ทลายแก๊งรัสเซีย ติด QR code กลางกรุงเทพฯ ซื้อขายยาเสพติด ผ่าน AI Bot จ่ายด้วยเงินดิจิทัล

10.12.25 | 08:21 น.

เปิดปฏิบัติการทลายแก๊งสติ๊กเกอร์ QR code รัสเซียใช้ AI บงการขายยานรกทั่วกรุงเทพฯ


เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบด้านยาเสพติด, พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6, พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2, พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.น.6, พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา, พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผกก.สน.สุทธิสาร

นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.), ศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.), บก.สส.บช.น. และ สน.ยานนาวา สน.สุทธิสาร เปิดปฏิบัติการ “ทลายแก๊งรัสเซีย ยุค 2025 ใช้ AI บงการขายยานรกทั่วกรุงเทพฯ” ตรวจค้นและจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวรัสเซียทั้งสิ้น 2 ราย ดังนี้

1.นายไอวาน วอลนอพ อายุ 34 ปี สัญชาติรัสเซีย ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1268 /2568 ลงวันที่ 3 ธ.ค.68 โดยกล่าวหาว่าโฆษณาเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมว่าครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เช่น สารสกัดกัญชา ยางกัญชา โดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมตัวได้ที่โรงแรมภายในซอย 46 ซอยอินทามระ 47 แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ

Advertisement

2.นายมารค์ มาโอปูโร อายุ 35 ปี สัญชาติ รัสเซีย ถูกแจ้งข้อหาครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เช่น สารสกัดกัญชา ยางกัญชา โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยที่การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด (OVER STAY) จับกุมตัวได้ที่โรงแรมชื่อดังภายในซอยเอกมัย 10 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา จ.กรุงเทพฯ

ตรวจยึดของ 10 รายการ ดังนี้

1.เงินสด 200,000 บาท

2.รถตู้ GRANVIA สีเทา จำนวน 1 คัน

3.MacBook Pro จำนวน 2 เครื่อง

4.โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง (จับกุมฉับพลันล็อคหน้าจอไม่ทัน พบข้อมูลใน Telegram จำนวนมาก)

5.ที่เก็บข้อมูลการ์ดความจำ และแฟลชไดฟ์ จำนวน 20 ชิ้น (อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลภายใน)

6.สมุดบัญชีธนาคาร 5 เล่ม

7.ช่อดอกกัญชาไม่ทราบสายพันธุ์ จำนวน 41 ถุง

8.ยางในกัญชา จำนวน 25 กระปุก

9.เมล็ดกัญชา 20 ห่อ

10.เครื่องบดกัญชา และอุปกรณ์อื่นๆ จำนวนมาก

พฤติการณ์กล่าวคือ ตำรวจศูนย์ยาเสพติดนครบาล ศอ.ปส.บช.น. แกะรอยสติกเกอร์ QR Code ขายยานรก 2025 ใช้ Ai ขายยา โดยไม่ต้องสัมผัสของกลาง พร้อมระบบ Ai แตกเครือข่ายแบบธุรกิจ Start Up สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 พ.ย.68 ชุดลาดตระเวนออนไลน์ของ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบด้านยาเสพติดพื้นที่กรุงเทพฯ ได้พบเบาะแสจากเพจเฟสบุ๊ค Drama-addict ว่า มีสติ๊กเกอร์ QR Code ขายยาเสพติด ภาษารัสเซียติดตามริมถนนในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงแจ้งให้ทุก สน.ในกรุงเทพฯลงตรวจสอบ จนพบว่ามีสติ๊กเกอร์ดังกล่าวย่านลุมพินี ปทุมวัน และยานนาวา

โดยวิเคราะห์ว่าคนร้ายกลุ่มนี้เป็นขบวนการและกระจายอยู่ จึงรายงานให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ทราบเรื่องนี้ โดยมอบหมาย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำชุดปฏิบัติการ ศอ.ปส.บช.น. ร่วมกับ สน.ยานนาวา และ สน.ลุมพินี (พื้นที่พบสติ๊กเกอร์) ลงพื้นที่สืบสวนโดยละเอียด

จากการเดินสำรวจในพื้นที่กรุงเทพฯ พบสติ๊กเกอร์ QR Code ปริศนาระบุข้อความ “Thai hub Telegram COCAINE KETAMINE MEPH METH MDMA” ติดไว้ตามจุดพักคอยและเสาไฟฟ้าหลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ เมื่อทำการสืบสวนไปก็สร้างความประหลาดใจให้กับชุดสืบสวนเป็นอย่างยิ่ง เพราะกรรมวิธีนั้นเสมือนกลุ่มคนร้ายมาจากโลกอนาคต “ไร้เงา-ไร้ตัวตน” ล้วนเป็นการใช้เทคโนโลยี Ai ในการดำเนินการไปพร้อมๆ กับกระบวนการส่งมอบยาเสพติด

โดยแผนประทุษกรรมของคนร้ายกลุ่มนี้คือ เมื่อมีคนสนใจสั่งซื้อยาเสพติดจะทำการสแกน QR Code บนสติ๊กเกอร์นั้น จากนั้นจะถูกนำเข้าสู่แอพพลิเคชั่น Telegram สนทนาซื้อขายยาเสพติด ซึ่งจะมี “AI Bot” ตอบโต้กับลูกค้าที่จะสั่งซื้อยาเสพติดอย่างเบ็ดเสร็จตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีมนุษย์หรือแอดมินคอยตอบโต้แม้แต่คนเดียว เมื่อถึงขั้นตอนการทำธุรกรรมซื้อขายยาเสพติดนั้นจะรับชำระผ่านสกุลเงินดิจิทัลเท่านั้น โดย Bot จะตรวจสอบยอดเงินเข้าบัญชีแบบเรียลไทม์ หากลูกค้าโอนเงินยาเสพติดให้แล้ว ระบบจะอนุมัติทันทีโดยไม่ต้องใช้สลิปโอนเงิน

ส่วนขั้นตอนการส่งมอบยาเสพติด จะให้ลูกค้าเดินทางไปยังจุดที่มีการซุกซ่อนยาเสพติดที่เตรียมไว้อยู่แล้ว ตามจุดต่างๆ ทั่วประเทศ โดย Ai Bot จะส่งพิกัดพร้อมภาพจุดซุกซ่อนมาให้ลูกค้าทันทีหลังโอนเงิน

อย่างไรก็ดี เมื่อลูกค้าเสร็จสิ้นจากการสั่งซื้อ Ai Bot จะเชิญชวนให้ผู้ซื้อผันตัวมาเป็น “ผู้ร่วมธุรกิจ” ผ่านระบบสมาชิก โดยจะมีภารกิจให้ทำหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น 1.แนะนำคนอื่นมาซื้อยาเสพติดจะได้ส่วนลดแบบขั้นบันได 2.การเป็นนักบิน (คนเดินยาเสพติด) โดยจะถูก Ai สั่งการให้นำยาเสพติดไป “ฝัง” หรือ “ซ่อน” ตามที่ต่างๆ โดยการเคลื่อนย้ายลำเลียงยาเสพติดกันเป็นทอดๆ โดยที่สมาชิกต่างคนต่างไม่รู้จักกัน ไม่เคยเห็นหน้ากัน เพื่อป้องกันการถูกจับกุมแล้วซัดทอดถึงตัวการใหญ่ และ 3.การเปิดระบบ API ให้ผู้ที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีสามารถนำ Ai Bot ไปสร้างหน้าร้านของตัวเองได้ โดยกินส่วนต่างค่าคอมมิสชั่น ทำให้เครือข่ายนี้สามารถเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัดและยากต่อการปิดกั้น โดยที่ตัวการแท้จริงไร้ตัวตน เพียงแค่ใช้เทคโนโลยี Ai สั่งคอยคำนวณและสั่งการให้ทั้งหมด

กระทั่ง พล.ต.ต.ธีรเดชงัดกลยุทธ์ “เกลือจิ้มเกลือ” ใช้เทคโนโลยี Ai ย้อนเกล็ดองค์กรลับด้วยกรรมวิธีการสืบสวนแห่งโลกอนาคตเพียง 1 สัปดาห์ ก่อนพบกับตัวการสำคัญในขบวนการ 2 ราย ล้วนเป็นชาวรัสเซีย ซึ่งแผนการสืบสวนโดยใช้ Ai ทำให้สืบทราบว่า 1 ในตัวการรายสำคัญ กำลังไปตระเวนขุดหลุม ซุกซ่อนยาเสพติดอยู่ในพื้นที่ย่านพัทยา จ.ชลบุรี ชุดปฏิบัติการ ศอ.ปส.บช.น. และ สน.ยานนาวา มุ่งหน้าติดตามไปอย่างเร่งด่วน

วันที่ 9 ธ.ค. 68 เวลาประมาณ 12.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช นำกำลังเปิดปฏิบัติการ โดยสั่งการชุดสืบสวนเข้าชาจน์นายมาร์คด้วยยุทธวิธีฉับพลัน ป้องกันมิให้คนร้ายปิดล็อกหน้าจอโทรศัพท์และควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือซึ่งยังคงค้างอยู่ในหน้าจอแอพพลิเคชั่น Telegram จากการตรวจค้นรถตู้ต้องสงสัยพบผลิตภัณฑ์กัญชาเป็นจำนวนมาก จากนั้นได้การขยายการจับกุมจนทราบว่า คนร้ายอีก 1 รายที่เป็นคนติดสติ๊กเกอร์นั้นหลบหนีไปอยู่ในละแวกพื้นที่สุทธิสาร จ.กรุงเทพ จึงได้นำกำลังบุกต่อเนื่องไปที่โรงแรมชื่อดังย่านรัชดา ซอยอินทามระ 47 แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ รวบตัวนายไอวาน บุคคลตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1265/2568 ลงวันที่ 3 ธ.ค.68  จากการตรวจค้นห้องพัก พบโน๊ตบุ๊กอยู่ในมือซึ่งยังคงค้างอยู่ในหน้าจอแอพพลิเคชั่นTelegram และตรวจยึดของกลางใช้ยืนยันการกระทำความผิดอีกหลายรายการ

หลังการจับกุมได้นำตัวนายมาร์ค พร้อมของกลางบางส่วนนำส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ดำเนินคดี ในส่วนของนายไอวาน ได้นำตัวส่ง สน.ยานนาวา ดำเนินคดี และของกลางอีกส่วนหนึ่งที่ตรวจค้นพบในห้องของนายไอวานได้นำส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ดำเนินคดีต่อไป

ในชั้นจับกุมนายไอวานให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ภาพกล้องวงจรปิดคนที่ไปติดสติ๊กเกอร์ QR Code นั้นมิใช่ตนเอง ส่วนที่ตนเองแคปหน้าจอข่าวที่ QR Code ขายยาเสพติดระบาดนั้น โปรแกรม Wechat แคปไว้เองตนเองไม่ได้เป็นคนแคปหน้าจอ ส่วนภาพถ่ายบนผนังห้องที่ตนเองสวมหมวกใบเดียวกับวันที่ก่อเหตุนั้นน่าจะบังเอิญที่หมวกตนเองไปเหมือนกับคนร้าย และภาพจากกล้องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตนดูอาจจะเป็นคนที่ใบหน้าคล้ายกับตนเอง ส่วนอื่นๆ ไม่ขอให้การใดๆ และตนเองเคยพบนายมาร์ค แต่ไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมใดๆ

ส่วนในชั้นจับกุมนายมาร์ค ให้การภาคเสธ รับว่า Overstay แต่ปฏิเสธในเรื่องของกัญชา โดยอ้างว่ามีใบอนุญาตจากแพทย์ให้ใช้กัญชาได้ และอ้างว่ามีใบอนุญาตให้ขายกัญชาได้ในนามบริษัท อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลา 3 ปี แล้ว ตนจะไปๆ มาๆ หลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพ, ชลบุรี (พัทยา), เชียงใหม่ และหลายๆ จังหวัดทางภาคใต้ ส่วนที่ขับรถตู้ตระเวนหอบข้าวของพะรุงพะรังนั้น ตนเองชอบยกหม้อหุงข้าวขึ้นห้องพักไปด้วย แต่เป็นการไปหุงข้าวญี่ปุ่น ไม่ได้ใช้ผลิตกัญชาใดๆ ส่วนทรายแมวใช้ดับกลิ่นนั้น ตนไม่ได้เลี้ยงแมวแต่พกเอาไว้ติดรถเฉยๆ หลังจากนี้ถ้าโดนผลักดันออกนอกประเทศ คงจะกลับไปอยู่กับแฟนที่ประเทศรัสเซีย

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมอย่างทันท่วงที เพราะกลุ่มคนร้ายใช้กรรมวิธีการที่ล้ำสมัย แปลกใหม่ ทำให้ไม่สามารถสืบสวนติดตามได้ด้วยวิธีปกติ โดยที่น่ากลัวคือโมเดลการขยายธุรกิจค้ายานรกนี้ทำได้อย่างรวดเร็ว แยบยล และไร้ตัวตน โดยใช้ความรู้ทางเทคโนโลยี Ai อย่างไม่สร้างสรรค์ ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ถือเป็นตัวการสำคัญของขบวนการนี้อย่างแท้จริง หลังจากนี้จะมีการขยายผลโดยละเอียดจนถึงที่สุดโยประสานงานกับ บช.ปส.ตามที่ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมมอบนโยบาย และพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทำงานเชิงรุกเรื่องยาเสพติด ของขบวนการค้ายาเสพติดทั้งในประเทศและข้ามชาติ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา ประชาชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแจ้งเบาะแสยาเสพติดผ่านสายด่วน 1386, 191 และ 1599 หรือสถานีตำรวจใกล้บ้านเพื่อร่วมสร้างสังคมปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืนตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ และ พล.ต.อ.สำราญ