ชูวิทย์รอด! ศาลยกฟ้อง คดีภูมิใจไทยยื่นเอาผิดหมิ่นประมาท โจมตีนโยบายกัญชา

25.11.25 | 10:14 น.

ศาลพิพากษายกฟ้อง ‘ชูวิทย์’ ไม่หมิ่นประมาท ปมโจมตีนโยบายกัญชาพรรคภูมิใจไทย ชี้เป็นการติชมโดยสุจริต มองโจทก์เป็นบุคคลสาธารณะ ต้องยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 808 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.1225/2566 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค มอบอำนาจให้ นายศุภชัย ใจสมุทร เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่ดัง เป็นจำลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา

โดยโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 ได้มีพระบรมราชโองการประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2566 คณะกรรมการเลือกตั้งได้ออกประกาศ เรื่อง กําหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง วันรับสมัครเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ และสถานที่ที่พรรค การเมืองจะส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อในการนี้ โจทก์ได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จํานวน 387 คน และผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จํานวน 98 คน

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 จําเลยได้บังอาจกระทําความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกรรมต่างวาระ คือ จำเลยบังอาจ จัดให้ ให้ เสนอให้สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคํานวณเป็นเงินให้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น งดเว้นการลงคะแนนเสียงให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนน โดยขณะที่นายอนุทินกำลังปราศรัยให้แก่ผู้สมัครในสังกัดพรรคของโจทก์บนเวทีปราศรัยชั่วคราว ณ ลานกีฬาแฟลตดินแดง สน.ดินแดง ซึ่งในขณะนั้นมีประชาชนเข้าร่วมฟังการปราศรัยมากกว่า 2,000 คน

Advertisement

จําเลยได้บังอาจตั้งโต๊ะแถลงข่าวโดยใช้เครื่องขยายเสียงขนาเล็ก (โทรโข่ง) และแจกเสื้อให้แก่ประชาชนได้จูงใจให้ประชาชนทั่วไปงดเว้นการลงคะแนนในเลือก ส.ส.สังกัดของโจทก์ โจมตีข้อความอันเป็นเท็จ ด้วยโทรโข่ง อาทิ เฮ้ย! ไม่จริง ไม่จริงอย่าไปฟัง ไอ้หนูโกหก อย่าไปฟัง ไอ้นโยบายบ้ากัญชา และมีป้ายไวนิล ข้อความอันเป็นเท็จ อาทิกัญชาค่ายเยาวชน, ภูมิใจ พรรคบ้ากัญชา ไม่เลือกพรรคบ้ากัญชา, กัญชาคือ ยาเสพติด ยกเลิกกัญชา, เยาวชนติดกัญชาเพราะมึง และ เลือกพรรคผิดติดกัญชา เป็นต้น

ศาลพิเคราะห์หลักฐาน รวมทั้งการสืบพยานฝ่ายโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า เนื่องจากโจทก์เป็นบุคคลสาธารณะ มีผลต่อประชาชนและนำเรื่องกัญชาหาเสียง ข้อเท็จจริงการนำสืบของโจทก์และจำเลยเมื่อปี 2565 มีการประกาศกัญชากัญชงไม่ผิดกฎหมายและนำไปใช้เสพกันโดยทั่วไป โดยไม่มีการควบคุมทางกฎหมายรวมถึงการที่จำเลยกล่าวว่าโจทก์มีความเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการเลี้ยงใบกันชง จึงให้ความสนใจกับธุรกิจกัญชาและกันชงมากกว่าประโยชน์ทางการแพทย์

อย่างไรก็ตาม จำเลยเป็นประชาชนที่ให้ความสนใจเรื่องปัญหาของเยาวชน ไม่เห็นด้วยกับการปราศรัยนโยบายกัญชาเสรีว่าเป็นสิ่งที่หลอกลวงประชาชน มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น จึงได้ต่อต้านไม่ให้เลือกพรรคที่สนับสนุนการทำกัญชาเสรี ดังนั้น จำเลยจึงแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต แม้ถ้อยคำโจมตีนโยบายของโจทก์จะร้ายแรงอยู่บ้าง แต่ว่าโจทก์เป็นบุคคลสาธารณะ ต้องยอมรับคำติชม ดังนั้น จึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

ส่วนที่มีคำฟ้องตามกฎหมายว่า จำเลยทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง มาตรา 73 ที่ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการใดๆ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง ผู้สมัครอื่น หรือพรรคการเมืองใดๆ ศาลพิจารณาแล้ว

ส่วนการที่จำเลยได้เดินหน้าแจกเสื้อสติ๊กเกอร์เข็มกลัดต่อต้านนโยบายกัญชาเสรีเป็นการแจกโดยเปิดเผย ไม่ได้ทุจริตในการเลือกตั้ง เพียงแต่ต่อต้านนโยบายของพรรคโจทก์เท่านั้น และไม่ปรากฏว่าประชาชนจะเกิดความหวาดกลัว หรือมีความรู้สึกถูกบังคับขู่เข็ญให้เข้าใจ จำเลยจึงไม่มีความผิดในส่วนนี้

ศาลพิพากษายกฟ้อง