รุทธพล ให้ออกอีก 4 ขรก.เรือนจำ ชี้ผิดร้ายแรง-จัดคุกวีไอพี สั่งไล่เส้นเงินญาติ ‘มานพ’ ยื่นปปช.สอบบิ๊กยธ. กล่าวหารับสินบน 3-15 ล้าน

29.11.25 | 06:00 น.

รุทธพล ให้ออกอีก 4 ขรก.เรือนจำ ชี้ผิดร้ายแรง-จัดคุกวีไอพี สั่งไล่เส้นเงินญาติ ‘มานพ’ ยื่นปปช.สอบบิ๊กยธ. กล่าวหารับสินบน 3-15 ล้าน

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องขังจีนเทา ภายหลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมขีดเส้น 5 วัน สำหรับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยนายไพฑูรย์ มงคลหัตถี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตรวจสอบ ว่า รับรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบ รวมถึงหารือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อดำเนินการในส่วนคดีอาญา เบื้องต้นพบการกระทำผิดชัดเจนเรื่องของวินัยร้ายแรง และมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน 4 นาย โดยเป็นผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องขัง 1 นาย และอีก 3 นาย เป็นเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในเรือนจำซึ่งรับรู้เรื่องการกระทำความผิดและไม่ดำเนินการตามระเบียบ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ 4 นายก็อยู่ในจำนวน 20 รายชื่อที่ถูกคำสั่งย้ายไปเรือนจำต่างจังหวัดก่อนหน้านี้ และมีพยานหลักฐานจากการสอบปากคำพยานและอีกหลายๆ ส่วนที่จะยืนยันการกระทำความผิดวินัยร้ายแรงได้ โดยคณะทำงานจะรวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุดก่อนจะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อไป

“การตรวจสอบเส้นทางการเงินของ ผบ.เรือนจำและพวกนั้น ทราบว่าดำเนินการไปได้ค่อนข้างมากแล้ว และตรวจสอบไปแล้วหลายชั้นจนถึงกลุ่มเครือญาติของเจ้าหน้าที่ จะมีการสรุปรายงานอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ในรายละเอียดสำนวนการสืบสวนไม่สามารถเปิดเผยได้ รวมไปถึงกระแสข่าวลือว่าหญิงนางแบบชาวจีนทั้ง 2 คน ได้รับเงินค่าจ้าง 5 แสนบาทนั้น ก็ต้องดำเนินการขยายผลตรวจสอบข้อเท็จจริง” พล.ต.ท.รุทธพลกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายมานพ ชมชื่น อดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งทำหนังสือร้องเรียนไปยังประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องร้องเรียนพฤติกรรมร่ำรวยของปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงละครเพื่อกลบเกลื่อนไม่ให้มีการสาวเส้นทางการเงินถึงตัวการระดับใหญ่ เพราะในความเป็นจริงกระบวนการเรียกรับเงินแลกกับการเอื้อประโยชน์นี้ ผู้ต้องขังมีการจ่ายเงินเป็นขั้นบันไดให้แก่เจ้าหน้าที่เรือนจำ แบ่งเป็น 3 5 7 9 ไปจนถึง 15 ล้านบาท ตามระดับการให้บริการ ซึ่งจะรับเงินโดยวิธีรับใช้บัญชีของผู้อื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง แค่มีความเชื่อมโยงกันระหว่างเจ้าหน้าที่เรือนจำด้วยกัน โดยผ่านจากเจ้าหน้าที่ผู้คุมที่ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นกระบวนการส่งส่วยและฟอกเงิน ตั้งแต่ล่างขึ้นสู่บน ทำเป็นระบบและต่อเนื่องกันมายาวนาน จึงขอให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า นายมานพ เตรียมออกมาแถลงข่าวปมเรื่องอื้อฉาวและขอความเป็นธรรม