บิ๊กโจ๊ก สอนงานคดี ‘นัทปง’ แนะ ตร.-พฐ.เร่งเก็บหลักฐาน จี้หน่วยงานต้องสกัดไซยาไนด์ให้เข้าถึงยากขึ้น

8.12.25 | 17:30 น.

‘บิ๊กโจ๊ก’ แนะคดี ‘นัทปง’ มีสารไซยาไนด์ในร่างกาย ตร. และ พฐ. ต้องเข้าที่เกิดเหตุเก็บหลักฐานโดยเร็ว จี้ตำรวจ และราชการเร่งออกมาตรการสกัดสารไซยาไนด์ให้เข้าถึงประชาชนได้ยาก

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความเห็นถึงการสอบสวนคดีการเสียชีวิตของนายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือนัทปง ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ที่ผลชันสูตรของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่า พบสารไซยาไนด์ในกระเพาะอาหารและในเลือดของนายณัฐวุฒิ ว่า จากประสบการณ์ที่ตนเคยทำคดีแอม ไซยาไนด์ ตนเห็นประสบการณ์ในคดีประเภทนี้ว่า หากตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว รวมทั้งสามารถรักษาสภาพที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว จะทำให้การสืบสวนคดีนี้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ เท่าที่ตนได้ยินมาจากคดีของนายณัฐวุฒินั้น ทราบว่าหลังพบการเสียชีวิต ไม่มีเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงตรวจสอบที่เกิดเหตุนอกจากพนักงานสอบสวน ทำให้ตนไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะตนเชื่อว่าทางตำรวจน่าจะทำตามหน้าที่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุตั้งแต่ต้น

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า พนักงานสอบสวนและหน่วยพิสูจน์หลักฐานต้องเข้าตรวจสอบพร้อมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างเข้าเก็บพยานหลักฐาน โดยวิธีมีข้อดีก็คือ จะสามารถเก็บพยานหลักฐานได้อย่างละเอียด อีกทั้งพนักงานสอบสวนยังสามารถขอคำแนะนำ หรือรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานในฐานะผู้เชี่ยวชาญได้ ในขณะเดียวกัน สภาพที่เกิดเหตุนั้นควรจะต้องถูกรักษาเอาไว้อย่างดี ซึ่งจะทำให้เราเก็บรวบรวมพยานหลักฐานได้ครบถ้วน ตั้งแต่ DNA วัตถุพยานอื่นๆ ไปจนถึงสภาพการตาย ดังนั้น สถานที่เกิดเหตุถือว่าสำคัญอย่างมาก

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า ปัญหาที่ตนทราบจากประสบการณ์ทำคดีแบบนี้คือ ในกรณีที่แจ้งว่าเป็นการฆ่าตัวตายนั้น อาจจะทำให้เกิดการละเลย และไม่ได้นำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวมทั้งสภาพสถานที่เกิดเหตุไม่ได้ถูกรักษาเอาไว้อย่างดี หากสถานที่เกิดเหตุถูกส่งกลับไปยังครอบครัว อาจจะทำให้พยานหลักฐานหลายอย่างหายไป และทำให้คดีมีปัญหาได้

ส่วนเรื่องการชันสูตรพลิกศพนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า กรณีการเสียชีวิตจากสารไซยาไนด์ต้องผ่าพิสูจน์อย่างเดียว ซึ่งประเด็นตรงนี้ตนเชื่อว่าแพทย์ได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว โดยศพที่เสียชีวิตจากสารไซยาไนด์นั้นเลือดจะมีสีแดงสด สำหรับคดีของนายณัฐวุฒินั้น ต้องตรวจสอบดูที่เล็บด้วยว่ามีสีดำ และตามซอกเล็บพบสารไซยาไนด์ตกค้างจากการจิกสารขึ้นมารับประทานหรือไม่

Advertisement

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า นอกจากตำรวจจะต้องเร่งไขข้อเท็จจริงในคดีนี้ให้รวดเร็วแล้ว ควรจะต้องหารือกับกรมศุลกากรและกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะสะท้อนปัญหาว่า มาตรการการป้องกันการนำเข้าสารไซยาไนด์สู่มือประชาชนนั้นยังไม่ดีพอ สารไซยาไนด์ยังคงนำเข้าได้อย่างง่ายดาย และนำมาสู่การก่อคดีที่สร้างความสะเทือนขวัญแก่ประชาชน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยืนยันว่า ประชาชนทั่วไปครอบครองสารไซยาไนด์ไม่ได้ เป็นเรื่องผิดกฎหมาย การที่ประชาชนสามารถครอบครองสารไซยาไนด์ได้ง่ายจะสร้างความสะเทือนขวัญแก่สังคม ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรต้องเร่งหารือเพื่อติดตามว่าที่ผ่านมาได้นำเข้าสารไซยาไนด์มาเท่าไหร่ และถูกนำไปกระจายอยู่ตามโรงงาน หรือสถานที่ใดบ้าง รวมทั้งต้องเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องของมาตรการการนำเข้าสารไซยาไนด์สู่ประเทศ