ตร.นำตัวผู้ต้องหาเขมรให้นักเที่ยวต่างชาติถูกทำร้าย-ข่มขืน ชี้ตัว

1.03.16 | 11:19 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 1 มีนาคม พ.ต.อ.สุจินต์ มีกะจิตต์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตราด และสายสืบตำรวจภูธร จ.ตราด และร.ต.ท.นิธิธร แยกโคกสูง รองสารวัตรตำรวจท่องเที่ยว จ.ตราด นำตัวผู้ต้องหาชาวกัมพูชา 5 คน เดินทางมาที่โรงพยาบาลตราด และตำรวจชุดสืบสวน สภ.แหลมงอบ นำผู้ต้องขังชาวกัมพูชาอีก 5 คนร่วมเดินทางมาด้วย เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส 3 คนที่ถูกทำร้ายร่างกายและข่มขืนทำการชี้ตัว

โดยที่บริเวณชั้น 2 อาคารพลอยไพลิน เจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.ตราด 5 นายคุมตัวผู้ต้องหาชาวกัมพูชา 5 คน มานั่งรอที่บริเวณชั้น 3 หน้าห้องบุศราคัมพิเศษ 2 เพื่อรอคำสั่งของแพทย์ และจัดเตรียมสถานที่เพื่อเตรียมการชี้ตัว ซึ่งขั้นตอนนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนได้เข้าไปบันทึกภาพเด็ดขาด และขอให้สื่อมวลชนจ.ตราด สังเกตการณ์ภายนอกเท่านั้น พร้อมบล็อกพื้นที่ทั้งทางเข้าและทางออกไม่ให้สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ รวมทั้งญาติผู้ป่วยไม่ให้เข้าไปใช้พื้นที่ และเมื่อเวลา 09.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถยนต์ 6 ล้อ ควบคุมผู้ต้องขังมาจอดที่ข้างอาคารและนำผู้ต้องหาทั้งหมดเดินทางไปนำตัวฝากขังที่ศาลจ.ตราด ท่ามกลางประชาชนทั้งที่เป็นญาติผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ และพยาบาล มาดูเหตุการณ์จำนวนมาก

พ.ต.อ.สุจินต์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆ ได้ในขณะนี้ แต่การชี้ตัวของนักท่องเที่ยวเป็นไปด้วยดี และการให้ข้อมูลที่นอกเหนือจากนี้ ต้องขอที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ตราดเอง เนื่องจากเป็นเรื่องต่างประเทศ ส่วนการดำเนินการขณะนี้คือ นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปฝากขังที่ศาลจ.ตราดก่อน เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปสำนวนฟ้องต่ออัยการจังหวัดตราดและส่งฟ้องต่อศาลจ.ตราด ซึ่งน่าจะใช้เวลาในการดำเนินการไม่นาน

ส่วนพ.ต.ท.สุรพร เทพเสน รักษาการผกก.เกาะกูดว่า ในส่วนสำนวนคดีในขณะนี้ทางผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตราดได้กำชับให้เร่งดำเนินการซึ่งต้องใช้เวลาเพราะต้องสอบสวนพยานหลายปากและส่งให้ทางผู้บังคับการฯตราดได้ตรวจสอบก่อนส่งให้อัยการจ.ตราด ฟ้องศาลต่อไป

สำหรับ พล.ต.ต.นพรัตน์ อินทพล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ตราด กล่าวว่า การทำงานของตำรวจจ.ตราด ต่อไปก็คือเร่งดำเนินการสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อสรุปสำนวนให้เร็วที่สุดซึ่งต้องยอมรับว่าต้องใช้เวลาบ้าง แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่สิ่งที่จะต้องดำเนินการก่อนก็คือมีการรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเกาะกูด และเกาะอื่นๆไม่ให้เกิดขึ้นอีก เพื่อให้จ.ตราดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะหาหรือกันทุกภาคส่วนไม่ใช่มีเพียงฝ่ายปกครองและฝ่ายตำรวจเท่านั้น

Advertisement

ทางด้านชาวบ้านและผู้ประกอบการเกาะกูด นางเดือน เจริญพร ชาวบ้านและผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายหนึ่ง กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเกาะกูดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย เพราะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมา จะไม่กล้าเดินทางมาเที่ยวเกาะกูดเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย พวกเราและชาวบ้านต่างได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ เพราะชาวเกาะกูดมีรายได้จากการท่องเที่ยวเกือบทั้งหมด อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารดำเนินคดีกับคนร้ายอย่างเด็ดขาด และไม่ให้เกิดขึ้นอีก

นางสมรส ทรายทอง อายุ 36 ปี ชาวบ้านเกาะกูดอีกคนบอกว่า เกิดและโตมาที่เกาะกูด ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ครั้งนี้เป็นครั้งแรก มันส่งผลกระทบกับคนเกาะกูดทั้งหมด ทั้งด้านความรู้สึก และรายได้ที่อาจจะหายไป และได้สร้างความเสียหายเป็นอันมาก ที่มารวมตัวกันเพราะอยากจะขอสักคนละที เพราะเขาเป็นคนที่มาอาศัยเกาะกูดอยู่ เป็นแรงงานต่างด้าว แต่กลับมาทำร้ายคนเกาะกูดทั้งหมด