รวบ 2 ผัวเมียขายบัญชีม้าให้แก๊งคอล ปลอมเสียงตร.-จนท.แบงก์ หลอกเงินหลายร้อยล้าน

13.11.25 | 10:11 น.

สืบภาค 8 รวบ 2 ผัวเมียขายบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปลอมเสียงตำรวจ – เจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกเงินผู้เสียหายหลาย 100 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. พล.ต.ต.เลิศชาย จำปาทอง ผบก.สส.ภ.8 พ.ต.อ.จักรวรรดิ์ บุญทวีกุลสวัสดิ์ รอง.ผบก.สส.ภ.8 พ.ต.อ.จิตปะพัทธ์ เอกโพธิ์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.8 สั่งพ.ต.ต.นราธิป สุขอนันต์ สว.กก.ปพ.บก.สส.ภ.8 พ.ต.อ.จิตปะพัทธ์ เอกโพธิ์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.8 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบภาค 8 ร่วมกันจับกุมน.ส.ปิยะวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ตามหมายจับ 3 หมาย จับกุมได้ที่บ้านไม่มีเลขที่ ม.5 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช และนายสาธิต (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปีตามหมายจับ 5 หมายจับ จับกุมได้หน้าร้านรับซื้อน้ำยาง ม.5 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครรีธรรมราช เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากชุดสืบสวนภาค 8 รับมอบนโยบายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (บช.ภ.8) ขยายผลจับกุมผู้นำบัญชีม้ามาใช้กระทำผิดกฎหมาย จากการตรวจสอบข้อมูลการสืบสวนในพื้นจ.นครศรีธรรมราช นายสาธิต และน.ส.ปิยะวรรณ สองสามีภรรยา มีหมายจับรวมกัน 8 หมาย มีพฤติการณ์ลักลอบแอบขายบัญชีม้าเป็นระยะเวลานานหลายปี หลบหนีมาอยู่บริเวณดังกล่าว จึงทำการตรวจสอบพบผู้ต้องหาดังกล่าวจึงได้ทำการจับกุมบริเวณอ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช จากการขยายผลทราบว่า บัญชีที่มันขายถูกนําไปใช้หลอกลวงสร้างความเสียหายรวมแล้วหลาย 100 ล้านบาท ผู้เสียหายทั้งหมดจะถูกหลอกว่าเป็นตํารวจและเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้โอนเงินไปตรวจสอบ โดยบัญชีม้าถูกเอาไปใช้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในการโทรหลอก

Advertisement

เบื้องต้นแจ้งข้อหาน.ส.ปิยะวรรณ ตามหมายศาลจังหวัดนครปฐมที่ 370/2566 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 “ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อความคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.พุทธมลฑล

ส่วนนายสาธิต แจ้งข้อหาหมายศาลจังหวัดภูเก็ตที่ 636/2568 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, เป็นผู้สนับสนุนการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาเพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ใน การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด” ส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป