ตำรวจไซเบอร์ ตัดวงจรแก๊งคอล รวบเครือข่าย ‘บัญชีม้าภาคอีสาน’ ทางออนไลน์ ยึดโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ผูกแอพพลิเคชั่นธนาคารพร้อมใช้อีก 10 บัญชี พร้อมเงินสดล่อซื้อกว่าอีก 150,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วานนี้ (20 ธันวาคม) ภายใต้การอำนวยการของ บช.สอท. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท.,พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1 ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวกรณี “ตำรวจไซเบอร์ ตัดวงจรแก๊งคอล รวบเครือข่าย ‘บัญชีม้าภาคอีสาน’ ทางออนไลน์ ยึดโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ผูกแอพพลิเคชั่นธนาคารพร้อมใช้กว่าอีก 10 บัญชี พร้อมเงินสดล่อซื้ออีก จำนวน 150,000 บาท”
สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท.,พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1 ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3 ,พ.ต.อ.คัมภีร์ พรหมสนธิ รอง ผบก.สอท.3 ,พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ ทัพวงษ์ รอง ผบก.สอท.3 ,พ.ต.อ.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจ รอง ผบก.สอท.3 ,พ.ต.อ.พิเชียรยศ อรุณพันธกุล รอง ผบก.สอท.3, ,พ.ต.อ.ณกฤช บุญศักดิ์ รอง ผบก.สอท.3, พ.ต.อ.สรกฤช พันธ์ศรี รอง ผบก.สอท.3 ,พ.ต.อ.อรุณณพันธ์ วานิช์ชานันท์ ผกก.1 บก.สอท.3, พ.ต.ท.ประภาส ถ้ำเหม รอง ผกก.1 บก.สอท.3, พ.ต.ท.วันเฉลิม สีอ่อน รอง ผกก.1 บก.สอท.3 ,พ.ต.ท.กีรติ เหลืองอ่อน รอง ผกก.1 บก.สอท.3, ให้ดำเนินการเร่งรัดสืบสวนปราบปราม เพื่อจับกุม กรณีมีการลักลอบซื้อขายบัญชีธนาคาร “บัญชีม้า” ผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สอท.3 โดย พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ นราศรี รอง ผกก.1 บก.สอท.3 ได้ทำการสืบสวนผ่านช่องทางออนไลน์จนทราบว่ามีผู้ลักลอบจำหน่ายบัญชีธนาคารพร้อมผูกแอพพ์ธนาคารพร้อมโทรศัพท์มือถือ พร้อมใช้งาน จึงให้สายลับทำการติดต่อล่อซื้อ จำนวน 10 บัญชี พร้อมโทรศัพท์มือถือผูกแอพพลิเคชั่นพร้อมใช้งาน ในราคา 150,000 บาท โดยนัดรับกันที่ตลาดแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี
เมื่อถึงเวลานัดหมายได้พบ หญิง 2 คน อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อสีดำ กางเกงสีดำ เดินเข้ามาหาสายลับที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตลาดดังกล่าว เมื่อมาถึงได้นำโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง พร้อมให้สายลับตรวจสอบแอพพลิเคชั่นธนาคารพร้อมใช้งานอีก 10 บัญชี เมื่อสายตรวจสอบบัญชีเรียบร้อยแล้วพบทั้ง 10 บัญชี เป็นบัญชีธนาคารใช้งานได้ปกติ สายลับจึงได้จ่ายเงินค่าบัญชีธนาคารพร้อมโทรศัพท์ จำนวน 4 เครื่อง ดังกล่าวเป็นจำนวน 150,000 บาท จึงได้ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเข้าจับกุมหญิงดังกล่าว

ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.วิชุดา อายุ 28 ปี ผู้นำโทรศัพท์พร้อมแอพพลิเคชั่นธนาคารมาส่ง และ น.ส.สุพรรณดา อายุ 31 ปี เจ้าของบัญชีธนาคาร ไม่นานก็มีชายอีก 2 คน ที่เป็นเจ้าของบัญชีธนาคาร มารอรับเงินค่าจำหน่ายบัญชี คือนายธีรพัฒน์ อายุ 31 ปี และนายอภิรักษ์ อายุ 21 ปี พร้อมยึดของกลางโทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง ผูกแอพพลิเคชั่นบัญชีธนาคารพร้อมใช้งาน 10 บัญชี และเงินสดล่อซื้อ จำนวน 150,000 บาท
พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อหรือขายเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนาม ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้ ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด และเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ บช.สอท.จะได้ทำการสืบสวนขยายผลจับกุม และติดตามกรณีที่มีผู้กระทำความผิดลักษณะเช่นนี้ต่อไป


