สันธนะ ไม่กลัวถ้าต้องเข้าคุก จะได้คุยพี่ใหญ่ แฉมีหลักฐานเด็ดเกี่ยวนักการเมือง ลั่นให้พังกันไปข้าง ฝากบอก ‘บังมัด’ เก็บข้าวกะเพรา เอาไว้เยี่ยมตัวเองกับพวกเถอะ
เมื่อเวลา 17.50 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน ภายหลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล สอบปากคำพร้อมแจ้งข้อหาเพิ่มเติม นานกว่า 3 ชั่วโมง ขณะที่นายสันธนะ เดินออกมาจากห้องสอบปากคำเพื่อที่จะขึ้นไปยังห้องควบคุมตัว
โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ที่ผ่านมายืนยันว่าไม่มีการออกหมายเรียก ส่วนการจับกุมในวันนี้ เป็นการควบคุมตัวไปเข้าพบอัยการ ซึ่งทั้งสำนักงานอัยการและศาลปิดทำการแล้ว ตำรวจจึงต้องควบคุมตัวตนไว้เพื่อนำส่งอัยการต่อไปในวันพรุ่งนี้ ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ 1
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ นายสันธนะ กล่าวว่า ตนไม่ใช่คนชอบสาบาน แต่ถ้าเรื่องนี้ตนทำผิดขอให้ฟ้าดินทำให้ตนอับอาย แต่เป็นเรื่องของการเมืองในขั้วที่มีปัญหากับตน เมื่อวานนี้มีพล.ต.อ.โทรผ่านบุคคลที่ 3 เพื่อคุยกับตน ซึ่งตนรู้ว่าจะมีข้อแลกเปลี่ยนหากตนคุย เนื่องจากมีหมายจับออกแล้ว ก็จะเป็นการแลกเปลี่ยนกันหรือไม่
นายสันธนะ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการเรียกค่าไถ่คนไต้หวันนั้น ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักคนไต้หวันมาก่อน เพียงแค่เขาเคยอาศัยรถคนติดตามตนมา ซึ่งมีเรื่องกันมาก่อน และตนช่วยเคลียร์ให้ เพราะเป็นพลเมืองดี บุคคลดังกล่าวมีการโกงผู้เสียหายชาวไต้หวัน จำนวน 2.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยตีเป็นเงินไทยประมาณ 100 ล้านบาท เมื่อเกิดเรื่องก็มีการเรียกรับเงินจากตนกว่า 6 ล้านบาทอีก
เมื่อถามว่าในอดีตเคยจับแต่โจร วันนี้ต้องมาถูกควบคุมตัว นอนห้องขัง นายสันธนะ กล่าวว่า ก็ต้องยอมรับหากคิดจะต่อสู้ เพราะวันนี้สู้กับฝ่ายการเมืองและอำนาจรัฐที่ไม่ชอบธรรม
เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับการออกมาแฉนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชาหรือไม่นั้น นายสันธนะ ถามกลับว่า ใช่หรือไม่ ที่ผ่านมาตนพยายามนิ่ง วันนี้ยืนยันว่าไม่กลัวเพราะไม่ได้ทำผิด ทั้งยังขอให้ตำรวจควบคุมตัวที่ สน.ทองหล่อ ด้วย เพราะตนจะได้ใช้สิทธิ์อย่างเต็มที่ เช่นการดำเนินคดีฟ้องกลับทุกคน
นายสันธนะ กล่าวต่อว่า หากเลวร้ายถึงขั้นต้องเข้าเรือนจำ ดีเหมือนกันตนจะได้ปรึกษากับพี่ใหญ่ที่เขารออยู่ข้างใน
เมื่อถามว่าหากเข้าไปแล้วไม่กลัวคู่อริเหรอ นายสันธนะ กล่าวว่า หากให้ตนอยู่ข้างนอกก็เป็นเหมือนเจ้าพ่อ หากเข้าไปข้างในเป็นเจ้าพ่อก็ไม่ต้องแปลกใจ ยืนยันว่าไม่สามารถควบคุมตัวได้แน่นอน เพราะมีการทำตามขั้นตอนตามกฎหมาย
นายสันธนะ กล่าวอีกว่า ส่วนหลักฐานเด็ดที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง ขอให้ตนพ้นภาระเรื่องนี้ ตนจะเดินเข้าพรรคการเมือง ประกาศตัวเป็นสมาชิกพรรค และจะสนับสนุนให้ข้อมูลฝ่ายการเมืองทั้งหมด ให้พังกันไปข้างหนึ่ง ก็ไม่เป็นไร มั่นใจว่าเกี่ยวกับการเมืองแน่นอน เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นมา 4 ปีแล้ว
ส่วนที่ บังมัด คลองตัน ฝากเพื่อนสนิท นำข้าวกะเพรามาให้นั้น นายสันธนะ กล่าวต่อว่า “ฝากบอกเอาไว้เยี่ยมตัวเองนะ เพราะมันกับพวกทั้ง 9 คน เดี๋ยวไว้ไปเยี่ยมตัวมันเอง แล้วให้มันหาที่รอไว้ข้างใน เดี๋ยวมีอีกหลายเรื่องของมัน”

