ผบช.สอท. เผยตั้งกก.สอบ 3 ตร.ไซเบอร์แล้ว ปมรับส่วย-รีดไถเว็บพนัน ยันถ้าผิดจริงไม่เอาไว้!!

21.11.25 | 17:30 น.

ตำรวจไซเบอร์แจงปมร้อนหลังถูกพาดพิงตร.ไซเบอร์รับส่วยเว็บพนัน ยันเดินหน้ากวาดล้างดะ จับหมดทั้งเว็บเล็ก-ใหญ่ไม่ไว้หน้า พ่วงจับอินฟลูโปรโมตเว็บ สั่งตั้งกรรมการสอบ 3 ตร.ไซเบอร์ หลังปรากฏข้อร้องเรียนเรียกรับผลประโยชน์ ลั่นหากผิดจริงไม่เอาไว้ให้เสียชื่อ พร้อมแจงปมบิ๊กโจ๊กร้องขอความเป็นธรรม

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. กล่าวว่า ในส่วนที่มีการพูดถึงเว็บพนันออนไลน์ว่า ปัจจุบันมีจำนวนมากและตำรวจไซเบอร์ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบในการปราบปรามได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการรับส่วยหรือผลประโยชน์หรือไม่นั้น

ทั้งนี้ขอยืนยันว่าทางตำรวจนั้นมีการจับกุมเว็บพนันไปมากกว่า 30 เว็บไซต์ยึดทรัพย์กว่า 2 พันล้าน ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้มีการจัดตั้งศูนย์ปราบปรามการพนันออนไลน์ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อทำการกวาดล้างเว็บพนันและเน้นย้ำนโยบายว่าในการจับกุมให้ขยายผลถึงเจ้าของเว็บไซต์และผู้รับผลประโยชน์โดยตรง อีกทั้งมอบให้สายตรวจไซเบอร์ทำการตรวจจับเหล่าอินฟลูฯหรือกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงที่รับจ้างแปะลิงก์โปรโมตชักชวนเล่นเว็บพนันออนไลน์ นอกจากนี้ได้มีการหารือหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งกระทรวงดีอี และผู้ให้บริการ ในการเสนอปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์ เพื่อให้เป็นรูปธรรม เนื่องจากเมื่อมีการจับกุมเว็บพนันก็จะมีการเปิดขึ้นมาใหม่ขึ้นอีกและใช้ชื่อ ในลักษณะคล้ายชนกัน อย่างไรก็ตามยืนยันว่าทางตำรวจไซเบอร์ได้มีการกวดขันจับกุมมาอย่างต่อเนื่องและไม่ได้จับเฉพาะรายเล็กเท่านั้น

นับตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งวันที่ 1 ตุลาคม ตนได้เน้นย้ำผู้ใต้บังคับบัญชาว่าไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวหรือรับผลประโยชน์จากเว็บพนันออนไลน์ และได้ดำเนินการกับข้าราชการตำรวจใน 3 กรณี ที่ปรากฏข้อมูลร้องเรียนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้อำนาจหน้าที่ในการกระทำความผิด โดยกรณีแรก เป็นกรณีตำรวจไซเบอร์ถูกกล่าวหาว่าไปรีดเงินเจ้าของเว็บพนันไปจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้ทำการตรวจสอบก็พบว่ามีมูลความจริง จึงได้ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงต่อ น่าจะดำเนินการในส่วนของวินัยและอาญาต่อไป

ส่วนกรณีที่สองถูกกล่าวหาว่า ร่วมกับภาคประชาชนไปทำการตรวจโรงงานในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งกรณีนี้ก็พบว่าเป็นการกระทำนอกเหนือจากหน้าที่ และมีมูลข้อเท็จจริงจึงได้สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงควบคู่กับดำเนินการด้านวินัยต่อไป และกรณีที่สามตำรวจ บช.สอท. ผู้กล่าวหาว่าการเรียกรับผลประโยชน์จากการถอนปลดอายัดบัญชี ซึ่งกรณีนี้ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและอยู่ระหว่างการขยายผล หากพบว่ามีมูลก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าทางตำรวจไซเบอร์นั้นกำลังเร่งรัดในการปราบปรามในทุกเรื่องที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการปราบปรามและพนันออนไลน์ และห้ามไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัดไปยุ่งเกี่ยวหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์โดยเด็ดขาด และยืนยันว่าตำรวจไซเบอร์ดำเนินการจับกุมหมดและหากพี่น้องประชาชนมีข้อมูลบอกสามารถแจ้งมาได้ที่เบอร์โทร 1441

Advertisement

ในส่วนกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ที่ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกรณีให้ตรวจสอบว่าตำรวจไซเบอร์มีความพยายามแยกคดีมินนี่มาดำเนินคดีซ้ำใหม่ ทั้งที่คดีอยู่ในอำนาจสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า

จากการตรวจสอบพบว่าคดีหลักของทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ อยู่ในชั้น ป.ป.ช.แล้ว แต่ด้วยความกังวลของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ว่าจะมีการดำเนินคดีซ้ำซ้อนกับคดีเดิมหรือไม่ จึงได้ร้องเรียนมาให้ช่วยตรวจสอบก็ได้สั่งการให้ ผบก.ในสังกัดตรวจสอบว่ามีคดีใดที่อยู่ในความรับผิดชอบให้ดำเนินการโดยละเอียดถี่ถ้วน หากอยู่ในอำนาจของเจ้าที่ตำรวจก็ให้ดำเนินการตามขั้นตอน แต่หากไม่อยู่ในอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ให้ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป