ผลจับเท็จ”เด็กสาว”พบไม่ได้โกหก”ปม”ผู้ว่าฯ รองผบ.ตร.เล็งประสานมท.หลังผลวินัย-อาญาหนังคนละม้วน เช็คบิลอีก7 ซื้อกาม

5.05.17 | 15:44 น.

เมื่อเวลา13.00น.วันที่ 5พฤษภาคม ที่ของบัญชาการภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามหณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 ประชุมร่วมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรทุกจังหวัดในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อกำชับมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมเปิดเผยความคืบหน้าถึงการติดตามคดีค้ามนุษย์ขบวนการนกฮูกน้ำเพียงดินในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมแสดงแผนผังเครือข่ายขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งกลุ่มที่มีความผิดฐานค้ามนุษย์และซื้อประเวณี

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ขณะนี้มีตำรวจที่ถูกออกหมายมาพบพนักงานสอบสวนแล้ว 4 คน คือ พ.ต.ท.พงษ์นรินทร์ พลนำ ร.ต.ท.อำนาจ ยะกาวิน ส.ต.ท.จิราวัฒน์ นาเมืองพรหม และด.ต.บุญหลง วงศ์โต๊ะ ซึ่งทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหากระทำชำเราพรากและพาเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร ยังคงเหลือพ.ต.ท.มงคล ปันตี รองผู้กำกับการตำรวจภูธรไชยปราการที่ยังคงหลบหนี ซึ่งขณะนี้สั่งการให้ออกหมายเรียกอีกครั้ง และเชื่อว่าเจ้าตัวไม่หลบหนี แต่ตำรวจทั้งหมดที่ถูกดำเนินคดีมีการสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงและให้ออกจากราชการทั้งหมดแล้วขณะที่การสืบสวนยังพบว่ามีกลุ่มผู้ซื้อประเวณีที่จะต้องถูกดำเนินคดีอีก 7 คน ซึ่งมีทั้งทหาร นักการเมืองท้องถิ่น เจ้าหน้าที่แขวงการทาง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและประชาชนทั่วไป ซึ่งผู้เสียหายบอกว่าทั้งหมดเคยซื้อประเวณี ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังกล่าวถึงการดำเนินคดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่ถูกซัดทอด โดยยืนยันว่ามีหลักฐานพาดพิง หลังจากตำรวจ ปคม.ระบุไม่มีหลักฐานเอาผิด ก็ชัดเจนว่าไม่มีความผิดฐานค้ามนุษย์ แต่ในส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังต้องสืบสวนขยายผลว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้าประเวณี ฐานสนับสนุนหรือไม่ ซึ่งเรื่องไม่จำเป็นต้องมีผู้เสียหายแต่ เป็นคดีอาญาที่รัฐเป็นผู้เสียหาย ซึ่งจากการนำพยาน ในคดีนี้เข้าเครื่องจับเท็จ 2ราย เข้าเครื่องจับเท็จก็พบว่าไม่ได้พูดโกหก ซึ่งไปขัดแย้งกับผลสอบของกระทรวงมหาดไทย ที่พบว่าผู้ว่าราขการจังหวัดไม่มีความผิด ซึ่งตนจะประสานขอข้อมูลดังกล่าว จากกระทรวงมหาดไทย เพื่อมาประกอบสำนวนการทำคดี เพื่อหาจุดขัดแย้ง และชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีหากพบว่ามีความผิดตามกฎหมายดังกล่าว ที่มีโทษจำคุกก็ต้องว่าให้สิ้นกระแสความ

รองผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะที่การตรวจสอบลุงพันที่มีชื่อเข้ามาเกี่ยวข้อง ว่ามีความพยายามในการช่วยเหลือตัวผู้ต้องหา ซึ่งวันนี้ตัวลุงพันได้มาพบตนที่สนามบินจังหวัดแม่ฮ่องสอน และพยายามนำหลักฐานการสนทนาที่ถูกพาดพิงมาชี้แจง ตัวเองจึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเข้าข่ายตามความผิดใดหรือไม่

ด้านพล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยถึงการตั้งคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.ต.ปรีชา วิมลไชยจิต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังถูกกล่างหาว่ามีความพยายามช่วยเหลือผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้ถูกดำเนินคดี ว่าวานนี้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอีกชุดหนึ่ง แต่ที่ผ่านมาตัวของผบก.ก็ทำงานดีมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ส่วนตัวอยากขอสังคมอย่าเพิ่งเชื่อหรือตัดสินจากคำกล่าวหาต่างๆ และขอให้รอผลการสอบสวนสักระยะหนึ่งก่อน ส่วนพ.ต.ท .คนนั้นเชื่อมั่นว่าจะกลับมาสอบสวนตามหมายเรียกไม่หลงไปต่างประเทศแน่นอน

Advertisement

สำหรับคดีนี้ตำรวจดำเนินคดีทั้งสิ้น 37 คดี แบ่งเป็นตำรวจภูธรจังหวัดเแม่ฮ่องสอน 37 คดี โดยเป็นความผิดค้ามนุษย์ 29 คดี ซื้อประเวณี 7 คดี โทรมหญิง 1 คดี จับกุมผู้ต้องหา 9 คน และกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ 1 คดี โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 8 คน ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลหาผู้ต้องหาอื่นเพิ่มเติม