คนร้ายลวงสาวเข้าโรงแรม ก่อนฉกเก๋งขาย 2.3 หมื่น โชคดี ตร.ตามสกัดทัน
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. สั่งการให้ พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผกก.2 บก.ทล. พ.ต.ต.กฤษฎา พ่วงปาน สว.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. ร่วมกันจับกุม นายสหรัฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร” พร้อมของกลาง รถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว ได้บนถนนทางหลวงหมายเลข 323 กม.29 ต.ท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ว่า น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความว่าเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.68 ตนนัดพบกับนายธีรชัย (สงวนนามสกุล) ซึ่งรู้จักกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และนัดพบกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.พุทธมณฑล

หลังจากนั้นปรากฏว่าระหว่างอยู่ด้วยกันภายในห้องพักของโรงแรม นายธีรชัยอาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายเข้าห้องน้ำ ฉวยโอกาสลักเอากุญแจรถของผู้เสียหาย ก่อนขับรถหลบหนีไป ซึ่งจากการสืบสวนติดตามทราบว่าคนร้ายขับรถมุ่งหน้าออกจาก จ.นครปฐม มุ่งหน้าไปยังจังหวัดกาญจนบุรี จนกระทั่งสกัดจับได้ดังกล่าว
สอบสวนนายสหรัฐให้การว่า เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ติดต่อจากชายคนหนึ่งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเสนอขายรถเก๋งของกลาง อ้างว่าซื้อรถคันนี้มาได้ 1 ปีแล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อเจ้าของเดิมได้ จึงไม่มีเล่มทะเบียนรถ เลยต้องการจะขายต่อให้ตนราคาแค่ 23,000 บาท โดยตกลงนัดรับรถบริเวณใกล้ๆ กับโรงแรมที่เกิดเหตุ หลังพบกันแล้วตนก็จ่ายค่ารถเป็นเงินสด ก่อนจะขับออกมาจนกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว
นายสหรัฐให้การต่อว่า เบื้องต้นตนขอให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์ แต่รับสารภาพในข้อหารับของโจร จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง สภ.พุทธมณฑล ดำเนินคดี และติดตามตัวนายธีรชัย ผู้ก่อเหตุลักรถยนต์ของผู้เสียหาย มาดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดต่อไป

พล.ต.ต.พรศักดิ์กล่าวว่า ขอเตือนภัยการรับซื้อรถยนต์ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดเป็นอย่างมาก ว่ารถคันดังกล่าวอาจได้มาด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ซื้ออาจมีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร จึงขอให้ตรวจสอบที่มาของรถ, เอกสารสิทธิ และความถูกต้องก่อนมีการซื้อขายกันทุกครั้ง
พล.ต.ต.พรศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนการนัดพบกับบุคคลที่รู้จักกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อาจมีความเสี่ยงถูกมิจฉาชีพหลอกลวง หรือก่อเหตุอาชญากรรม ก็ขอให้ตรวจสอบข้อมูลคู่สนทนาให้รอบคอบ หลีกเลี่ยงนัดพบในสถานที่ลับตาคน หรือสถานที่ส่วนตัว ไม่ควรนำทรัพย์สินมีค่าไปแสดง และควรแจ้งบุคคลใกล้ชิดให้ทราบก่อนการนัดพบ หากพบพฤติการณ์น่าสงสัย หรือคาดว่าจะถูกหลอกลวง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีเพื่อป้องกันความเสียหายด้วย

