ดีเอสไอ ลุยสืบคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญ ส่วนปมเรือนจำวีไอพี สอบกว่า 20 ปาก คาดส่งป.ป.ช.ก่อนสิ้นปี

11.12.25 | 17:07 น.

ดีเอสไอ ลุยสืบคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญ ส่วนปมเรือนจำวีไอพี สอบกว่า 20 ปาก คาดส่งป.ป.ช.ก่อนสิ้นปี


เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยถึงความคืบหน้าภายหลัง ดีเอสไอรับคดีบริษัทสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัลเป็นคดีพิเศษ ในฐานความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 โดยพบความเชื่อมโยง ว่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี ได้ลงนามใน ข้อตกลงร่วม หรือ MOU กับบริษัทเงินทุนแห่งหนึ่งของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับนายเบน สมิธ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่า มีพฤติการณ์เข้าข่ายพัวพัน กับกลุ่มสแกมเมอร์ หรือองค์กรอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ เบื้องต้นพบข้อมูลคนไทยกว่า 1 ล้านคน ถูกบันทึกข้อมูลสแกนม่านตา เพื่อแลกกับค่าตอบแทนซึ่งจะได้รับในรูปแบบของเหรียญดิจิทัล ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล โดยเบื้องต้นได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษขึ้นมา เพื่อร่วมสืบสวนขยายผลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดย ประเด็นที่จะต้องสืบสวนสอบสวนก็มีหลายมิติ เช่น การตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลซึ่งปรากฏข้อมูลว่าได้ทำบันทึกข้อตกลง หรือ MOU ร่วมกัน ว่า ทำเพื่อจุดประสงค์อะไร ส่วนรายละเอียดความคืบหน้าขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะเจ้าหน้าที่เพิ่งเริ่มกระบวนการในการสืบสวน คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะ

พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยอีกว่า ส่วนการดำเนินคดีเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องกรณีเรือนจำวีไอพี ที่อำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้ต้องขังชาวจีนนั้น เบื้องต้นมีความคืบหน้าไปมาก ทั้งการสืบสวน สอบสวนรายละเอียดจากพยานบุคคล ทั้งผู้ถูกคุมขังและเจ้าหน้าที่เรือนจำ รวมถึงการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งกรณีนี้หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าข่ายกระทำความผิด ก็จะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. พิจารณาเอาผิด ภายใน 30 วัน

Advertisement

โดยการสอบปากคำ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบไปแล้วมากกว่า 20 ปาก ซึ่งกรอบระยะเวลา 30 วันนั้น จะนับจากวันที่ พบข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด แต่ส่วนนี้ก็อาจยืดหยุ่นได้ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถส่งสำนวนให้ป.ป.ช. ได้ก่อนสิ้นเดือนธันวาคม 2568