ลุยเช็ก ‘ผบ.คุก’ ชอบบินมาเก๊าถี่ สงสัยเล่นพนัน-รับเงิน-รถหรู จากจีนเทา ดีเอสไอเร่งสอบแดนวีไอพี
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไพฑูรย์ มงคลหัตถี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ ประธานตามคำสั่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เข้าสอบสวนข้อเท็จจริงรวมทั้ง ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร วันที่ 24 พฤศจิกายน จากกรณีนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ลงนามคำสั่งโยกย้ายนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการ (ผบ.) เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร อันเนื่องจากการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำพิเศษ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องกระทำผิดต่อมากรมราชทัณฑ์ และตรวจค้น พบว่าเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในการควบคุม และปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง จึงย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวม 15 ราย ประกอบด้วยผู้บัญชาการเรือนจำฯ เจ้าหน้าที่ผู้คุม และหัวหน้าฝ่ายควบคุมแดน ไปปฏิบัติหน้าที่ยังกรมราชทัณฑ์ การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีผู้ต้องขังชาวจีนบางรายที่มีอิทธิพลเหนือผู้ต้องขังรายอื่นภายในเรือนจำฯ จนสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ต้องขังชาวไทย จึงมีผู้แจ้งเบาะแสมายังกรมราชทัณฑ์ให้ทราบถึงพฤติการณ์ดังกล่าว
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ มอบหมายการสืบสวนดังกล่าวต่อกองคดีความมั่นคง เพื่อดูว่าเข้าลักษณะคดีพิเศษกรณีใดประกอบด้วย 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.พิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นที่ไหน อย่างไร มีใครเกี่ยวข้องโดยมีพยานหลักฐานใดยืนยันบ้าง 2.เจ้าหน้าที่คนใดเป็นตัวการ หรือช่วยเหลืออำนวยความสะดวก รวมทั้ง ขยายผลหากมีผู้มีอิทธิพลคนใดช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง และ 3.กลุ่ม หรือเครือข่ายผู้ต้องขังชาวต่างชาติที่ซื้อบริการถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องใด และพัวพันกับคดีข้ามชาติอื่นๆ อีกหรือไม่ เชื่อว่ามีทรัพย์สินที่หมุนเวียนใช้ในการกระทำความผิดจำนวนมาก โดยจะวิเคราะห์จากเส้นทางการเงินเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงประกอบการสืบสวนต่อไป
ขณะที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ระบุถึงแนวทาง และวิธีการสอบสวนข้อเท็จจริง เรื่องการพบสิ่งของต้องห้าม และสิ่งของไม่อนุญาตให้มีครอบครองหรือใช้ในเรือนจำ ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 72 มาตรา 73 ของเรือนจำพิเศษ ภายใต้การอำนวยการนายมานพ ว่าภายหลังเกิดเหตุการณ์เรื่องอื้อฉาวขึ้น นอกเหนือจากกระบวนการของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วนั้น กรมราชทัณฑ์มอบหมายให้นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เข้าไปดำเนินการจัดระเบียบภายในเรือนจำ ซึ่งจะมีสิ่งของต้องห้าม และสิ่งของไม่อนุญาตให้มีครอบครอง หรือใช้ในเรือนจำ อาทิ มีด บุหรี่ซอง เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์ ตู้เย็น ไมโครเวฟ แอร์เคลื่อนที่ ฯลฯ จากการตรวจค้นจู่โจมเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน และวันที่ 20 พฤศจิกายน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน พยานวัตถุทั้งหมดนำส่งให้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ระบุอีกว่า นอกจากเรื่องตรวจค้นจู่โจมแดน 8 ภายในเรือนจำพิเศษแล้ว ต้องรวบรวมข้อมูลจากคำบอกเล่าผู้ต้องขังอื่นๆ ในแดน 8 และแดนใกล้เคียงว่าตลอดระยะเวลาที่ถูกคุมขังนั้น เจ้าหน้าที่ผู้คุมปฏิบัติหน้าที่อย่างไรให้อภิสิทธิ์ผู้ต้องขังจีนเทาอย่างไรบ้าง หรือผู้ต้องขังรู้สึกไม่ได้รับความเท่าเทียมจากพฤติกรรมการปฏิบัติของผู้คุม และหัวหน้าฝ่ายควบคุมแดนอย่างไร
คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ระบุต่อว่าการตรวจสอบเส้นทางการเงิน อาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเล็กน้อย ต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่ล้วนใช้บัญชีม้า (บัญชีบุคคลอื่น) หรือใช้นอมินีรับเงินแทนตัวเอง อย่างไรก็ตาม ในส่วนพฤติกรรมส่วนตัวของ ผบ.เรือนจำพิเศษที่ชื่นชอบเดินทางไปมาเก๊า นั้นสามารถใช้ตรวจสอบคู่ขนานกับข้อมูลเรื่องห้องลับใต้บันได และเรื่องทุจริตได้ด้วย เพราะถ้าหากเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน ก็มีแนวโน้มที่หัวใจสำคัญของการตรวจสอบจะไปอยู่ที่เรื่องการรับเงิน เพื่อนำไปใช้เล่นการพนัน หรือไม่ ฉะนั้น แรงจูงใจไปมาเก๊าคืออะไร อีกทั้ง ที่มาที่ไปห้องใต้บันไดดังกล่าว มีการปรับปรุงสภาพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างไร และเกิดขึ้นในสมัยนายมานพหรือไม่ หรือเกิดขึ้นก่อนมาเข้ารับตำแหน่ง เพราะหากปรับปรุงในยุคนี้ จะต้องขยายดูต่อว่าใช้เงินแหล่งใดมาปรับปรุงห้องดังกล่าว เพราะเงินที่จะใช้จะมีแค่งบประมาณกรมราชทัณฑ์ หรือเงินพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังของกองพัฒนาพฤตินิสัย (กพน.) ซึ่งถ้าไม่ใช่เงินจากแหล่งราชการเช่นนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะดูต่อว่า “เป็นเงินจากผู้ต้องขังจีนเทาอุปถัมภ์หรือไม่”
คณะกรรมการตรวจสอบยังประสานสำนักงานตวจคนเข้าเมือง (สตม.) ตรวจสอบการเดินทางไปต่างประเทศของนายมานพ ที่มีกระแสข่าวว่าชื่นชอบเดินทางไปมาเก๊าคู่ขนานกับการตรวจเส้นทางการเงิน โดยมีประด็นต้องสงสัยว่า ที่นอกจากไปเล่นพนันหรือไม่ อาจเป็นสถานที่รับมอบเงินจากกลุ่มเส้นเทา เพื่อหลบเลี่ยงเส้นเงินจำนวนมาก และพบว่ากลุ่มจีนเทามอบรถหรูให้นายมานพ ใช้ตลอดช่วงดำรงตำแหน่ง

