รวบ‘ม้าตระเวน’กดเงินส่งบอสจีน สารภาพกดเงินวันละ 4 แสน ได้ส่วนแบ่ง 1% จากยอด
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3 พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.ตอท. ร่วมแถลงปฏิบัติการรวบม้ากดเงินส่งบอสชาวจีน แก๊งสแกมเมอร์หลอกเหยื่อลงทุนเทรดหุ้น
พล.ต.ต.สุรพลกล่าวว่า ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ บช.สอท. ดำเนินการเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการกวาดล้างปราบปรามกลุ่มขบวนการสแกมเมอร์ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้คนไทยเป็นวงกว้างและทำลายระบบเศรษฐกิจเสียหาย
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเป็นหญิงสูงวัย ชาว จ.กำแพงเพชร พบโฆษณาใน “TIK TOK” มีการชักชวนให้ลงทุนเทรดหุ้น อ้างว่าลงทุนน้อยแต่ได้กำไรดี จึงตัดสินใจทักไปสอบถามรายละเอียด ก่อนเข้าร่วมกลุ่มไลน์เทรดหุ้น โดยในช่วงแรกได้กำไรดีจริงตามที่อ้าง แต่พอเหยื่อเริ่มการลงทุนมากขึ้น จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงรู้ตัวว่าถูกมิจฉาชีพหลอก สร้างความเสียหายกว่า 2 แสนบาท จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ เพื่อดำเนินคดีกับมิจฉาชีพรายนี้

โดยตำรวจชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.4 ได้ทำการสืบสวนพบว่าเส้นทางการเงินหลังจากที่เหยื่อแต่ละรายโอนเข้าบัญชีม้าแถว 1 ของกลุ่มคนร้ายได้มีการโอนเงินออกอย่างรวดเร็วไปยังบัญชีม้าแถว 2 ทันที จากนั้นในระยะเวลาไม่เกิน 3 นาที จะมีการกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็มในสถานที่ต่างๆ ตามยอดเงินที่เข้ามาในบัญชี ซึ่งจากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่ากลุ่มขบวนการจะใช้วิธีการเดียวกันนี้ทุกครั้ง และมีผู้เกี่ยวข้องในขบวนการอีกหลายคน นอกจากนี้ยังพบว่าบัญชีม้าดังกล่าว มีความเกี่ยวพันในคดีในลักษณะเดียวกันอีกกว่า 10 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท
ก่อนนำกำลังลงพื้นที่ย่านประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจุดที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์ที่พบว่ามีการกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็มหลายจุด เพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐาน กระทั่งทราบแน่ชัดว่านายธวัชวงค์ อายุ 19 ปี สัญชาติจีน มีบ้านพักอยู่ในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ทำหน้าที่ม้ากดเงิน และนายวรากรณ์ อายุ 18 ปี สัญชาติจีนฮ่ออิสระ มีที่พักอยู่ในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ เจ้าของบัญชีม้าแถวที่ 2 เป็นผู้ร่วมขบวนการของแแก๊งสแกมเมอร์ชาวจีน ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้กระทำผิดทั้ง 2 ราย
พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผกก กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.4 ช่วยฯกก.2 บก.สอท.4 ร.ต.อ.ยุทธพงษ์ อมรมงคลศิลป์ ร.ต.อ.เปรมประชา อุตมา รอง สว.กก.2 บก.สอท.4 นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายธวัชวงค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 6749/2568 ได้ที่ห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ และเข้าจับกุมนายวรากรณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 6750/2568 ได้ภายในซอยประชาอุทิศ 4 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

พล.ต.ท.สุรพลกล่าวต่อว่า จากการสอบสวนนายธวัชวงค์ ให้การยอมรับว่าตนเองเข้ามาร่วมกลุ่มขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ชาวจีน มานานเกือบ 1 ปี มีหน้าที่เป็นม้ากดเงินให้กับบอสใหญ่ชาวจีน โดยมีการสั่งการผ่านแอพพลิเคชั่นวีแชท ในการติดต่อพูดคุยกำหนดจุด ซึ่งในแต่ละวันจะเปลี่ยนจุดไม่ซ้ำกันทั่วกรุงเทพฯ เพื่อหลบเลี่ยงการถูกจับกุม โดยเป็นผู้ถือบัญชีม้าแถวที่ 2 บัตรเอทีเอ็มพร้อมรหัส, เบอร์บัญชี และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ที่บอสใหญ่ชาวจีนเป็นผู้จัดหามาให้ เพื่อคอยตระเวนกดเงินเหยื่อคนไทยที่ถูกหลอกออกจากตู้เอทีเอ็ม เฉลี่ยวันละ 3-4 แสนบาท ก่อนนำส่งให้บอสใหญ่ชาวจีน โดยได้รับค่าตอบแทน 1 เปอร์เซ็นต์จากยอดเงินที่กดออกมา
โดยตำรวจดำเนินคดีทั้งสองในความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือเปิดหรือยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยเจตนามิได้ใช้เพื่อตนเองหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด


