สน.ห้วยขวาง รวบชาวจีนหลบหนีเข้าเมืองเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ (โรแมนซ์สแกม) หนีจากประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน มีรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดย พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 กองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 1 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.อ.พลสิท ฝ่ายสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.รุจิภาส ถิระอมรบุญ รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง, พ.ต.ท.ชนภัทร สุขสวัสดิ์ สว.สส.สน.ห้วยขวาง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน
ได้จับกุมตัว ผู้ต้องหาชายชาวจีน 15 ราย ชายชาวไต้หวัน 1 ราย รวม 16 ราย ที่คอนโดย่านพระราม 9 ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” จำนวน 12 ราย (ชาวจีน 11 ราย ชาวไต้หวัน 1 ราย) ข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” จำนวน 1 ราย ส่วนชาวจีนอีก 3 ราย พบว่ามีการขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรด้วยวีซ่าประเภทอีลีท อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียดต่อไป
พฤติการณ์กล่าวคือ 1.เจ้าหน้าที่สายตรวจสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มชาวจีนหลายรายรวมกลุ่มอยู่บริเวณใต้คอนโดแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 มีลักษณะต้องสงสัย คาดว่าเป็นกลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าไปตรวจสอบกลุ่มชาวจีนดังกล่าว รวม 16 ราย เป็นชาวจีน 15 คน ชาวไต้หวัน 1 คน จึงได้เชิญตัวมาที่สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางเพื่อตรวจสอบ
2.สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กก.สืบสวน บก.ตม.1 ร่วมตรวจสอบกลุ่มชาวจีนดังกล่าว ผลการตรวจสอบพบว่า 12 จาก 16 ราย เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง อีก 1 ราย เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) ส่วนชายชาวจีนอีก 3 ราย พบว่ามีการขออนุญาตถูกต้อง โดยมีวีซ่าประเภทอีลีท จึงได้จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 13 ราย ที่หลบหนีเข้าเมืองดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
3.จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมทราบว่า ชายชาวไต้หวันพบว่าเป็นบุคคลที่ทางการไต้หวันต้องการตัว โดยมีการกระทำความผิดในไต้หวัน 3 ข้อหา ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ฉ้อโกง และความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน
นอกจากนี้ยังพบว่าชาวไต้หวันรายดังกล่าวอยู่ในขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ (โรแมนซ์สแกม) ที่เดินทางเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อต่อมามีสถานการณ์จึงได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย





