เพจดังสายเบียร์ ชี้กฎห้ามขายเหล้า-เบียร์ ให้คนเมา เป็น กม. Dram shop liability สังคมไทยต้องเรียนรู้ เผยโรงเบียร์ชื่อดังในต่างประเทศ เคยถูกฟ้องทางแพ่ง 10 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะขายเบียร์ให้คนเมาแล้วเกิดอุบัติเหตุชนคนเสียชีวิต
จากกรณี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ 2568 ฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ได้มีการเพิ่มมาตรการให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหาย จากร้านเหล้าที่ขายให้กับคนเมาแล้วไปก่อเหตุให้เกิดความเสียหาย ในมาตรา 29 วรรค 3
ต่อมาทาง เพจ สมาคมคราฟท์เบียร์ ได้อธิบายข้อกฎหมายและแนวทางในส่วนของร้านค้า เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
1️⃣ ร้านค้าสามารถขายแอลกอฮอล์ได้ตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 น.
2️⃣ ร้านค้าห้ามขายให้กับบุคคลต่อไปนี้
❌ บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
-หากผู้ขายมีความสงสัยเกี่ยวกับอายุผู้ซื้อ สามารถขอให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนได้
❌ บุคคลที่มีอาการมึนเมา
-ให้ผู้ขายพิจารณาความมึนเมาของผู้ซื้อ และสามารถปฏิเสธการขายได้ หากมีความจำเป็น
พร้อมทั้งกับรณรงค์ให้ร้านค้าผู้ประกอบการ ตระหนักถึงการดื่มที่มีคุณภาพ เพื่อรับผิดชอบต่อสังคม
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังมีข้อคิดเห็นให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวข้องข้อกฎหมายดังกล่าว พร้อมกับยกเคสในต่างประเทศ อาทิ เพจ แดกเบียร์ให้เพลียแคม ที่มีผู้ติดตามกว่า 7.8 หมื่น โดยระบุว่า
อยากจะพูดเรื่องที่น่าสนใจและสำคัญมากๆ อยู่ 2 เรื่องครับ เรื่องแรกคือโรงเบียร์ชื่อดังอย่าง rouge ales ที่หลายคนน่าจะรู้จัก ได้ทำการปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนที่แล้ว และตอนนี้อยู่ในขั้นตอนยื่นกับศาลเรื่องล้มละลายครับ
rouge มีหนี้สินมากราวๆ 17 ล้านเหรียญ จนทำให้ไปต่อไม่ไหว ที่น่าสนใจคือ หนี้ราว 10 ล้านเหรียญ มาจากการถูกฟ้องแพ่งภายใต้กฎหมาย dram shop หลังจากที่ทางแทปรูม ได้ทำการขายเหล้าและเบียร์ให้กับลูกค้ารายหนึ่ง และเกิดเหตุเมาแล้วขับจนมีผู้เสียชีวิตเมื่อปี 2022
กม. dram shop negligence คืออะไร?
อธิบายง่ายๆ เลย คือ ร้านค้าสามารถถูกฟ้องทางแพ่งได้ หากปล่อยปละละเลยขายให้คนเมาจนครองสติไม่ได้ จนไปก่อเหตุเสียหายหรือเหตุละเมิดใดๆ ขึ้นมา (ขณะที่คนก่อเหตุก็โดนทั้งอาญาและแพ่งไป)
พูดมาถึงตรงนี้แล้วก็อยากจะบอกว่า ใน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ เรามีมาตราที่คล้ายๆ แบบนี้อยู่ใน พ.ร.บ.ด้วยนะครับ (มาตรา 29 วรรค 3)
หากร้านไหนขายสุราให้ลูกค้าแบบ overserve ขายให้คนเมาครองสติไม่ได้ และปล่อยปละละเลย (ไม่หยุดเสิร์ฟไม่หยุดขาย) หากลูกค้าคนนั้นไปก่อเหตุละเมิดอะไร ร้านจะโดนฟ้องแพ่งได้
อันนี้เป็นกฎหมายที่บังคับใช้แล้ว แต่หลายคนยังไม่ทราบ เพราะทางการเองก็ไม่ประชาสัมพันธ์อะไรเลยด้วย
