ศูนย์ต้านโกงออนไลน์ บุกจับสาวขายซิมผี รวบแก๊งบัญชีม้า เจอะจะๆถอนเงินหน้าธนาคาร
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช รอง ผอ.ศปอศ.ตร. ผนึกกำลัง กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกันบูรณาการสืบสวนจับกุมกลุ่มสแกมเมอร์ทุกรูปแบบที่ได้กระทำความผิดหลอกลวงผู้เสียหายผ่านทางออนไลน์ โดยสามารถจับกุม 2 เครือข่ายสแกมเมอร์
คดีที่ 1 จับกุม นายหน้ารับซื้อ-ขายซิมผี ลงทะเบียนออนไลน์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.จันทบุรี ร่วมกันจับกุม น.ส.พรนภา หรือ มิ้น อายุ 25 ปี ในความผิดฐาน “เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อหรือขายเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนาม ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้” ได้ที่บ้านพัก จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมยึดของกลาง โทรศัพท์ยี่ห้อ Apple รุ่น Iphon8 Plus สีชมพู จํานวน 1 เครื่อง
สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่ามีผู้ใช้บัญชี Facebook ชื่อ Mint Mint (เรียกเราว่า ‘มายมิ้นท์’) มีพฤติการณ์เป็น ธุระ จัดหา โฆษณา ให้มีการซื้อ-ขาย หมายเลขโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งลงทะเบียนในนามบุคคลแล้วแต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้ได้ผ่านช่องกลุ่มเฟสบุ๊กสาธารณะ

จากการสืบสวนเพิ่มเติมทราบว่า ผู้ใช้บัญชี facebook ดังกล่าว คือ น.ส.พรนภา เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปตรวจสอบและสอบถาม โดย น.ส.พรนภา รับว่าได้โพสต์ชักชวนหาผู้ที่สนใจมาเปิดลงทะเบียนซิมหมายเลขโทรศัพท์ โดยมีค่าตอบแทนให้ตามกลุ่ม Facebook สาธารณะต่างๆ ซึ่งในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ได้จัดหาผู้จดทะเบียนซิมได้กว่า 200-300 หมายเลข และจากการตรวจสอบจากระบบรับแจ้งความออนไลน์ พบว่า น.ส.พรนภา มีเลขที่รับแจ้งจำนวน 2 เคส จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งเบญจา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่อีกคดีหนึ่ง เข้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสม็ด ได้ร่วมกัน จับกุม 4 ผู้ต้องหาบัญชีม้า ขณะถอนเงินสดหน้าธนาคาร ได้แก่ 1. นายรัตนพล อายุ 32 ปี ในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประกาศใดๆ เพื่อให้มีการซื้อขายให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด”

2. นายจักรกฤษณ์ อายุ 24 ปี ในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประกาศใดๆ เพื่อให้มีการซื้อขายให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด”
3. น.ส.จินตนา อายุ 33 ปี ในความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่า จะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
4. นายสิทธิโชค อายุ 48 ปี ในความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่า จะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

พร้อมยึดของกลาง
1. เงินสด จำนวน 332,000 บาท , 2. ซองกระดาษสีน้ำตาลธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำนวน 1 ซอง , 3. โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 13 สีขาว จำนวน 1 เครื่อง , 4. สมุดบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา 1 เล่ม
5. สมุดบัญชีธนาคารกรุงเทพ 1 เล่ม , 6. โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 13 สีขาว จำนวน 1 เครื่อง ,7. โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 14 โปร สีดำ จำนวน 1 เครื่อง , 8. บัตร ATM ธนาคารไทยพาณิชย์ จำนวน 1 ใบ และ 9. โทรศัพท์มือถือยี่ห้อvivo สีเขียว จำนวน 1 เครื่อง พร้อมตรวจยึดรถยนต์ NISSAN สีเทา ไว้เพื่อตรวจสอบ
โดยจับกุมได้ที่ หน้าธนาคารกสิกรไทย เซ็นทรัลชลบุรี ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนทราบว่ามีกลุ่มคนร้ายซึ่งทำหน้าที่เป็นกลุ่มบัญชีม้า ทำหน้าที่ไปถอนเงินสดให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยจะมีการรวมตัวเดินทางไปถอนเงินสดที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำกำลังเข้าติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 รายได้ ขณะถอนเงินอยู่ภายในธนาคาร พร้อมกันนี้ยังได้มีการตรวจยึดเงินสดและของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เสม็ด ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

