ฝากขังป้าแอน เอานมผสมเดทตอลให้ลูกนายจ้างดื่ม ตร.สอบปากคำเหยื่ออีกรายถูกลักทรัพย์
จากกรณีเพจ เจ๊ม้อย v+ ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 6.7 แสนคน ได้ลงเตือนภัยจากเรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง ที่เจอกับแม่บ้านสุดอันตราย จับได้ว่าแอบวางยาลูกของเธอ อุทาหรณ์คุณแม่ หลังเจอแม่บ้านใจเหี้ยม แอบเทเดทตอลใส่ขวดนมให้ลูกน้อยกิน ชาวเน็ตคอมเมนต์ คาดให้คนทั้งบ้านไปโรงพยาบาล คาดหวังขโมยของภายในบ้าน แจ้งความพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง ถูกชุดสืบสวนบางโพงพางเชิญตัวมาให้บางคำ
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 ธ.ค. พ.ต.ท.ธีรเดช ซ่อนกลิ่น สว.(สอบสวน) สน.บางโพงพาง ควบคุมตัว ป้าแอน หรือ น.ส.อุษณี อายุ 57 ปี ผลัดฟ้องฝากขังผลัดแรกศาลแขวงพระนครใต้ ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน และปลอมปนอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้ และการปลอมปนนั้น น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพ หรือจำหน่าย หรือเสนอขาย สิ่งเช่นว่านั้นเพื่อบุคคลเสพหรือใช้ โดยไม่ได้มีการพูดหรือบอกอะไรแต่อย่างใด แต่คุยกับพนักงานสอบสวนขอเซ็นคำร้องขอให้โทษที่ได้รับเบาลง
ขณะที่มีรายงานข่าวแจ้งว่า พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน. สั่งการให้ทางพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ สอบปากคำคุณโบ ผู้เสียหายอีก 1 ราย ถูกลักทรัพย์ โดยระบุว่า เมื่อช่วงประมาณวันที่ 1 ส.ค. ช่วงดึกได้โพสต์สาธารณะลงในกลุ่มหางานแม่บ้านซึ่งเป็นกลุ่มเปิด ผู้ใช้เฟซบุ๊กทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ชื่อกลุ่ม”หาคนทำงานพนักงานทำความสะอาด แม่บ้าน” ต้องการหาแม่บ้านทำงานรายวันมาทำความสะอาดห้องที่พักอาศัยผู้แจ้ง ที่คอนโด โดยมีรายละเอียดงานว่าทำทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 6 เดือน
ต่อมามีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ลดใส มอน” (ผู้แจ้งไม่ได้บันทึกลิงก์ไว้ และหาข้อมูลได้แล้วผู้แจ้งเข้าใจว่าผู้ต้องหาลบเฟซบุ๊กดังกล่าวไปแล้ว) มาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าวว่าตนอยู่ใกล้ๆ สามารถเดินทางมาทำงานให้ได้ และตนทำงานบ้านเนี้ยบมาก อีกทั้งได้ให้เบอร์โทรไว้ ผู้แจ้งจึงได้โทรศัพท์ไปยังเบอร์ดังกล่าว คุยรายละเอียดงานตกลงกันที่ 1,100 บาทต่อครั้ง โดยให้เวลาทำงาน 3 ชั่วโมง และนัดเริ่มเข้าทำงานวันที่ 8 ส.ค.68 เวลาประมาณ 13.00 น. ผู้ต้องหาเดินทางมาทำงานที่ห้องพักอาศัยก็ยืนคุมคอยบอกจุดที่อยากให้ทำความสะอาดและจุดไหนที่ห้ามทำ จนกระทั่งมีจังหวะหนึ่งที่ผู้ต้องหาได้พูดขึ้นว่าต้องการถุงขยะใบใหญ่
ผู้แจ้งได้หาถุงขยะสีดำใบใหญ่ไปให้ แต่ผู้ต้องหากลับบอกว่าต้องการใหญ่กว่านี้ ผู้แจ้งจึงได้ปล่อยผู้ต้องหาให้อยู่คนเดียวในห้องแล้วลงไปซื้อร้านสะดวกซื้อด้านล่างคอนโดใช้เวลาประมาณทั้งสิ้นประมาณ 20 นาที เมื่อกลับมาก็คุมต่อจนเสร็จสิ้น เวลาประมาณ 15.30 น. ผู้ต้องหาทำความสะอาดเสร็จแล้วได้เดินทางออกจากสถานที่เกิดเหตุไป โดยผู้แจ้ง ได้ชำระเงินจึงได้ตรวจสอบตู้เก็บของภายในซึ่งผู้แจ้งเก็บเงินสดไว้ พบว่าเงินสดหายไปจำนวน 1,000 บาท
