สตม.แจงสกัดฟรีวีซ่ารัน จัดระเบียบต่างชาติเข้าไทย กันแฝงตัวทำงาน แอบก่อคดี ยันไม่กระทบท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ศ ในฐานะโฆษก สตม. เปิดเผยว่า หลัง สตม.ไทย ใช้มาตรการเข้มที่ด่าน ตม.ชายแดน และด่าน ตม.ทางอากาศ พบว่าเริ่มมีต่างชาติที่เสียประโยชน์ รวมถึงผู้ประกอบการบางรายที่ทำธุรกิจ Visa Run ปล่อยข่าวทางโซเชียล เพื่อสร้างกระแสว่ามาตรการดังกล่าวกระทบต่อการท่องเที่ยว ทำให้ต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวในไทยจริงๆ มีความกังวล โดยเฉพาะชาวจีน และนักท่องเที่ยว 16 สัญชาติ เช่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ รัสเซีย เป็นต้น
พล.ต.ต.เชิงรณกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะสกัดคนต่างชาติทุกสัญชาติที่ฉวยโอกาสยกเว้นการขอวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว หรือที่เรียกว่า Free Visa ซึ่งสามารถอยู่ในไทยได้ถึง 90 วันต่อครั้ง และเดินทางออกระยะสั้น แล้วเดินทางกลับเข้ามาใหม่ในระยะเวลาเกือบ 90 วัน ซ้ำๆ จนพบว่าบางรายเข้าออกติดต่อไม่น้อยกว่า 7 ครั้ง รวมเวลาพำนักในไทยกว่า 200 กว่าวัน โดยใช้เส้นทางเข้าออกไทยทางอากาศบ้าง ทางบกบ้าง

ชาวต่างชาติเหล่านี้ไม่ได้เข้าออกไทยเพื่อการท่องเที่ยวจริง ซึ่งต่างชาติกลุ่มนี้หลายรายทำธุรกิจบ้าง ประกอบอาชีพบ้าง หรือเป็นเจ้าของกิจการโดยใช้คนไทยเป็นนอมินีบ้าง โดยใช้ Free Visa เพื่อหลีกเลี่ยงการขอ Visa ที่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของการเข้าไทย ซึ่งจะทำให้ต่างชาติเหล่านี้ไม่มีข้อมูลในระบบควบคุมการประกอบอาชีพในไทย ทั้งด้านแรงงาน พาณิชย์ รวมถึงระบบการเสียภาษีต่างๆ นอกจากนั้น ยังป้องกันคนต่างชาติที่ถูกกวาดล้างจากขบวนการคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน และใช้ Free Visa เพื่อย้ายฐานเข้ามาในไทย ซึ่งที่ผ่านมามีการเข้าจับกุมตามปรากฏข่าวหลายราย และพบว่ามีประวัติการใช้ Visa Run เข้าไทย
ส่วนประเด็นที่อ้างว่า ตม.จะเน้นสกัดคนต่างชาติ 16 สัญชาติ โดยเฉพาะจีนนั้น เป็นข้อความเท็จ เนื่องจาก มาตรการนี้จะใช้กับคนต่างชาติทุกสัญชาติ ที่ใช้สิทธิ Free Visa ในระยะเกือบเต็มสิทธิไม่น้อยกว่าครั้งละ 45 วัน ต่อเนื่องกันหลายครั้งเกินกว่า 2 ครั้ง หากพบ จะถูกเจ้าหน้าที่ ตม.เรียกตรวจสอบเพื่อดูการซื้อที่พัก ตั๋วเดินทางกลับ แผนการท่องเที่ยว รวมถึงเหตุผลอื่นๆ ที่เป็นเหตุให้เข้าออกไทยหลายครั้งจนผิดวิสัยนักท่องเที่ยว เพื่อพิจารณาว่าจะอนุญาตให้เข้าหรือไม่ หากปฏิเสธก็จะถูกส่งกลับ โดยแนะนำให้ขอวีซ่ามาให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์
พล.ต.ต.เชิงรณยืนยันว่า มาตรการนี้เป็นการคัดแยกนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวและสร้างรายได้ให้ไทยอย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งตามสถิตินักท่องเที่ยวจริงๆ จะใช้เวลาพำนักเฉลี่ยครั้งละ 15 วัน มีแผนท่องเที่ยว ที่พัก เดินทางกลับชัดเจน กลุ่มนี้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

สำหรับช่วงพฤศจิกายน 2568 พบว่า แนวโน้มคนต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน อินเดีย มีแนวโน้มเข้าไทยเพิ่มมากขึ้น ที่ด่าน ตม.สนามบิน มีตัวเลขเฉลี่ยคนต่างชาติบินเข้าไทยราววันละ 115,000 คน โดยสุวรรณภูมิ เฉลี่ยต่างชาติเข้าราววันละ 73,000 คน รองลงมาเป็นดอนเมือง และภูเก็ต ซึ่งมาตรการดังกล่าวอาจกระทบกับความหนาแน่นที่สนามบิน โดยเฉพาะสุวรรณภูมิไปบ้าง แต่ยืนยันว่าในช่วงเที่ยวบินหนาแน่นคนต่างชาติใช้เวลารอคิวถึงหน้าช่องตรวจหนังสือเดินทางไม่เกินคนละ 40 นาที โดยในช่วงปลายปีจะขยายการตรวจคนต่างชาติที่มีวีซ่า สามารถใช้ช่อง Automatic Channel ได้ด้วย จะช่วยลดระดับความหนาแน่นได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ มาตรการการคัดกรอง Visa Run อาจกระทบกับคนต่างชาติที่ใช้ Visa Run แฝงเข้าไทยมานานจนเคยตัว รวมถึงผู้ประกอบการ Visa Run แก่คนต่างชาติที่เสียประโยชน์ ซึ่ง พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. เห็นว่าจะต้องจัดระเบียบคนต่างชาติที่เข้าไทยให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลปกติที่ ตม.ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลทั่วโลกใช้คัดกรองต่างชาติทั้งสิ้น หากใช้แต่มาตรการด้านอำนวยความสะดวกโดยเอาแต่ยอดนักท่องเที่ยวที่ไม่เป็นจริงก็จะเกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคง และถูกครหาว่าไทยเป็นแหล่งพักพิงของต่างชาติผิดกฎหมายในที่สุด

