ศาลยกฟ้อง คดีดีอีขอเพิกถอน คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ จัดส่งดาวเทียมไทยคม 7-8

25.12.25 | 14:14 น.

ศาลปกครองกลาง ยกฟ้องคดีดีอี ร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการเกี่ยวกับการจัดส่งดาวเทียมไทยคม 7 -ดาวเทียมไทยคม 8 ชี้ดาวเทียมที่ดำเนินการภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม ไม่สามารถใช้อำนาจรัฐแก้ไขใบอนุญาตได้


เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ยื่นฟ้องขอเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2564 ที่วินิจฉัยว่า ตามสัญญาสัมปทานกำหนดให้บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เดิม มีหน้าที่ส่งดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 พร้อมดาวเทียมสำรอง รวม 4 ดวงขึ้นสู่วงโคจร ในกรณีที่ดาวเทียมดวงหลักหรือดาวเทียมสำรองเสียหายก่อนสิ้นอายุการใช้งานและหรือไม่สามารถใช้งานได้ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เดิม ก็จะต้องส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรทดแทน เพื่อให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุสัมปทาน

ศาลให้เหตุผลว่า ดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เดิม จัดส่งขึ้นสู่ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม เป็นการดำเนินการภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2555 และ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2555 เป็นไปตามบทเฉพาะกาลมาตรา 80 พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ทึ่กำหนดให้ผู้รับอนุญาตสัมปทานจากหน่วยงานของรัฐหรือคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐมีสิทธิประกอบกิจการโทรคมนาคมตามขอบเขตเดิมที่ได้ตกลงกัน และตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ของการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญานั้น

ดังนั้น แม้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการดูแล จัดสรรการใช้วงโคจรดาวเทียมของประเทศไทยอยู่ก็ตาม แต่ก็ไม่อาจตกลงเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานได้ การที่คณะอนุญาโตตุลาการได้มีคำวินิจฉัยดังกล่าว จึงป็นการวินิจฉัยที่ถูกต้องตรงตามเจตนารมณ์แห่งสัญญาแล้ว พิพากษายกคำร้อง

Advertisement