เปิดเหตุผลศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ส่งตัว เสอจื้อเจียง เจ้าพ่ออาชญากรรมออนไลน์ กลับไปดำเนินคดีที่จีน
เสอจื้อเจียง – เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 609 ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีดำ ผด11/2565 ที่พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายแส จิ้นเจียง หรือ เสอ จื้อเจียง (SHE Zhijang) ชาวจีน เป็นจำเลย เรื่องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน
โจทย์ยื่นฟ้องว่า จำเลยเป็นบุคคลสัญชาติจีนได้กระทำความผิดข้อหาร่วมกันดำเนินการกิจการเว็บไซต์การพนัน โดยให้บริการนักพนันในประเทศจีนเพื่อเดิมพันในการพนัน เงินทุนจากการพนันที่เกี่ยวข้องนั้นสูงถึงหลายร้อยล้านหยวน โดยผู้ถูกร้องร่วมกันเป็นผู้ก่อตั้ง asian pacific international holding group ขึ้นในต่างประเทศและร่วมกันลงทุนในการจัดตั้ง “สถาบันวิจัยเทคโนโลยีสารสนเทศ Beijing Chuangshi Zhilian Co.,Ltd” และบริษัทอื่นๆ อีกมากมาย โดยนายแส จิ้นเจียงเป็น “หัวหน้า” เพื่อสร้างเว็บไซต์การพนันขึ้นมา
เป็นความผิดที่มีโทษ เทียบกับกฎหมายไทยในความผิดฐานผู้ใดจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมีได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 12 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478
และความผิดฐาน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ. 2550 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 14 (3) ประกอบมาตรา 17 (1) เป็นความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกมากกว่า 1 ปี ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในสนธิสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ค.ศ. 1993 (พ.ศ. 2536) ข้อ 2 ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่น้อยกว่า 1 ปีและไม่เป็นความผิดทางการเมืองหรือมีลักษณะในทางการเมือง
อีกทั้งคดียังไม่ขาดอายุความเนื่องจากเป็นคดีเร่งด่วน ตาม ข้อ 10 แห่งสนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนและเป็นกรณีเร่งด่วน ตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2472 มาตรา 10 โดยขอให้ศาลได้โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้ส่งตัวจำเลยเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป
คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2566 มีคำสั่งให้ขังผู้ถูกร้องขอไว้เพื่อส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป แต่มิให้ส่งตัวผู้ถูกร้องขอข้ามแดนก่อนครบระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งขังเพื่อส่งข้ามแดน และหากมิได้ส่งตัวผู้ถูกร้องขอข้ามแดนภายในเวลา 90 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดให้ปล่อยตัวผู้ถูกร้องขอต่อไป
นายแส จิ้นเจียง ผู้ถูกร้องขอเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ยื่นอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว พยานหลักฐานของผู้ร้องขอเพียงพอให้รับฟังได้ว่า ผู้ถูกร้องขอเป็นบุคคลที่ถูกร้องขอให้ส่งข้ามแดน ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับบุคคลตามหมายจับ และมิใช่ผู้มีสัญชาติไทย ทั้งคดีมีมูลที่จะรับคำร้องขอไว้พิจารณา หากความผิดนั้นได้กระทำลงในราชอาณาจักร และความผิดซึ่งเป็นเหตุให้ร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็นความผิดที่อาจส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ มิใช่เป็นความผิดที่มีลักษณะทางการเมืองหรือเป็นความผิดทางทหาร ศาลชอบที่จะมีคำสั่งขังผู้ถูกร้องขอไว้เพื่อส่งตัวข้ามแดนต่อไป ตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 มาตรา 19 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน

