เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่4 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ผ่าน พ.ต.อ.ภมร รัตนสมัย นายตำรวจเวรอำนายการ และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. เพื่อขอความเป็นธรรม โดยร้องขอให้ ผบ.ตร ตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยขอบเขตอำนาจของพนักงานสอบสวน และให้ ตร. ตรวจสอบกระบวนการออกหมายจับ กรณีชุมนุมทางการเมืองปี2552 ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา
นายจตุพร กล่าวว่า พนักงานสอบสวน สภ.พัทยา ออกหมายเรียกตนพร้อมพวกรวม6คน ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ฐานก่อเหตุความวุ่นวายทางการเมืองเมื่อปี 2552 ในวันที่ 8 พฤษภาคม นี้ ซึ่งยืนยันว่าตนและพวกไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่พัทยา แต่ยอมรับว่าได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ในห้วงดังกล่าวฐานชุมนุม รอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล แต่หากจะมีการออกหมายเรียกให้ไปพบอีกนั้น มองว่า การปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่มิชอบหรือไม่ หรือเป็นการทำงานซ้ำซ้อนหรือไม่ จึงอยากให้ ผบ.ตร ตรวจสอบกระบวนการทำงานดังกล่าวให้ชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยข้อมูลของบุคคลที่มาร้องทุกข์กล่าวโทษว่ากลุ่มตนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นอย่างไร ถ้าหากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย อีกทั้งขอให้ดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มการเมืองอื่นๆที่เคยเคลื่อนไหวทางการเมืองยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นเวลานาน ในมาตรฐานเดียวกันกับพวกตน
ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ตัวเองไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี และไม่เคยหลีกเลี่ยงกระบวนการยุติธรรม สู้คดีมาโดยตลอด ซึ่งกรณีนี้เวลาผ่านมาแล้วกว่า8ปี สภ.พัทยา กลับมีการขอศาลออกหมายจับ ถึง2ครั้ง แต่ศาลไม่อนุมัติตนเองจึงมองว่าเจ้าหน้าที่ข้ามขั้นตอนในการปฏิบัติ จึงเชื่อว่าอาจมีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ตนตั้งคำถามการทำงานของ สภ.พัทยา และสน.ดุสิต ซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ขณะนี้ได้ให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบการทำหน้าที่ของตำรวจ และแกนนำ กปปส. ชลบุรีที่มาร้องทุกข์กล่าวโทษ พวกตน ถ้าหากพบพบว่ามีการดำเนินโดยมิชอบจะดำเนินการฟ้องร้องกลับทันที และขอทราบเนื้อหาการร้องทุกข์ กล่าวโทษพวกตน ว่ามีข้อความอย่างไร หากเป็นการกล่าวเท็จ ก็จะดำเนินคดีกลับฐานแจ้งความเท็จ
ด้านนพ.เหวง กล่าวว่า กรณีนี้มีข้อสงสัยว่าได้ดำเนินการถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่ สงสัยว่าตำรวจ 2 ท้องที่ทำงานซ้ำซ้อนกัน พวกตนถูกดำเนินคดีไปแล้วตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2552 ดังนั้นระหว่างที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าการกล่าวโทษ ออกหมายเรียกพวกตนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขอให้ผบ.ตร.สั่งการพนักงานสอบสวนขยายเวลาการออกหมายเรียกพวกตนไปก่อน เกรงว่าจะมีความพยายามกลั่นแกล้ง และพยายามออกหมายจับพวกตน
ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า จะรับเรื่องดังกล่าวไว้ส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาในรายละเอียดต่อไป
ขณะที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ กว่า1 กองร้อยจำนวน150นาย กระจายกำลังติดตามสถานการณ์ และเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยโดยรอบพื้นที่ โดยมีพล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. สังเกตุการณ์ และมีเจ้าหน้าที่ สำนักเลขานุการ ตร.รับเรื่องร้องทุกข์ตามกระบวนการด้วย

