ลุ้นศาลฎีกาพรุ่งนี้ คดีป้านา บ้านโป่ง ตะโกนด่าประยุทธ์ ปี’66 หลังชั้นอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง

15.12.25 | 14:48 น.

ลุ้นศาลฎีกาพรุ่งนี้ คดีป้านา บ้านโป่ง ตะโกนด่าประยุทธ์ ปี’66 หลังชั้นอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ชี้ ตร.ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ

จากกรณี นางวันทนา หรือ ป้านา บ้านโป่ง ยืนดักขบวน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี (ณ ขณะนั้น) ระหว่างตรวจราชการที่ อ.บ้างโป่ง จ.ราชบุรี เดือนมีนาคม 2566 เพื่อแสดงออก พร้อมตะโกนด่าและตำหนิการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่กระชาก ลากตัว และปิดปาก จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม

คดีนี้ศาลแขวงราชบุรีมีคำพิพากษาเดือนตุลาคม 2566 จำคุกนางวันทนา 6 เดือน 10 วัน ปรับ 1,000 บาท ไม่รอลงอาญา ก่อนให้ประกันในเวลาต่อมา โดยนางวันทนาโกนผมตัวเองหน้าศาล แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ขณะที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องนางวันทนา ชี้ว่าการกระทำของตำรวจลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของประชาชน

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า วันที่ 16 ธันวาคม เวลา 09.00 น. ศาลแขวงราชบุรีนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีของนางวันทนา ที่ถูกฟ้องใน 3 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามมาตรา 368, ส่งเสียงหรือกระทำความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามมาตรา 370 และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย ตามมาตรา 138 วรรคสอง จากเหตุยืนรอขบวนและตะโกนวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ขณะลงพื้นที่ในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2566

ก่อนหน้านี้ ศาลแขวงราชบุรีพิพากษาลงโทษจำคุกนางวันทนาเต็มอัตรา 6 เดือน 10 วัน ปรับ 1,000 บาท โดยไม่รอการลงโทษจำคุก จากนั้นศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับเป็นยกฟ้องทุกข้อหา โดยเห็นว่าการกระทำของตำรวจเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ

Advertisement

อัยการโจทก์ได้ยื่นฎีกาคำพิพากษา โดยเห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ยืนในพื้นที่หวงห้ามและพยายามวิ่งเข้าขวางขบวนรถนายกรัฐมนตรีเป็นการจงใจฝ่าฝืนกฎหมายและละเมิดสิทธิผู้อื่น ไม่ใช่การใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ

ต่อมาฝ่ายจำเลยยื่นคำแก้ฎีกาโต้แย้งฎีกาของโจทก์ ยืนยันว่าการกระทำของจำเลยเป็นสิทธิเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ คำสั่งห้ามจำเลยยืนอยู่ในบริเวณเกิดเหตุนั้นเกินความจำเป็นและไม่ได้สัดส่วน ส่วนการดิ้นรนขัดขืนและการกัดมือเจ้าหน้าที่ที่ปิดปากปิดจมูกจำเลยเป็นการป้องกันตัวเพื่อให้พ้นจากภยันตรายจากการขาดอากาศหายใจ ไม่ใช่การต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย อีกทั้งการจับกุมดังกล่าวยังไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ในวันที่ 16 ธ.ค.​2568 นี้ที่ศาลนัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาจะเป็นผลให้คดีสิ้นสุดลงทันที หากมีคำพิพากษายกฟ้องตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาไว้ นางวันทนาจะไม่มีความผิดตามที่ถูกกล่าวหาและทำให้สามารถกลับบ้านตามเดิม

หรือหากศาลมีคำพิพากษากลับเป็นลงโทษจำคุกและไม่รอลงอาญา อาจทำให้วันทนาต้องถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำ

ส่วนกรณีที่วันทนาได้แจ้งความดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้กำลังเข้าควบคุมตัวจนได้รับบาดเจ็บ ในข้อหาทำร้ายร่างกายและหน่วงเหนี่ยวกักขังนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนที่ทางตำรวจส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.แจ้งว่าจะรอผลของคำพิพากษาคดีอาญาของศาลแขวงราชบุรีก่อนจึงจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป