เผย นานา ขาดสภาพคล่องตั้งแต่ปี 65 ปลอมสลิป-ใบโอนหุ้น ลวงเพื่อนทำธุรกิจ ชี้ มีแค่ร้านทำผม ที่ทำเงินจริง
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางและควบคุมตัว นางไรบีนา (สงวนนามสกุล) หรือนานา อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 7195/2568 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ฐานความผิด “ฉ้อโกงทรัพย์ และกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” ลงมาจากอาคารพิทักษ์สันติ ขึ้นรถตู้สีเทา เพื่อนำตัวมาฝากขังที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา บริเวณอาคารศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเป็นอาคารตึกหน้า โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาได้นำตัวนานาขึ้นรถตู้ไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้เปิดเผยอะไรกับสื่อมวลชนแต่อย่างใด
โดยมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่จะนำตัวส่งศาลเพื่อฝากขังต่อไป ทั้งนี้ตามอำนาจเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 48 ชั่วโมง แต่เนื่องจากผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงคาดว่าน่าจะมีการส่งตัวฝากขังที่ศาลอาญาในวันพรุ่งนี้ เวลาประมาณ 09.00 น.
วันเดียวกัน มีรายงานจากการสอบปากคำนางไรบีนา จนถึงตอนนี้เจ้าตัวยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากคำให้การหลายส่วนยังมีความขัดแย้งกับพยานหลักฐานต่างๆ ที่ตรวจพบ โดยเฉพาะหลักฐานเกี่ยวกับเอกสาร สลิปการโอนเงิน เอกสารการโอนหุ้น รวมทั้งเอกสารการทำธุรกิจต่างๆ มากมายที่ถูกทำปลอมขึ้นมา ซึ่งเป็นหลักฐานที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดได้ในขณะเข้าตรวจค้นบ้านพักเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
ทั้งนี้จากแนวทางสืบสวนข้อมูลเชิงพฤติกรรมของเจ้าตัว เจ้าหน้าที่ยังพบว่า ช่วงระยะหลังตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา นางไรบีนาเริ่มขาดสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากติดนิสัยใช้จ่ายฟุ่มเฟือย รวมถึงทำธุรกิจขาดทุนหลายอย่าง จึงเริ่มออกอุบายชักชวนเพื่อน หรือคนที่อยู่รอบตัวให้นำเงินมาร่วมลงทุนธุรกิจต่างๆ โดยการอ้างชื่อนักธุรกิจหรือ บุคคลต่างๆ ที่มีชื่อเสียง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แต่ในความเป็นจริงธุรกิจตามที่กล่าวอ้างขึ้นมานั้นไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงแค่การกุเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเงินจากกลุ่มผู้เสียหาย
นอกจากนี้ยังพบเอกสารการโอนหุ้น หรือสลิปการโอนเงินลงทุนต่างๆ ก็เป็นเอกสารที่ถูกทำปลอมขึ้นมา เพื่อไว้แสดงให้เหยื่อหลงเชื่อว่ามีการทำธุรกิจอยู่จริง ซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการทำธุรกรรมต่างๆ ของนางไรบีนาย้อนหลัง ที่พบว่า ธุรกิจเดียวที่มีอยู่จริงของเจ้าตัวและครอบครัว คือ ธุรกิจร้านตัดผมชื่อดัง ที่ทำร่วมกับนายปริญญา อินทชัย หรือเวย์ ไทเทเนี่ยม ศิลปินนักร้องชื่อดังผู้เป็นสามี และเป็นแหล่งรายได้เพียงแหล่งเดียว ส่วนเงินต่างๆ ส่วนที่เหลือที่เข้ามาในระบบนั้นส่วนใหญ่เป็นเงินที่มาจากการหลอกลวงกลุ่มผู้เสียหายทั้งสิ้น
นอกจากนี้ยังพบว่า นางไรบีนาเคยหลอกขายหุ้นทิพย์ธุรกิจร้านตัดผมให้กับคนรู้จักรายหนึ่ง โดยมีการปลอมเอกสารการโอนหุ้นขึ้นมา เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายตายใจว่ามีการโอนหุ้นให้จริง กระทั่งเจ้าตัวจะมาทราบในภายหลังว่าแท้จริงแล้ว นางไรบีนาไม่ได้โอนหุ้นให้ตามที่ตกลงกันไว้ และเอกสารที่นำมาแสดงนั้นก็เป็นเอกสารปลอม
ขณะเดียวกันจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่า นางไรบีนากระทำการทุกอย่างเพียงคนเดียว เชื่อว่ายังมีบุคคลอื่นที่เป็นคนใกล้ตัว หรือคนใกล้ชิด รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าวร่วมด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมขยายผลดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคนอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวนางไรบีนา พร้อมตรวจค้นบ้านพักเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เบื้องต้นไม่พบตัวนายปริญญา อินทชัย หรือเวย์ ไทเทเนี่ยม สามี อยู่ในบ้านแต่อย่างใด
จากแนวทางสืบสวนยังพบว่า เวย์ ไทเทเนี่ยม ไม่ได้กลับมาที่บ้านพักก่อนหน้านี้แล้วประมาณ 3 วัน โดยในวันนี้ก็ยังไม่มีผู้พบเห็น เวย์ ไทเทเนี่ยม เดินทางมาเยี่ยมหรือให้กำลังใจภรรยาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แต่อย่างใดอีกด้วย

