ผบ.ตร.ยัน คดีผู้การนครศรีธรรมราช ไม่ล่าช้า ฮึ่มสอบให้ชัด คลิปเสียงสั่งงาน-เรียกรับผลประโยชน์

26.12.25 | 12:28 น.

ผบ.ตร.เผย คดีผู้การนครศรีธรรมราช  ไม่ล่าช้า มี​ ผบช.ภ.8-จเรตำรวจรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยถึงกรณีคลิปเสียงสนทนาเรียกรับผลประโยชน์ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 (จ.นครศรีธรรมราช) ว่าการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้ล่าช้า และยังอยู่ในกรอบเวลาตามขั้นตอนของต้นสังกัด พร้อมกำชับให้ตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง​ กรณี พล.ต.ต.เกรียงศักดิ์ นุ่นเกลี้ยง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ซึ่งได้ออกมาเปิดใจถูกขบวนการดิสเครดิตกล่าวใช้เงิน 30 ล้านซื้อตำแหน่ง ในฐานะผู้บังคับบัญชามีความเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดและผู้ถูกร้องเรียนย่อมมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความบริสุทธิ์ใจตามกระบวนการ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้จเรตำรวจแห่งชาติเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่แล้ว แม้ผู้บังคับการจะยอมรับว่าเสียงในคลิปเป็นเสียงของตน แต่สาระของบทสนทนาที่มีถ้อยคำลักษณะ “กูไม่ได้ มึงก็ไม่ได้ หรือระนาดกันหมด” จำเป็นต้องพิจารณาอย่างละเอียดว่าเป็นการพูดคุยในเชิงการมอบนโยบาย การกำชับการทำงาน หรือเข้าข่ายการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งต้องตรวจสอบให้ชัดเจนจากพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่สามารถตัดสินจากคลิปเสียงเพียงส่วนเดียวได้

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า ในฐานะผู้บังคับบัญชา หากจะดำเนินการใดๆ ต้องครบถ้วน รอบคอบ และอยู่บนหลักพยานหลักฐาน เมื่อผลสอบออกมาชัดเจน หากพบว่ามีความผิดจริงก็พร้อมดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา ยืนยันว่าจะไม่เข้าข้างใครเด็ดขาด

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวถึงกระแสที่มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำซ้อนในพื้นที่ภาค 8 หลังจากก่อนหน้านี้มีกรณีซื้อขายตำแหน่ง และขณะนี้กลับมีประเด็นเรียกรับผลประโยชน์เข้ามาอีกว่า เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของผู้บังคับบัญชาระดับสูงในพื้นที่ ซึ่งมีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เป็นผู้กำกับดูแล และต้องเร่งรัดการสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

Advertisement

ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส ไม่เกิดความคลางแคลงใจในสังคม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐย้ำว่า ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ต้องให้ความเป็นธรรม ทุกอย่างต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่มีเรื่องต้องกังวล และไม่มีการปกป้องผู้ใดทั้งสิ้น