ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ASCS) ผนึก Meta และพันธมิตรหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับโลก ร่วมปราบปรามเครือข่ายมิจฉาชีพออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. ผนึกความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับแพลทฟอ์มระดับโลก Meta ร่วมด้วยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับโลก ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามการหลอกลวงของสหรัฐอเมริกา (U.S. Scam Center Strike Force) สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา หรือ “เอฟบีไอ” (FBI) สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกา (Homeland Security Investigations) หน่วยข่าวกรองสหรัฐ (US Secret Service) สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (Australian Federal Police – AFP) หน่วยข่าวกรองอาชญากรรมแห่งชาติของออสเตรเลีย (Australian Crime Intelligence Commission และ หน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (National Crime Agency) ได้ดำเนินความร่วมมือและปฏิบัติการพิเศษ “Joint Disruption Week” ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการปราบปรามเครือข่ายกลโกงอาชญากรรมข้ามชาติออนไลน์ครั้งใหญ่ นอกจากนี้ กองกำลังตำรวจสิงคโปร์ (Singapore Police Force – SPF) ยังเข้าร่วมการหารือเพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ซึ่งส่งผลกระทบต่อเหยื่อในหลายประเทศ

พล.ต.ท.จิรภพ เปิดเผยว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการผนึกกำลังพันธมิตรทุกภาคส่วนเพื่อแบ่งปันข้อมูล ความเชี่ยวชาญและความร่วมมือใกล้ชิดในการจัดการกับเครือข่ายกลโกงอาชญากรรม และถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการเป็นผู้นำต่อสู้กับภัยกลโกงบนโลกออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยมีผลการปฏิบัติงานเชิงรุกที่เป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์และพันธมิตรหลัก ดังนี้
– ลบเพจปลอมและเพจเสี่ยงสูงกว่า 59,000 รายการ รวมถึงบัญชี Facebook ที่เชื่อมโยงกับการฟอกเงินและการรับสมัครงานผิดกฎหมาย
– พัฒนาระบบตรวจจับร่วมกัน สามารถบล็อกโฆษณาหลอกลวงได้มากกว่า 4,000 รายการต่อวัน
– สามารถระบุผู้ต้องสงสัยสำคัญ 6 ราย รวมถึงนายหน้าหางานที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา โดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมดำเนินการจับกุมทันที
ในปี 2026 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ร่วมกับ Meta และพันธมิตรหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายมีแผนขยายความร่วมมือและจัดกิจกรรมปราบปรามร่วมกันเพิ่มเติม พร้อมเชิญบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอื่น ๆ เข้าร่วมความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปกป้องประชาชนไทยและประชาชนทั่วโลกจากภัยออนไลน์ โดยบริษัท Meta ได้แสดงความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนในความพยายามเหล่านี้


