เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 4 พฤษภาคม ที่ สน.สายไหม พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ทนายความได้นำรถยนต์ยี่ห้อเลกซัสสีขาว ทะเบียน 2 กฆ6789 กรุงเทพมหานคร ของนายชวลิต ศรีมั่นคงธรรม หรือ “ดีเจเชาเชา” มาให้เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 5 (ตรวจพิสูจน์,สถิติวิจัย) บก.จร.ตรวจสอบ ซึ่งทนายยืนยันว่า ดีเจเชาเชารับว่าขับรถชนจริง แต่ในรายละเอียดต้องรอสอบเจ้าตัวเอง เบื้องต้นตรวจสอบรถพบว่ามีร่องรอยของการชนที่บริเวณกระจังหน้า ป้ายทะเบียน และ บริเวณกันชนด้านขวาของตัวรถซึ่งน่าจะตรงกับป้ายทะเบียนท้ายรถจักรยานยนต์ของนานจิรภาษ ธงอาษา อายุ 18 ปี ผู้เสียชีวิต ซึ่งในวันเกิดเหตุนั้นในบันทึกประจำวันว่าเกิดเหตุโดยมี “ดีเจเชาเชา” เป็นคู่กรณีอยู่ในเหตุการณ์ด้วยเท่านั้น ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ “ดีเจเชาเชา” ก็อยู่กับเจ้าหน้าที่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น และให้การในวันเกิดเหตุเพียงว่ารถมอเตอร์ไซค์เกิดเกี่ยวกันและกระเด็นมาโดนรถตนเอง ก่อนที่ “ดีเจเชาเชา” จะมายอมรับว่าในภายหลังว่าเป็นคนขับรถชน นอกจากนี้จากการพูดคุยพนักงานสอบสวนยืนยันว่าดีเจเชาเชาไม่ได้อยู่ในอาการมึนเมา จึงไม่จำเป็นที่จะต้องตรวจแอลกอฮอล์ และยังไม่ได้มีการสอบปากคำที่เป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้น จึงจำเป็นที่ “ดีเจเชาเชา” จะต้องมาให้ปากคำ แต่ถ้าหากไม่มาตามนัดในวันที่ 5 พฤษภาคม จะออกหมายเรียกทัน นอกจากนี้ยังเหลือกล้องวงจรปิดจากเจ้าหน้าที่ กทม.อีกตัวหนึ่งซึ่งคาดว่าจะเป็นมุมที่จะเห็นชัดกว่าเจนกว่าว่าในวันเกิดเหตุเป็นอย่างไร
พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ได้สอบพยานไปแล้ว 2 ปาก คือ แม่ผู้เสียชีวิต และเพื่อนของผู้ตายจากคำให้การของเพื่อนผู้ตายให้การว่าในวันเกิดเหตุตนและผู้ตายพร้อมด้วยเพื่อนอีกหลายคนไปขับรถเล่น และได้ไปจอดพักที่บริเวณใต้สะพานลอย ถ.วัชรพลสุขาภิบาล 5 ตัดใหม่ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ก่อนที่จะมีวัยรุ่นอีกกลุ่มขว้างก้อนหินลงมากจากสะพานลอย พวกตนตกใจและเกรงว่าจะมีเรื่องกันจึงรีบขับรถออกมาจนทำให้เกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเห็นว่ามีหลายอย่างที่ขัดกับคำให้การ เพราะการที่จอดรถใต้สะพาน และมีคนโยนก้อนหินลงมาจากสะพานนั้นจะต้องมีการปาก้อนหินในวิถีโค้งเท่านั้นจึงจะโดนกับกลุ่มเกิดเหตุ นอกจากนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดก่อนหน้าเกิดเหตุพบว่าก่อนเกิดเหตุกลุ่มของผู้ตายนั้นได้นัดรวมกลุ่มกับวัยรุ่นอีกจำนวนหนึ่ง และยังมีลักษณะของการแข่งรถอีกด้วยเนื่องจากมีการปล่อยรถออกไปเป็นคู่ๆ และขับกลับมาเป็นในลักษณะนี้อยู่ 2-3 รอบ ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะถ้าปรากฏว่ามีการแข่งรถกันจริงก็จะมีผลต่อการพิจารณาคดีด้วยเพราะการแข่งรถจะต้องมีการใช้ความเร็ว และอาจจะต้องดำเนินคดีเกี่ยวกับการแข่งรถในทางสาธารณะกับกลุ่มเพื่อนผู้เสียชีวิตด้วยแต่ในส่วนของนายจิรภาษผู้เสียชีวิตนั้นคดีอาญานี้จะจบได้ เพราะถือว่าผู้ก่อเหตุได้เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งจะเป็นคดีที่ไม่เกี่ยวกับของดีเจเชาเชา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะต้องทำการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานในเรื่องร่องรอยการชน ความเร็วที่ใช้ขณะเกิดเหตุ รวมไปถึงการสอบปากคำพยานและดีเจเชาเชาเอง ซึ่งได้มีการติดต่อว่าจะเข้ามาให้ปากคำในเวลา17.00 น. วันนี้

