อดีตผู้สมัครพรรคส้ม ยันไม่เกี่ยวฟอกเงิน ไม่ได้รับรายเดือน แต่เป็นกรรมการบริษัทจริง 

29.12.25 | 11:32 น.

อดีตผู้สมัครพรรคส้ม ยันไม่เกี่ยวฟอกเงิน ไม่ได้รับรายเดือน แต่เป็นกรรมการบริษัทจริง 
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 29 ธันวาคม ที่ บช.ปส. เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดควบคุมนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต 33 (บางพลัด-บางกอกน้อย ยกเว้นแขวงศิริราช) และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด ลงมาพิมพ์ลายนิ้วมือ

ด้านนายบุญฤทธิ์กล่าวว่า ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงินจากยาเสพติด ส่วนจะยอมรับข้อกล่าวหาหรือไม่ค่อยว่ากัน ขอดูก่อน

ระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อเท็จจริงจากนายบุญฤทธิ์ถึงกรณีที่ถูกจับกุม นายบุญฤทธิ์ปฏิเสธว่าเรื่องที่รับเงินเป็นรายเดือนนั้นไม่เป็นความจริงและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่รู้เรื่องใดๆ เกี่ยวกับเครือข่ายยาเสพติดทั้งสิ้น แต่ยอมรับว่าเป็นกรรมการ 1 ใน 4 บริษัทที่อยู่ในเครือข่ายยาเสพติดรายนี้

นายบุญฤทธิ์ยังกล่าวขอโทษพรรคประชาชนและประชาชนทุกคน โดยยืนยันว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและยอมรับที่ทำผิดนโยบายมีส้มไม่มีเทา พร้อมกล่าวว่า หลังจากนี้คงไม่อาจจะลงเล่นการเมืองได้อีกแล้ว ส่วนเรื่องทางคดีเดี๋ยวต้องพูดคุยกันอีกที

ทั้งนี้ทีมข่าวสังเกตเห็นว่า นายบุญฤทธิ์มีสภาพที่ค่อนข้างอิดโรย สวมแว่นและหน้ากากอนามัย พร้อมตอบคำถามผู้สื่อข่าวทุกคำถาม

Advertisement

ก่อนหน้านี้นำผู้ต้องหาออกมาพิมพ์ลายนิ้วมือ ตำรวจชุดจับกุมได้ทยอยนำพยานหลักฐานสำคัญในคดีเข้ามายังกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง จะมีการแถลงผลการปฏิบัติการในเวลา 11.00 น. ของวันนี้

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 06.00 น. กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ บช.ปส. ปล่อยแถวกำลังพลเปิดปฏิบัติการ Black Mirror TKP ตรวจค้นและทลายเครือข่ายค้ายาเสพติด 22 เป้าหมาย 7 หมายจับ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.ลพบุรี และ จ.ตรัง โดยได้ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี รวมจำนวนกว่า 120 นาย ถือเป็นปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดชุดใหญ่ ส่งท้ายปีเก่า 2568 ต้อนรับปีใหม่ 2569 โดยมี พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. เป็นประธานให้โอวาทและปล่อยแถวกำลังพล

หนึ่งในจุดที่เข้าค้น คือบ้านหรูหลังหนึ่ง เป็นบ้านทรงยุโรป 2 ชั้น ที่หมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ถนนบางแวก แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กทม. จุดดังกล่าวสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 2 ราย เป็นสามีชาวไทยและภรรยาชาวลาว พร้อมของกลางเป็นรถยนต์หรู 2 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน เงินสดมูลค่า 1 ล้านบาท อาวุธปืนสั้น 11 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง อาวุธปืนยาว 5 กระบอก และตุ๊กตาหรูหลายตัว

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) ได้เดินทางมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เปิดเผยถึงปฏิบัติการดังกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา กองกำลังสุรศักดิ์มนตรีสามารถจับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติดชาวลาวได้ จึงได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลพบว่า ขบวนการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคดีค้ายาเสพติดอีกกว่า 7 คดี

ขณะเดียวกันยังพบว่า ขบวนการดังกล่าวได้เปิดบริษัทเครือ TKP จดทะเบียนเป็นบริษัทเกี่ยวกับธุรกิจขนส่ง จำนวน 4 บริษัท แต่ละบริษัทมีกรรมการจดทะเบียนในลักษณะของไขว้กัน แทบไม่ได้ทำกิจกรรมธุรกิจตามที่ได้จดทะเบียนเอาไว้เลย แต่พบว่าทั้ง 4 บริษัทมีเงินสะพัดหมุนเวียนกว่า 2 หมื่นล้านบาทใน 50 บัญชีบริษัท บางบัญชีมีเงินหมุนเวียนสูงสุดถึง 20 ล้านบาท โดยเงินที่หมุนเวียนนั้น พบว่าเป็นเงินที่เชื่อมโยงมาจากขบวนการค้ายาเสพติดและนำมาฟอกเงินอีกที

เป็นเหตุทำให้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดดำเนินการสืบสวนสอบสวนและเปิดปฏิบัติการทลายขบวนการยาเสพติดเครือข่ายดังกล่าว 22 จุดใน 5 จังหวัด โดยมีผู้ต้องหาจำนวน 7 หมายจับในข้อหาเกี่ยวกับฟอกเงินและยาเสพติด ในจุดบ้านพักย่านแขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชันนี้ พบว่าผู้ต้องหาสามีภรรยาคู่นี้เป็นกรรมการบริษัท ให้การยอมรับว่ารับจดทะเบียนเปิดบริษัท แต่ไม่สามารถให้การเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทได้ เพราะไม่ได้ดำเนินธุรกิจเลย

ขณะเดียวกันยังพบว่า หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ เป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตในย่านฝั่งธนบุรี (เขต 33 เขตบางพลัดและบางกอกน้อย ยกเว้นแขวงศิริราช) สังกัดพรรคการเมืองชื่อดังพรรคหนึ่ง ตำรวจได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกจนพบว่ามีพยานหลักฐานทั้งเรื่องของเส้นทางการเงินที่รับเงินจากเครือข่ายดังกล่าวเป็นรายเดือน และผู้ต้องหาสามีภรรยายอมรับว่า ให้เงินกับนักการเมืองรายนี้ จึงนำมาสู่การเสนอหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับ โดยตอนนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดสามารถจับกุมผู้สมัคร ส.ส.รายดังกล่าวได้แล้วและกำลังนำตัวเข้ากองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด