ลิลลี่ เหงียน สะอื้น ขึ้นศาลไต่สวน คดีปู มัณฑนา ฟ้องหมิ่น วอนเมตตา ไม่มีเงินให้ ติดคุกก็ยอม

15.12.25 | 12:02 น.

ศาลนัดไต่สวน ลิลลี่ เหงียน โดนปู มัณฑนา ฟ้องหมิ่นประมาท เจ้าตัวยืนยันยกโทษให้แล้วในเรื่องที่เคยผิดใจกัน อยากให้ถอนฟ้อง ไม่มีเงินให้ติดคุกก็ยอม ทนายกุ้ง เผยมีหนทางพร้อมสู้

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง คดีหมายเลขดำที่ อ.2859/2568 และคดีหมายเลขดำที่ อ.2860/2568 ที่ นางมัณฑนา หิมะทองคำ นักแสดงชื่อดังเป็นโจทก์ฟ้อง ลิลลี่ เหงียน และ น.ส.อำนวยพร มณีวรรณ หรือ ทนายกุ้ง ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยมี น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี หรือ ลูกหมี นางแบบชื่อดังที่เป็นคู่กรณีกับนางมัณฑนาเข้ามาให้กำลังใจด้วย

ลิลลี่ เหงียนให้สัมภาษณ์ว่า ยกโทษให้กับนางมัณฑนาไปแล้วจากกรณีที่เคยขัดแย้งกัน และไม่เคยคิดที่จะฟ้องอีกฝ่าย แต่ก็ไม่เคยคิดว่านางมัณฑนาจะฟ้อง เพราะเรื่องนี้เวลาก็ล่วงเลยมานานกว่า 2 ปีแล้ว ควรที่จะเริ่มต้นใหม่กันได้แล้ว

ด้าน น.ส.อำนวยพรกล่าวว่า เป็นจำเลยในคดีนี้ด้วย ซึ่งเป็นคลิปเมื่อปีที่แล้วช่วงที่เดินสายออกรายการ และได้มีการโต้ตอบกันในตอนนั้นนางมัณฑนาไม่ได้ฟ้องตนและลิลลี่ เหงียน แต่กลับมาฟ้องในปีนี้ โดยตอนนี้ยังไม่เห็นข้อความที่นางมัณฑนาฟ้อง ยังไม่เห็นคลิปที่นางมัณฑนาใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องตนและลิลลี่ เหงียน และคดีที่เจ้าตัวโดนทั้งสองคดีนั้นเป็นคนละข้อความและคลิปวิดีโอที่ต่างกันแต่เป็นคลิปที่กล่าวถึงนางมัณฑนา

Advertisement

เมื่อถามว่า มองว่าไปหมิ่นประมาทนางมัณฑนาจากเรื่องอะไร ลิลลี่ เหงียนกล่าวว่า ไม่มั่นใจว่าไปหมิ่นประมาทนางมัณฑนาจากคลิปวิดีโอคลิปไหน เพราะเวลาผ่านมา 2 ปีแล้ว ทั้งนี้ อยากให้นางมัณฑนาเมตตาและถอนฟ้องได้หรือไม่ เพราะตนไม่มีเงินที่จะนำมาใช้เป็นค่าเสียหายจริงๆ และการที่ต้องมาขึ้นศาลก็ได้บทเรียนเยอะมาก รวมถึงมีผลกระทบกับครอบครัวของ ถ้านางมัณฑนาไม่ต้องการให้อยู่ในประเทศไทยอีก ก็ซื้อคอนโดของตนและจะออกจากประเทศไทยไป เพื่อให้เจ้าตัวสบายใจ

เมื่อถามว่า มีช่องทางไหนที่ทำให้ลิลลี่ เหงียน ไม่สามารถอยู่ประเทศไทยได้บ้าง น.ส.อำนวยพรกล่าวว่า อาจจะเป็นช่วงที่เคยกล่าวหาว่าตัวของลิลลี่ เหงียน เป็นคนต่างด้าว ซึ่งไม่แน่ใจว่ามีผู้ไปร้องเรื่องภาษีของเจ้าตัวด้วยหรือไม่ ยืนยันว่าไม่คิดจะฟ้องคู่กรณีของตนกลับถ้าไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เสียหาย แม้จะเคยมีข้อความที่เคยทำให้ตัวของลิลลี่ เหงียน เสียหายตั้งแต่แรก ส่วนตอนที่ตนไปออกรายการของบุ๋ม ปนัดดา ก็ไม่ได้พูดอะไรในรายการมาก ทำไมตัวนางมัณฑนาถึงเลือกฟ้องรายบุคคลเท่านั้น

เมื่อถามว่า ในวันนี้มองภาพในการเจอกับนางมัณฑนาในห้องพิจารณาคดีเป็นอย่างไรบ้าง ลิลลี่ เหงียน กล่าวว่า ไม่ได้คิดอะไรเลย และถ้ามีโอกาสก็อยากถามว่าเกลียดตนขนาดนั้นเลยเหรอ อยากขอให้เจ้าตัวมีความสุข และให้อภัยกันดีกว่า เพราะรู้สึกเหนื่อยมากจากการที่ต้องมาขึ้นศาลและไม่ได้มีเงินมาก ยืนยันว่าไม่ได้เกลียดนางมัณฑนา อยากให้เจ้าตัวกลับมาในวงการบันเทิงอีกครั้ง รวมถึงอยากขอโทษทุกเรื่องจากใจ

เมื่อถามถึงถ้าไม่ใช่ข้อเท็จจริงจะฟ้องกลับได้ไหม? ทนายกุ้งเผยว่า จริงๆ ไม่เคยคิดว่าจะฟ้องอะไร ถ้าไม่ได้เสียหายอะไร ไม่ฟ้องกลับและไม่คิดจะฟ้องอยู่แล้ว มีข้อความที่ทำให้พี่กับลิลลี่เสียหายแต่ก็ไม่คิดจะฟ้องอยู่เขา ส่วนพี่เองถ้าอะไรไม่กระทบมากไม่ได้ทำให้เราเสื่อมเสียชื่อเสียงพี่ก็ไม่ฟ้องเขา แต่บางคดีที่พี่ฟ้องไปทำไปเนื่องจากว่ามันล้ำเส้นเกินก็ต้องทำค่ะ

ขณะที่ น.ส.รัศมีระบุว่า ตนก็ไม่รอด เป็นจำเลย 2 คดี ในข้อหาหมิ่นประมาท ศาลไต่สวนโจทก์เรียบร้อยแล้ว ศาลจะมีคำตัดสิน 30 ม.ค.นี้ และอีกหนึ่งคดีคือตนกับทนายเดชาเป็นจำเลย วันที่ 22 ธ.ค.ไปสืบพยาน มี 2 คดีที่เป็นจำเลย 6 คดีเป็นโจทก์ มี 1 คดีแพ่งที่ตัดสินแล้ว มีคำสั่งให้ปู มัณฑนา จ่ายเงิน 2 ล้าน เขาก็ไม่จ่าย เขายื่นอุทธรณ์ แล้วอีก 5 คดีที่เราเป็นเป็นโจทก์ศาลประทับรับฟ้องหมดทุกคดีแล้ว ถ้าเกิดลูกหมีชนะ ปูมีสิทธิติดคุกค่ะ

ลิลลี่ เหงียน กล่าวถึงการได้พบกับปูว่า น่าจะเกือบ 2 ปี อยากเจอพี่เขา จะถามว่าเกลียดหนูขนาดนี้เลยเหรอ หนูไม่ได้คิดอะไรเลย หนูขอให้พี่เขามีความสุข ถ้าหนูทุกข์แล้วเขามีความสุขก็ได้ ถ้าเป็นไปได้ให้อภัยกันดีกว่า ไม่ต้องมาลงโทษกันก็ดี หนูเหนื่อยมากเลย การขึ้นศาลมันลำบาก หนูไม่ได้มีเงินจ้างทนาย (มิตรภาพยังเหลือไหม?) ไม่โกรธ ไม่เกลียด สงสาร เป็นห่วง อยากให้พี่ปูกลับมาโลดแล่นในวงการเหมือนเดิม ขอโทษ การขอโทษจากหัวใจทุกคนจะให้โอกาสแน่ๆ หนูมั่นใจแบบนั้น

“หนูเคยโดนโกง หนูเข้าใจอะไรเยอะแยะ มีความทุกข์ทรมานแบบนี้เหมือนกัน อยากให้ลดอัตตาตัวตนลงบ้าง เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น หนูไม่ได้กลัวอะไร ต่อให้ติดคุกหรือไม่ได้อยู่ในประเทศไทยที่รักก็ไม่กลัว หนูยังพูดคำเดิม ถ้าไม่มีตังค์ก็ติดคุกได้

เกิดมาก็ไม่เคยโดนคดีอะไร แค่เรื่องเงินนี่ทำไมไม่คิดถึงครอบครัว ในการบันเทิงเราก็มีชื่อเสียง หนูคิดว่าพลาดนิดเดียว ความพลาดนิดเดียวแค่ขอโทษก็แค่นั่นเอง ไม่คืนเงินก็ไม่เป็นไรก็ขอโทษทุกอย่างก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแล้ว” ลิลลี่กล่าว

คู่กรณีมีคดี 17 คดี แต่สู้ไม่ถอยเลย ทนายมองไว้ว่ายังไง? ทนายกุ้งเผยว่า เรื่องคดีพี่ไม่ทราบ แต่ถ้าคนที่มีคดีเยอะ ถ้ามั่นใจก็น่าจะมาจากทนายความก็มีส่วน เนื่องจากว่าให้ความเชื่อมั่นมั่นใจเขา แต่ถ้าเป็นปกติพี่เป็นทนายความดูแล้วว่าน่าจะไม่รอด สู้ไม่ไหวก็ต้องถอย ขอโทษ จบ เคลียร์ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ทนายความก็มีส่วนเยอะ อาจจะให้สัญญาหรือความเชื่อมั่นกับเขาว่าจะต้องชนะแน่ๆ เขาถึงมั่นใจสูง

แนวทางวันนี้ วางไว้ยังไงบ้าง? ทนายกุ้งกล่าวว่า ตนเป็นจำเลยกับลิลลี่ด้วย คงสู้เต็มที่ มีเตรียมพยานหลักฐานมาพอสมควร ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงก็เต็มที่เหมือนกัน คดีอาญาไม่ใช่เล่นๆ มีโทษจำคุกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ก็ต้องเอาตัวเองให้รอดทั้งสองคนเหมือนกัน พี่มีหนทางการต่อสู้

ด้านลิลลี่ระบุอีกว่า ถ้าจะฟ้องหนูเอาเงิน หนูยอมติดคุกเลย

ถามถึงหนี้ก็ยกไห้เขาไปแล้ว? ลิลลี่บอกว่า ยกให้ไปแล้ว (สะอื้น) ยกให้จะทำอะไรก็ทำ แล้วแต่จะกรุณา