ในฐานะที่ผมมีส่วนร่วมพิจารณา พ.ร.บ.นี้มา ความเห็นส่วนตัวของผมนั้น ผมเห็นด้วยในหลักการ ที่ควรจะให้ร้านค้ามีความรับผิดชอบในการขายมากขึ้น และผมไม่เห็นด้วยกับการดื่มแล้วขับในทุกกรณี
สำหรับผม ผมคิดว่าเราปรับปรุงกฎหมายให้ดีขึ้นกับผู้ผลิตหรือผู้ขายได้ แต่เราก็ต้องจริงจังกับการแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยเช่นกัน
แนวคิดแบบ dram shop อาจจะเป็นอะไรที่ใหม่มากกับสังคมไทย แต่ก็เป็นกฎที่หลายประเทศที่พัฒนาแล้วได้ตราขึ้นมาเพื่อสร้างสมดุล ปกป้องผู้ที่ไม่ดื่มและอาจได้รับผลกระทบ
ในตอนที่ถกเถียงมาตรานี้ ก็ปวดหัวมากว่าเราจะ balance ความต้องการของทั้ง 2 ฝั่งยังไงดี ฝั่งรณรงค์ก็ต้องการอำนาจมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายผู้ประกอบการก็ต้องระวังไม่ให้มันมีช่องโหว่ที่จะทำให้มีคนใช้มาตรานี้มากลั่นแกล้งร้านค้า (เนื่องจากระบบยุติธรรมเราเป็นระบบกล่าวหา)
สุดท้ายจึงออกมาเป็นมาตรา 29 วรรค 3 ซึ่งยอมรับว่าตามตัวอักษรเป๊ะๆ มันยังมีปัญหาในเชิงปฏิบัติแน่ๆ (ขอยอมรับผิดครับ ที่ไม่สามารถผลักดันให้กฎหมายมันเขียนได้รัดกุมกว่านี้)
ข้อเสนอแนะสำหรับผมที่มีต่อทุกท่าน มีดังนี้
1.แนะนำให้ร้านติดกล้องวงจรปิด เพื่อบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และอาจใช้เพื่อปกป้องตัวเองได้
2.อบรมพนักงาน ให้หยุดการขายสุราทันที หากพบว่าผู้ดื่มเมาจนครองสติไม่ได้ (โดยที่ให้กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน)
3.ติดป้ายคำเตือน บอกลูกค้าให้เข้าใจว่าร้านต้องปฏิบัติตามกฏหมายใหม่ (ตรวจบัตร/หยุดขายให้คนเมา)
4.ติดป้ายแนะนำแพลตฟอร์มที่ให้บริการคนขับรถแทน เช่น grab driver
5.พึงรำลึกไว้ว่า นี่เป็น “หน้าที่” และ “ความรับผิดชอบ” ต่อสังคมส่วนรวม และหากเกิดปัญหาขึ้นมา ผู้ผลิตก็ไม่ได้มาร่วมชดใช้กับเรา ผู้ขายรับไปเต็มๆ (คล้ายกับกรณีขายเบียร์เถื่อน คนผลิตสบาย คนขายเสี่ยงเอง)
6.หากท่านได้กระทำการห้ามปราม/พยายามห้ามขายสุราให้กับคนเมาแล้ว/ติดป้ายเตือนแล้ว ถือว่าท่านได้กระทำตามสมควรแล้ว และสามารถปกป้องตนเองจากการถูกฟ้องแพ่งได้
7.ขอเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) ออกมาประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้สังคมเข้าใจกฏหมายนี้ไปด้วยกัน
8.สำหรับผู้ดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแล้วขับ เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ในทุกกรณี
ขอให้ทุกท่านดื่มอย่างรับผิดชอบ อย่าสร้างผลกระทบ ส่วนผู้ขาย ขอให้ขายด้วยความรับผิดชอบเช่นกัน ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายจะอยู่ร่วมกันได้ครับ ยินดีเปิดพื้นที่ให้กับทุกท่าน แสดงความเห็นถึงกฎหมายใหม่เรื่องนี้ได้เต็มที่ โดยที่ไม่ด่าทอ ไม่เหมารวมกันนะครับ ใครมีข้อเสนออะไรก็อยากให้ยกมาพูดคุยกัน จะได้เป็นประโยชน์กับทุกคนครับ
ทั้งนี้ในส่วนของ เพจ สุราไทย ได้มีข้อเสนอแนะ ให้บริษัทประกัน ขายกรมธรรม์ ให้กับร้านขายเหล้าเบียร์ เพื่อป้องกันเหตุถูกฟ้องโดยผู้เสียหายจากอุบัติเหตุ หรือการทะเลาะวิวาท ที่ดื่มมาจากร้าน
ขอบคุณข้อมูลจากเพจ แดกเบียร์ให้เพลียแคม เพจ สุราไทย