ต่อมาในคืนนั้นเองผู้ต้องหาได้โทรมาขอเบิกเงินล่วงหน้าทั้งหมดในของทุกเดือนที่จะมาทำ ซึ่งผู้แจ้งก็ปฏิเสธไป ผู้แจ้งได้บอกแฟนหนุ่ม ไม่ได้พักอาศัยอยู่ด้วยกัน แฟนอยู่พัทยา ปัจจุบันเลิกกันไปแล้วว่าเงินหายแฟนหนุ่มได้แนะนำว่าให้ติดกล้องจะได้มีหลักฐานถ้าผู้ต้องหามาขโมยไปอีกในงานรอบถัดไปผู้แจ้งจึงได้ซื้อกล้องวงจรปิดขนาดเล็กมากสี่เหลี่ยมวางแอบไว้บริเวณทีวีในห้องนอนต่อมาวันที่ 16 ส.ค.68 เวลาประมาณ 13.00 น. ผู้ต้องหาได้เดินทางมายังห้องพักผู้แจ้งเพื่อทำความสะอาดอีกครั้ง ผู้ต้องหาถือข้าวกับน้ำมาให้ โดยบอกว่าซื้อมาฝาก แต่ผู้แจ้งไม่ได้กิน เนื่องจากผู้แจ้งไม่กินของจากคนแปลกหน้า ผู้ต้องหาเริ่มทำงาน และผู้แจ้งได้แจ้งว่าจะลงไปนั่งรอที่ห้องส่วนกลางด้านล่าง ผู้ต้องหาก็ตกลง แล้วผู้แจ้งก็ลงไปนั่งรอ
ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. ผู้เสียหายได้ขึ้นมาหาผู้ต้องหาที่ทำความสะอาดห้องสร็จแล้ว แล้วผู้แจ้งตรวจงานพอใจ ชำระเงิน 1,100 บาท ด้วยการโอนเงิน หรือจ่ายเงินสด ผู้แจ้งจำไม่ได้แล้ว ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเดินทางกลับก็มีการคะยั้นคะยอขอเบิกเงิน ซึ่งผู้แจ้งได้ตอบไปว่าขอปรึกษาแฟนก่อนแล้วผู้ต้องหาก็กลับไป เมื่อผู้แจ้งตรวจสอบตู้เก็บของเดิมที่เงินหาย พบว่าอยู่ในลักษณะเปิดคาอยู่ ผู้แจ้งจึงรีบตรวจสอบทรัพย์สิน พบว่าเงินหายไปจำนวน 5,000 บาท และสร้อยคอ Hermes มูลค่า 21,000 บาทหายไป ผู้แจ้งจึงตรวจสอบภาพเคลื่อนไหวกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ พบว่าผู้ต้องหาลักทรัพย์สินข้างต้นไป
ต่อมาผู้แจ้งได้พูดถามแหย่ๆ ไปเรื่องทรัพย์สิน ที่ผู้ต้องหาลัก ผู้ต้องหาบอกว่าไม่รู้เรื่อง และนัดไปเจอแถวแยกสมุทรปราการ เวลาประมาณ 17.30 น.ของวันเดียวกัน เดินทางไปพบผู้ต้องหา ผู้ต้องหาปฏิเสธหัวชนฝา จนผู้แจ้งเปิดภาพถ่ายกล้องวงจรปิดให้ดู ผู้ต้องหาก็ได้ร้องไห้ขอความเห็นใจและได้คืนทรัพย์สินผู้แจ้งทันทีโดยให้เหตุผลว่าเครียดเรื่องลูกต้องการผ่าตัดด่วน เมื่อผู้แจ้งได้ทรัพย์สินครบ ผู้แจ้งเห็นใจจึงไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหา
ต่อมาวันที่ 30 ธ.ค. เวลาประมาณ 08.37 น. ผู้แจ้งเห็นโพสต์สาธารณะของบัญชีผู้ใช้ เฟซบุ๊ก Yokey R.เกี่ยวกับเรื่องแม่บ้านเทน้ำยาเดทตอลผสมนมให้ลูกกิน ผู้แจ้งเห็นหน้าแม้บ้านดังกล่าวคือผู้ต้องหาที่เคยลักทรัพย์สินผู้แจ้งไป จึงได้ติดต่อไป ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่รายการโหนกระแสทักมาให้ไปอินโฟน (โทรเสียงในรายการ) ผู้แจ้งก็ได้ตอบตกลงไปได้อินโฟนไปในรายการโหนกระแสวันนี้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง แล้วผู้แจ้งเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ได้สำนึกผิดจริงและคาดว่าน่าจะโกหกเรื่องลูกป่วยที่เคยบอกผู้แจ้ง จึงจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาฐานความผิดที่เกี่ยวข้องจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ขณะนี้อยู่รอพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดจากผู้เสียหาย รวมถึงสร้อยที่ได้คืนมาส่งให้ตำรวจทำการตรวจสอบเพื่อทำการอายัดตัวดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

