ตร.จับหัวหน้าขบวนการสแกมเมอร์ชาวรัสเซีย หลอกเหยื่อนักธุรกิจชาวไทยให้หลงรัก ก่อนชักชวนลงทุน

26.12.25 | 22:41 น.

ตร.จับหัวหน้าขบวนการสแกมเมอร์ชาวรัสเซีย หลอกเหยื่อนักธุรกิจชาวไทยให้หลงรัก ก่อนชักชวนลงทุน


เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ต.อ.ณัฐพล รัตนมงคลศักดิ์ ผกก.3 บก.สอท.4 , พ.ต.ท.ทรงกลด มาสม รอง ผกก.3 บก.สอท.4 และ พ.ต.ท.สมคิด ยะราช สว.กก.3 บก.สอท.4 พร้อมชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.4 ร่วมกันสืบสวนจับกุม MR. GABRIEL CHILASHVILI อายุ 31 ปี ชาวรัสเซีย หัวหน้าขบวนการสแกมเมอร์ บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ นำส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.4

พ.ต.อ.ณัฐพล เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม ปี 2566 ผู้เสียหายซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวนครสวรรค์ ถูกกลุ่มคนร้ายปลอมเป็นหญิงสาวหน้าตาดี ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “เบญจมาศ อินทรประเสริฐ” เข้ามาทักทำความรู้จักสร้างความสนิทสนมในรูปแบบของคนรัก แล้วชักชวนให้ลงทุนเทรดทองคำบนแพลตฟอร์มที่คนร้ายสร้างขึ้น ชื่อ “ATFX” โดยคนร้ายอ้างว่าตนเองมีรายได้จากการลงทุนเทรดทองคำระยะสั้น ลงทุนน้อยได้ผลตอบแทนดีและเร็ว ผู้เสียหายพูดคุยด้วยระยะเวลาหนึ่ง จึงเชื่อว่าลงทุนแล้วได้กำไรกลับมาจริง จึงโอนเงินลงทุนไป ซึ่งในช่วงแรกสามารถถอนเงินกำไรออกมาได้จริง

จึงทำให้ผู้เสียหายโอนเงินประมาณ 60,000 บาท จากนั้นไม่สามารถถอนเงินที่ลงทุนไปออกมาได้ ต่อมาผู้เสียหายทราบข้อมูลจากการประสัมพันธ์ของตำรวจไซเบอร์ว่ามีขบวนการคนร้ายที่หลอกลวงในการลงทุนในลักษณะนี้ จึงมั่นใจว่าตนเองถูกหลอกลวงและไม่ได้โอนเงินให้กลุ่มคนร้ายเพิ่มเติมอีก จึงมาแจ้งความ พ.ต.ท.หญิง ธร สุขเรืองวงศ์ สว.(สอบสวน) กก.3 บก.สอท.4 ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายทั้งหมด

Advertisement

พ.ต.อ.ณัฐพล สืบสวนสอบสวนทราบว่า กลุ่มคนร้ายใช้บัญชีม้าในการรับโอนเงินจากผู้เสียหาย และมีการโอนต่อไปยังบัญชีผู้ต้องหาเป็นทอดๆ รวม 10 บัญชี เป็นบัญชีธนาคารของคนไทย 8 บัญชี และเป็นบัญชีธนาคารของหัวหน้าขบวนการชาวรัสเซีย 2 บัญชี เป็นบัญชีผู้รับผลประโยชน์ โดยกลุ่มคนร้ายมีการสร้างความสลับซับซ้อนทางบัญชีด้วยการใช้บัญชีม้าจำนวนมากในการบริหารการเงินของขบวนการ เพื่อให้ยากแก่การติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยพบว่ามีการใช้บัญชีคนไทยทำหน้าที่กดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม จากนั้นจะนำเงินไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลดิจิตัลเพื่อโอนให้ผู้ร่วมขบวนการ การกระทำของกลุ่มผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 จึงได้สั่งการให้สืบสวนจับกุมขบวนการคนร้ายอย่างเคร่งครัด ต่อมาพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.4 จึงร้องขอศาลจังหวัดนครสวรรค์ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดจำนวน 10 ราย โดยชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.4 สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 7 ราย และสามารถอายัดเงินในบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหาไว้ได้มูลค่าร่วม 2 ล้านบาท

พ.ต.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่าจากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้อาศัยวีซ่านักเรียนในพื้นที่ จ.ชลบุรี เข้ามาก่อเหตุหลอกลวงเหยื่อในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 โดยมีการเข้าออกประเทศไทยเป็นจำนวนหลายครั้ง จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์ในการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำความผิดผ่านเงินสกุลดิจิตัล และมีธุรกรรมที่โอนและรับโอนเงินจากบัญชีของกลุ่มคนร้ายจำนวนมาก

การสืบสวนคดีนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ใช้การรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเป็นระบบ การสืบสวนทางการเงินและการสืบสวนทางอินเตอร์เน็ต จนนำไปสู่การจับกุมขบวนการผู้ต้องหาซึ่งมีการแบ่งโครงสร้างและหน้าที่เป็นองค์กรอย่างชัดเจน จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนและคนทำงาน ให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจปลอมมาในคราบความสัมพันธ์เชิงชู้สาวและหลอกให้ลงทุนที่ได้ผลตอบแทนมากเกินความเป็นจริง ทั้งนี้ควรเลือกลงทุนในสถาบันการเงินหรือรูปแบบการลงทุนที่น่าเชื่อถือและมีการตรวจสอบอย่างชัดเจน