูวรา แก้วพารัตน์ (หัวหน้าสถานีตำรวจ) โดยให้เหตุผลว่าบกพร่องต่อหน้าที่ แต่มีเหตุลดหย่อนผ่อนโทษ เนื่องจากมีภารกิจมากและไม่เคยถูกดำเนินการทางวินัยมาก่อน (ส่วน พ.ต.ท.พิเชษฐไชย เสียชีวิตไปแล้ว),

ลงโทษภาคทัณฑ์ ร.ต.อ.เดชาวัต มากคำ (รอง สว. สอบสวน สภ.หาดใหญ่) เนื่องจากบกพร่องต่อหน้าที่

โดยการพิจารณาลงโทษดังกล่าวอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 124, 179 และ 180 ประกอบกับกฎ ก.ตร. ว่าด้วยอำนาจการลงโทษข้าราชการตำรวจ