ตม.นครปฐม เปิดฉากดุ! รวบ ‘บัญชีม้า’ ประเดิมรับเก้าอี้ ผกก.นักสืบป้ายแดง ‘จิรพงศ์’ โชว์เก๋าแกะรอยข้ามจังหวัด สนองนโยบาย ‘บิ๊กทรงโปรด’ ย้ำ ตม.ยุคใหม่ต้อง ‘สวมหมวกสองใบ’
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ขานรับนโยบายสั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.เดโช โสสุวรรณากุล รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัด กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 กวนขันพื้นที่รับผิดชอบ ทำงานอาชญากรรมเชิงรุก
ปฏิบัติการประเดิมตำแหน่งครั้งนี้เริ่มต้นทันทีเมื่อ ตม.จว.นครปฐม ได้รับการประสานงานด่วนจาก สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ถึงการหลบหนีของ นายจอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาคนไทยที่เป็นจิ๊กซอว์สำคัญในขบวนการหลอกลวงเทรดหุ้นคนต่างชาติ ทำหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชีม้า

พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.ตม.จว.นครปฐม จึงสั่งการชุดสืบสวน ตม.จว.นครปฐม ปูพรมหาข่าวเชิงลึก จนทราบพิกัดว่าคนร้ายหนีมากบดานเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ใน ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม จึงสั่งการชุดสืบสวนได้วางกำลังซุ่มโป่งเฝ้ารอจังหวะ จนกระทั่งพบเป้าหมายปรากฏตัว และแสดงตัวเข้าจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ถือเป็นการปิดจ๊อบแรกรับตำแหน่งใหม่ได้อย่างสวยงาม
นายจอเล่าถึงที่มาของบัญชีม้า โดยอ้างว่าตนตกเป็นเหยื่อของ “กลโกงซ้อนกลโกง” จากเว็บเทรดหุ้นชื่อ “บีซ่า” (Biza) ที่พบผ่าน Facebook โดยนายจออ้างว่าเริ่มต้นจากการลงทุนเพียง 200 บาท และได้รับโปรโมชั่นเพิ่มเป็น 1,000 บาท เมื่อเล่นได้กำไรตามหน้าเว็บไซต์สูงถึง 50,000 บาท จึงทำเรื่องถอนเงิน แต่กลับถูกแอดมินบ่ายเบี่ยงว่าเลขบัญชีผิดพลาด ต้องยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่มีเจ้าหน้าที่ 2 ราย ขับรถเก๋งสีบรอนซ์เงินบุกมาถึงหน้าบ้าน เพื่อทำการสแกนใบหน้าถึง 6-7 ครั้ง โดยอ้างว่าเงินจะเข้าบัญชีในภายหลัง แต่สุดท้ายกลับติดต่อไม่ได้ และไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว
อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่าเป็นผู้เสียหาย แต่จากเส้นทางการเงินพบยอดเงินโอนเข้าบัญชีนายจอ ราว 70,000 บาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคดีหลอกลงทุนเทรดหุ้นที่มีผู้เสียหายรวมกว่า 700,000 บาท และมีผู้ต้องหาในขบวนการถึง 8 คน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การทั้งหมด เตรียมขยายผลส่งไม้ต่อให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เจ้าของคดี
ด้าน พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 ได้กล่าวชื่นชมการทำงานที่รวดเร็วและเฉียบขาด พร้อมเปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้คือเครื่องพิสูจน์ศักยภาพของตำรวจ ตม.ยุคใหม่ ที่ต้องถือ “หมวกสองใบ” ใบแรกคือเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองผู้ให้บริการ แต่อีกใบคือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตาม ป.วิ อาญา ที่ต้องมีความเข้มข้นในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่เป็นภัยต่อสังคม ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม
เบื้องต้น ฝ่ายสืบสวน ตม.จว.นครปฐม ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


