รวบสแกมเมอร์ยกแก๊งหลอกลงทุนกองทุนน้ำมันระดับหมื่นล้าน อ้างชื่อหรู “ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ “ผลตอบแทนสูง 20 เท่า ทำเหยื่อเสียหายกว่า 13 ล้าน”
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ.สั่งการให้ พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.4 บก.ปอศ. พ.ต.ท.สาธิต หาวงษ์ชัย สว.กก.4 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม นายอธิณัฏฐ์ อายุ 57 ปี น.ส.ณันนภัชสรณ์ อายุ 51 ปี นางเข็มทอง อายุ 55 ปี น.ส.ปรานิศา อายุ 48 ปี นายถาวร อายุ 60 ปี และนางอนุภา อายุ 45 ปี ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ 885-891/2568 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ”

พร้อมของกลางโทรศัพท์ 8 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง แท็บเล็ต 1 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 22 เล่ม เอกสารการเงินสมุดใบมอบอำนาจจากต่างประเทศ 33 เล่ม และเอกสารปลดอายัดเงิน มูลค่า 783,800,000 USD ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีลายเซ็นประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์ จำนวน 1 ฉบับ

จากการจับกุมทราบว่ามีกลุ่มผู้เสียหาย 15 ราย เข้ามาร้องทุกข์ที่ บก.ปอศ. หลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพ อ้างตัวเป็นนักธุรกิจใหญ่ไฮโซ เป็นเจ้าของกองทุนน้ำมันประเทศไนจีเรีย มีโครงการนำเงินกองทุนน้ำมันเข้ามาประเทศไทย จึงมีความจำเป็นต้องระดมทุนเพื่อดำเนินโครงการ หากทำสำเร็จจะได้รับผลตอบแทนมหาศาล โดยมีการนำเอกสาร รับรองการปลดอายัดเงิน มูลค่า 783,800,000 USD ของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 2.5 หมื่นล้าน ซึ่งปรากฏลายเซ็น ประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์, หนังสือรับรองความเป็นเจ้าของทองคำทั่วโลก มีลายน้ำซึ่งต้องใช้ไฟฉาย ชนิดพิเศษส่องถึงจะเห็น, เอกสารรับรองจากธนาคาร HSBC ประเทศจีน แสดงยอดเงิน 9 แสนล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยเสนอผลตอบแทนสูงถึง 20 เท่าของเงินลงทุน ในระยะเวลา 3 เดือน

ภายหลังกลุ่มผู้ต้องหาจะตระเวนจัดงานชักชวนระดมทุน ตามโรงแรมในต่างจังหวัดต่างๆ จากนั้นจะชักชวนผู้เสียหายเข้ากลุ่มไลน์ลงทุน มีการประชุมระดมทุนทางออนไลน์ทุกสัปดาห์ อ้างเหตุว่าต้องเสียค่าภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าทนายสากล จนผู้เสียหายบางรายหมดเนื้อหมดตัว ถึงกับต้องกู้เงินมาลงทุนต่อ เนื่องจากเสียดายเงินที่เคยได้ลงทุนไป

ต่อมาเมื่อถึงกำหนดระยะเวลาจ่ายผลตอบแทน กลุ่มผู้ต้องหาพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่จ่ายผลตอบแทนให้กับผู้เสียหาย โดยอ้างเหตุขัดข้องต่างๆ จนผู้เสียหายเกิดความสงสัย จึงได้นำเอกสารที่กลุ่มผู้ต้องหาเคยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของกองทุนน้ำมัน ส่งไปตรวจสอบที่สถานทูตไนจีเรีย ก็พบว่าเป็นเอกสารปลอมทั้งหมด จึงเชื่อว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาหลอกลวง เป็นเหตุให้กลุ่มผู้เสียหายได้รับความเสียหาย 13 ล้านบาท

ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนทราบตัวผู้ร่วมกระทำความผิด ซึ่งแบ่งกันทำหน้าที่ต่างๆ ได้แก่ นายอธิณัฏฐ์ และ น.ส.ณันนภัชสรณ์ หรือมาดามเมตตา อ้างตัวเป็นเจ้าของกองทุนฯ คอยพูดชักชวนเหยื่อให้ร่วมลงทุน, นางเข็มทองเป็นเจ้าของบัญชีรับโอนเงิน, น.ส.ปรานิศาและนายถาวรเป็นหัวหน้ากลุ่มไลน์คอยเผยแพร่ข้อมูให้สมาชิก, และนางอนุภาทำหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการในวันจัดอีเวนต์ชักชวนระดมทุน

พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับ ก่อนระดมกำลังเข้าจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาได้ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ สอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา พบบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 22 บัญชี มีเงินหมุนเวียนกว่า 150 ล้านบาท ซึ่งหลังจากกลุ่มผู้ต้องหารับเงินจากผู้เสียหายแล้ว ก็จะมีการโอนเงินต่อเป็นทอดๆ ปลายทางของเงินจะถูกแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ.สอบสวนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องที่เหลือ ส่วนเอกสารปรากฏลายมือชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ก็จะส่งตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป




