สืบ 3 บุกรวบหมอเถื่อน แอบเปิดคลินิกรักษาคน นานนับ 10 ปี
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สส.บก.น.3 สั่งการให้ พ.ต.ท.จำนงค์ ประสพสุขมั่งดี รอง ผกก.สส.บก.น.3 ร.ต.อ.นพพนธ์ แก้ววรรณา ร.ต.อ.ณฐภัทร์ จุ่งพิวัฒน์ รอง สว.กก.สส.บก.น.3 ส.ต.ต.ปัณรพัศศ์ ก้อมน้อย ผบ.หมู่ สืบ 3 พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนครบาล 3 ร่วมกันจับกุม นายบุญวิวัฒน์ อายุ 50 ปี ผู้ทำหน้าที่ตรวจร่างกาย ทำความเห็นแพทย์ เขียนใบสั่งยา และ นายณัฐวุฒิ อายุ 30 ปี ผู้ทำหน้าที่รับคนไข้ ทำทะเบียนประวัติ ฉีดยา จัดยา
สืบเนื่องจาก กก.สส.บก.น.3 ได้รับการร้องเรียนจากพลเมืองดีว่า คลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่งในซอยรามคำแหง 166 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม. ได้ลักลอบเปิดการรักษาคนไข้ และออกใบรับรองแพทย์ โดยไม่ได้รับอนุญาต

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.น.3 ได้ให้สายลับเข้าไปแฝงตัวเข้ามาทำการรักษาอาการไข้ เจ็บคอ พร้อมขอใบรับรองแพทย์เพื่อขอลางานที่สหคลินิกเวชกรรม โดยมีชายที่อ้างตัวว่าเป็นแพทย์ ชื่อ หมอพงษ์ จึงได้สอบถามอาการจากสายลับ หลังจากนั้นได้บอกกับสายลับว่าตรวจวินิจฉัยแล้วพบว่าสายลับมีอาการท้องเสีย และได้ออกใบรับรองแพทย์ เขียนชื่อ นพ.อำนวย พร้อมลงความเห็นแพทย์ รับรองว่าสมควรให้พักรักษา 1 วัน และประทับตราคลินิกเวชกรรม คิดค่าบริการในการรักษา 300 บาท
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.น.3 ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบคลินิกดังกล่าว พบนายณัฐวุฒิอยู่หน้าเคาน์เตอร์ กำลังทำเอกสาร เจ้าหน้าชุดสืบสวนจึงได้สอบถามหาหมอที่รักษาว่าอยุ่ไหน นายณัฐวุฒิจึงพาเจ้าหน้าที่ขึ้นไปบริเวณชั้น 2 ของคลินิกดังกล่าว ก่อนพบนายบุญวิวัฒน์ หรือหมอพงษ์ นอนอยู่บนเตียงภายในห้อง และได้นำตัวมาสอบสวนบริเวณชั้นล่างของคลินิก พร้อมพาตรวจสอบภายในคลินิก ก่อนพบของกลางเป็นยาจำนวนมาก และเครื่องทางการแพทย์ น้ำเกลือ ชุดผ่าตัดเล็ก เสื้อกราว เข็มฉีดยา ไหมเย็บผ้าอีกจำนวนมาก และเงินสดที่ได้จากการรักษาพยาบาล 1,390 บาท พร้อมเวชระเบียนของคนไข้ที่เคยมารักษาจากคลินิกดังกล่าวกว่า 6,000 ฉบับ
จากสอบถามนายบุญวิวัฒน์ หรือหมอพงษ์ อ้างว่า ตัวเองหมอเป็นจริง และได้ทำการเปิดคลินิกรักษาคนไข้มา 10 ปีแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้ขอดูใบอนุญาตวิชาชีพ แต่ไม่พบ พบเพียงแค่ใบอนุญาตวิชาชีพแพทย์แผนไทย

ต่อมา ขณะทำการตรวจค้น พบหญิงสาวยืนอยู่บริเวณหน้าคลินิก มีอาการตกใจ เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกเข้ามาสอบถาม ก่อนพบว่าหญิงคนดังกล่าวชื่อ น.ส.มีน (นามสมมุติ) ได้บอกกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนว่าเพิ่งเข้ามาทำการรักษากับคลินิกดังกล่าวเพราะมีอาการป่วยไข้ไม่สบาย และได้โดนฉีดยาไป 1 เข็ม โดยมีนายณัฐวุฒิ เป็นคนฉีดยาให้ และหมอได้ให้ยากลับไปทาน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้บอกกับ น.ส.มีน ว่าให้รีบไปพบแพทย์ที่ รพ.ใกล้เคียงโดยเร็ว เนื่องจากไม่รู้ว่าได้รับการฉีดยาตัวไหนเข้าไป
จากการสอบถามนายณัฐวุฒิรับว่า มีหน้าที่จดรายชื่อคนไข้ สอบถามอาการคนไข้ ฉีดยาจ่ายยาจากคำสั่งของนายบุญวิวัฒน์ หรือหมอพงษ์ ส่วนนายบุญวิวัฒน์ หรือหมอพงษ์ มีหน้าที่วินิจฉัยโรคและสั่งจ่ายยา พร้อมออกใบรับรองแพทย์ให้คนไข้ ส่วนนายณัฐวุฒิอ้างว่าได้เรียนฉีดยามาจากนายบุญวิวัฒน์และฝึกเองกับคนไข้ที่เข้ามารักษา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมดำเนินคดีก่อนแจ้งข้อกล่าวหาเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลมิได้จัดให้มีผู้ดำเนินการเป็นผู้มีหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบในการดำเนินการสถานพยาบาล ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งวัตถุออฤทธิ์ ในประเภท 4

จากการรายงานข่าวพบว่า สถานพยาบาลดังกล่าวใบอนุญาตสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2568 มีนายบุญวิวัฒน์เป็นได้รับอนุญาตประกอบกิจการ เปิดมาตั้งแต่ปี 2559 ส่วนผู้ดำเนินการตามกฎหมายคือแพทย์ที่ทำหน้าที่ ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบในการดำเนินการสถานพยาบาลนั้น นายบุญวิวัฒน์รับว่าก่อนหน้านี้เคยว่าจ้าง นพ.อำนวยเป็นผู้ดำเนินการ เมื่อใบอนุญาตหมดลง นพ.อำนวยไม่ได้ต่อ จากนั้นได้เปลี่ยนชื่อเป็นดังปัจจุบัน ซึ่งนายบุญวิวัฒ์เป็นผู้รับผิดชอบ และได้เปิดคลินิกเวชกรรมให้นายณัฐวุฒิเป็นคนรับผิดชอบ ในการักษาคนไข้ด้วยตนเอง
ส่วนการเขียนใบสั่งยาและเขียนใบรับรองแพทย์จะใช้ชื่อ นพ.อำนวย และ นพ.จักรกริศน์ พิมพสุต โดยสลับกันไปมาระหว่างคลินิกทั้ง 2 แห่ง เมื่อประมาณกลางเดือน ก.ย.2568 ที่ผ่านมา ทราบว่า กก.สส.บก.น.3 และ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข จะเข้ามาทำการตรวจค้นจึงได้ปิดคลินิกทั้ง 2 แห่งไป เนื่องจากเกรงว่าจะถูกจับกุม



