เพื่อนผู้ก่อเหตุ ให้ปากคำ เล่าเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุ ยันไม่ได้อยู่ด้วย ตอนยิงบนทางด่วน

23.12.25 | 21:19 น.

เพื่อนผู้ก่อเหตุ ให้ปากคำ เล่าเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุ ยันไม่ได้อยู่ด้วย ตอนยิงบนทางด่วน

จากกรณีคนร้ายขับรถยนต์โตโยต้า รุ่นเวลไฟร์ สีขาว ทะเบียน 2กผ 7778 กรุงเทพมหานคร ประกบยิงคนขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า อัลติส เสียชีวิตบนทางพิเศษศรีรัช สาเหตุเกิดจากขับปาดหน้ากันมากับรถของผู้เสียชีวิตก่อนถึงด่านเก็บเงิน เมื่อถึงด่านเก็บเงินต่างคนต่างเข้าคนละช่อง แต่รถผู้ก่อเหตุจ่ายเงินแล้วกลับชะลอรถ แล้วขับประกบฝั่งขวา ก่อนใช้ปืนยิง 3 นัด แล้วขับหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเช้ามืดวันที่ 23 ธ.ค.

ล่าสุดพบรถเวิลไฟร์ที่ใช้ก่อเหตุถูกนำไปจอดทิ้งไว้ในโรงแรมพื้นที่จังหวัดนครปฐม ขณะเดียวกันยังไม่ตัดทุกประเด็นทิ้ง แม้พยานชี้ชนวนเหตุจากความไม่พอใจระหว่างขับรถ และพบผู้ก่อเหตุเคยมีหมายจับคดีพยายามฆ่าเมื่อปี 2567 ต่อมาตำรวจได้สอบปากคำ “นายเน” เพื่อนของผู้ก่อนเหตุ นั้น

อ่านข่าวจนท.อายัด เวลไฟร์ ตรวจหาหลักฐาน หลังจอดทิ้งในโรงแรม คาดมือยิง ขึ้นแท็กหลบหนีไปแล้ว

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นายเน เพื่อนของนายสงกรานต์ ผู้ก่อเหตุขับรถโตโยต้า เวลไฟร์ ยิงคู่กรณีเสียชีวิตบนทางด่วน เข้าให้ปากคำกับตำรวจ ก็มาหาผู้สื่อข่าวที่รอทำข่าวที่ สน.ประชาชื่น โดยเล่าว่า มีบางสื่อมวลชนนำภาพของตนเอง ไปนำเสนอว่าอยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุด้วย ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงมาชี้แจงกับสื่อมวลชนว่าในวันเกิดเหตุนั้น ตนเองไม่ได้อยู่ระหว่างเกิดเหตุ

Advertisement

โดยก่อนเกิดเหตุนั้นนายสงกรานต์ได้ มาหารุ่นพี่ของตน โดยตนเองไม่ได้รู้จักกับนายสงกรานต์ เป็นการส่วนตัว เพราะไม่ได้เจอกันมา 2 ปีแล้ว และไม่รู้ว่าทำอาชีพอะไร

จากนั้นรุ่นพี่ของตนเองก็บอกให้พานายสงกรานต์ไปเที่ยวสถานบันเทิงในย่านบางใหญ่ ตนจึงพานายสงกรานต์ไปเที่ยว พอดื่มสุราหมดขวดก็กลับกัน โดยนายสงกรานต์ไปส่งตนเองที่บ้านในย่านบางบัวทอง จากนั้น นายสงกรานต์ก็ขับรถกลับคนเดียว จนกระทั่งไปก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

พอตื่นเช้าขึ้นมาได้เห็นข่าวก็รู้สึกตกใจ เพราะเพิ่งเจอกับงานสงกรานต์เมื่อคืนแท้ ๆ ไม่คิดว่าหลังจากแยกย้ายกันจะไปก่อเหตุยิงคนอื่น จึงตัดสินใจมาพบกับตำรวจ สน. ประชาชื่น เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 20.30 น. รถของผู้ก่อเหตุได้ถึงที่สน.ประชาชื่น เพื่อทำการให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป

เบื้องต้นได้สังเกตป้ายทะเบียนรถได้มีการเปลี่ยนใช้กาวสองหน้าติดเปลี่ยนเป็นป้ายอื่นเป็นที่เรียบร้อย

จากนั้นเมื่อเวลา 20.45 น. ตำรวจได้ให้รถสไลด์มายกรถโตโยต้า เวลล์ไฟร์ ของ นายสงกรานต์ ผู้ก่อเหตุมาจอดไว้ที่ สน. ประชาชื่น หลังจากไปพบว่าถูกจอดทิ้งอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม เพื่อประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป แต่รถยังล็อคประตูอยู่ จึงไม่สามารถเปิดได้ ต้องประสานให้ช่างกุญแจมาเปิด การสังเกตุภายนอกพบว่า มีการติดป้ายทะเบียนปลอมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยใช้เทปกาวสองหน้า เพื่ออำพรางการติดตามของเจ้าหน้าที่