ศาลอาญาคดีทุจริตฯรับไว้ตรวจฟ้อง สั่ง กกต.เเจง 10 ข้อคดีฮั้ว สว. ก่อนนัดฟังคำสั่งรับคดีไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่27ม.ค.69
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องคดี อท.185/2568 คดีที่ นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง ไปยื่นฟ้อง นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กับพวก กกต. และ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รวมทั้งหมด 8 คน เป็นจำเลย ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91, ม.157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 32 วรรคหนึ่ง, 88 ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566 ข้อ 92,93 จากคดีฮั้ว สว. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 และนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาวันนี้ โจทก์เดินทาง มาศาล
โดยก่อนหน้านี้ศาลเคยนัดฟังคำสั่ง คำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 พ.ย. วันดังกล่าว ศาลมีคำสั่งให้โจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้องโดยทำคำฟ้องฉบับใหม่มายื่นต่อศาลภายในวันที่ 4 ธ.ค. โจทก์ยื่นคำฟ้องฉบับใหม่ต่อศาลวันที่ 4 ธ.ค. ซึ่งเป็นการยื่นภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงให้รับฟ้องฉบับดังกล่าวไว้เพื่อตรวจฟ้อง
ศาลสอบโจทก์เกี่ยวกับการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในคดีนี้เพื่อวัตถุประสงค์ใด โจทก์แถลงว่า เพื่อต้องการให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนสิทธิการ สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดต่อศาลฎีกา
ส่วนที่โจทก์บรรยายฟ้อง ว่าหากจำเลยที่ 1-7และ 8 ไม่สั่งรับเรื่องและไม่แต่งตั้งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ย่อมทำให้พ้นกำหนดระยะเวลาในการดำเนินคดีแก่ผู้ถูกกล่าวหาจำเลยจำนวน 229 คนนั้น เป็นกรณีที่โจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีอาญาแก่บุคคลดังกล่าว ซึ่งสามารถฟ้องร้องร้อง ดำเนินคดีได้โดยไม่จำต้องรอคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งแต่อย่างใด เพื่อให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดี
เห็นควรมีหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมแนบสำเนาคำฟ้อง และสำเนารายงานกระบวนพิจารณาฉบับนี้ เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. การสั่งรับเรื่องไว้ดำเนินการสืบสวน และการแต่งตั้งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ตามฟ้องเกิดขึ้นเมื่อใด
2.การสั่งรับเรื่องไว้ดำเนินการสืบสวน และการแต่งตั้งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ดังกล่าวเป็นไปโดยล่าช้าหรือไม่ เพราะเหตุใด
3.การสืบสวนและไต่สวนดังกล่าวมีการขยายระยะเวลาหรือไม่ เพราะเหตุใด เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับใด พร้อมจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง
4.การสืบสวนและไต่สวนดังกล่าวมีกรอบระยะเวลาเท่าใด เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับใด พร้อมจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินการสืบสวนและไต่สวนเป็นไปตาม กรอบระยะเวลาหรือไม่ เพราะเหตุใด
5.หากคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ดำเนินการภายในกรอบระยะเวลาดังกล่าวแล้วจะส่งผลอย่างไร
6.การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 เป็นไปตาม กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับใด เหตุใดจึงมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการคณะดังกล่าว พร้อมจัดส่ง เอกสารที่เกี่ยวข้อง
7.ปัจจุบันการสืบสวนและไต่สวนดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนใด ผลเป็นประการใด พร้อมจัดส่ง เอกสารที่เกี่ยวข้อง
8.กรณีตามฟ้อง เอกสารในสำนวนคดีของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 เป็นเอกสารใด มีลักษณะเป็นความลับหรือไม่ และมีการนำเอกสารในสำนวนคดีดังกล่าวเผยแพร่ สู่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ พร้อมจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง
9.การยื่นขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนอกจากต้องยื่นคำร้องคัดค้าน ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว สามารถทำได้โดยวิธีใด และมีกรอบระยะเวลาหรือไม่ อย่างไร
10.นอกจากคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว ผู้ใดมีสิทธิยื่นขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับ เลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาต่อศาลฎีกา และหากมีการยื่นขอให้เพิกถอนดังกล่าวมีกรอบระยะเวลาหรือไม่ เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับใด
เห็นควรมีหนังสือถึงสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง พร้อมแนบสำเนาคำฟ้อง และสำเนารายงานกระบวนพิจารณาฉบับนี้ เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนใด ผลเป็นประการใด พร้อมจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ส่งหนังสือ ชี้แจงข้อเท็จจริงและจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมายังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ภายในวันที่ 23 ม.ค.2569
เพื่อประโยชน์แก่การพิจารณามีคำสั่งหรือพิพากษา จึงให้เลื่อนคดีไปนัดฟังคำสั่งหรือ คำพิพากษาในวันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น.
นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม อธิบายเพิ่มเติมว่า คดีนี้ผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ไม่ใช่พนักงานอัยการหรือคณะกรรมการป.ป.ช. ซึ่งกระบวนการในคดีที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งว่าจะรับไว้ไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่ ศาลมีอำนาจในการตรวจฟ้องก่อน คดีนี้ยังคงอยู่ในชั้นของการตรวจฟ้อง ศาลเพียงรับคำฟ้องของโจทก์ที่ยื่นเอาไว้เพื่อตรวจฟ้องเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนของการตรวจฟ้องศาลจะพิจารณาจากเอกสารที่ศาลมีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ คณะกรรมการกกต. และสถานีตำรวจชี้แจงมา หากพิจารณาแล้วเห็นว่าคำฟ้องถูกต้องตามกฎหมาย ศาลจะมีคำสั่งรับคดีไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องต่อไป แต่หากคำฟ้องไม่มีมูลเพียงพอที่จะรับไว้ไต่สวนมูลฟ้อง หรือคำฟ้องไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลจะพิจารณาพิพากษายกฟ้อง ในชั้นของการตรวจฟ้องนี้ ผู้ที่ถูกฟ้องยังไม่อยู่ในสถานะจำเลย

