อ่านคำพิพากษา คุก 1 ปี ‘ 2 ครูฝึก’ ลงโทษพลทหารดับในค่าย ศาลชี้พฤติการณ์โหดร้าย

18.12.25 | 15:57 น.
พลทหารกิตติธร
พลทหารกิตติธร เวียงบรรพต

ศาลอาญาคดีทุจริตฯภาค 5 พิพากษาคุก 1 ปี หมวด กับจ่าครูฝึก ลงโทษ พลทหารกิตติธร เสียชีวิตในค่าย ปรานีลดโทษเหลือ 8 เดือน ก่อนให้ประกันพร้อมเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ

พลทหารกิตติธร – เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 5 เป็นโจทก์ น.ส.แก้วกัญญา ภริยาของผู้ตายเป็นโจทก์ร่วมที่ 1 และนายสุวิทย์ บิดาของผู้ตาย เป็นโจทก์ร่วมที่ 2 ยื่นฟ้อง นายทหารยศร้อยโท (ผู้ฝึกทหารเกณฑ์) เป็นจำเลยที่ 1 และ เจ้าหน้าที่ทหารยศจ่าสิบโท (ครูนายสิบฝึกทหารเกณฑ์) จำเลยที่ 2 ความผิดต่อ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 มาตรา 6, 36 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

โดยพฤติการณ์ตามฟ้องสรุปว่า ขณะเกิดเหตุเดือน ก.ค.2566 เวลากลางคืน ครูนายสิบตรวจพบทหารเกณฑ์หลายคนนำบุหรี่มาสูบ ซึ่งผิดกฎระเบียบข้อห้ามสำหรับทหารกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) จำเลยที่ 1 ซึ่งรู้เห็นและอนุญาตให้จำเลยที่ 2 สั่งลงโทษพลทหารทั้งหมวด ซึ่งมี พลทหารกิตติธร ผู้ตาย รวมอยู่ด้วย โดยให้ทำท่าออกกำลังกาย (ท่าพีที) ตั้งแต่เวลา 19.30-20.00 น. ซึ่งนานเกินสมควร และยังสั่งให้พลทหารหมวดฝึกทุกคนนอนนอกเรือนนอนทั้งคืนในสภาพผู้ตายเสื้อผ้าเปียกชื้น บางคนไม่มีเครื่องนอนปกคลุมร่างกาย ในสภาพอากาศที่ขณะนั้นหนาวเย็นกว่าปกติเพราะมีฝนตกช่วงกลางวัน

อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบคำสั่งของกองทัพ เรื่องการลงทัณฑ์ทหารที่กระทำความผิด ปรับปรุงวินัยและการออกกำลังกาย ลงวันที่ 14 มิ.ย.2566 เรื่องกำหนดเวลาที่ให้ผู้ฝึกทหารใหม่สามารถสั่งลงโทษด้วยการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ได้ครั้งละไม่เกิน 12 ท่า 12 นาที และต้องไม่มีการซ่อมวินัย และงดให้ออกกำลังกายอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ก่อนเข้านอน ตั้งแต่ช่วงเวลา 18.00-21.00 น.

โดยพลทหารผู้ตายเจ็บป่วยและถึงแก่ความตายด้วยสาเหตุ “ติดเชื้อในกระแสเลือด” เหตุเกิดที่ จ.เชียงราย ชั้นพิจารณา จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ โดยคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 สรุปประเด็น ดังนี้

Advertisement

1.โจทก์ร่วมที่ 1 ในฐานะภริยาของผู้ตาย และโจทก์ร่วมที่ 2 ในฐานะบิดา ซึ่งเป็นบุพการีของผู้ตายเป็นผู้เสียหายตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯ มาตรา 3 มีสิทธิขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการได้

2.จำเลยทั้งสองกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ พยานโจทก์ 4 ปากและโจทก์ร่วมทั้งสอง เบิกความยืนยันและให้การข้อเท็จจริงถึงส่วนที่ตนรู้เห็นเกี่ยวกับพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองโดยละเอียด ไม่มีข้อพิรุธ ซึ่งในส่วนของคำเบิกความโจทก์ร่วมที่ 1 ที่ฟังจากคำบอกเล่าของผู้ตายเกี่ยวกับการลงโทษนั้น มีลักษณะเป็นการบอกกล่าวสารทุกข์สุกดิบให้คู่ชีวิตรับรู้ถึงความยากลำบากระหว่างการฝึก ไม่มีข้อเคลือบแคลงสงสัยว่าจะใส่ร้ายจำเลยทั้งสอง

และโจทก์กับโจทก์ร่วมยังมีพยานเอกสารเป็นกระดาษเขียนข่าว ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2566 ซึ่งเป็นระเบียบคำสั่งของกองทัพบกเรื่องการลงทัณฑ์ทหารที่กระทำความผิดฯ ได้กำหนดไม่ให้ใช้การลงโทษในลักษณะรวมการ และที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายแก่ร่างกาย ซึ่งคำให้การของจำเลยทั้งสองมีส่วนที่เจือสมกับพยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วม

โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตายยังมีสภาพร่างกายปกติ และอยู่ในค่ายตลอดเวลา แต่หลังจากลงโทษเพียง 2 วัน ผู้ตายกลับเริ่มมีอาการเจ็บป่วย ติดเชื้อแบคทีเรียเป็นโรคไข้ดิน กระทั่งถึงแก่ความตายหลังเกิดเหตุ 9 วัน

การลงโทษและการเจ็บป่วยจึงมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน ซึ่งแพทย์ผู้รักษาผู้ตายได้เบิกความเกี่ยวกับอาการของโรคที่สัมพันธ์กับพฤติการณ์ของผู้ตายที่ถูกลงโทษ โดยพยานหลักฐานจำเลยทั้งสองนำสืบต่อสู้ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสอง ข้อเท็จจริงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามฟ้อง

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง, 36 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้จำคุกจำเลยที่ 1-2 คนละ 1 ปี โดยทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 8 เดือน

โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสองระหว่างอุทธรณ์ โดยมีหลักประกันวงเงินคนละ 60,000 บาท ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร