พ.ต.อ.ภาคภูมิ เปิดปมแตกหัก จี้ บิ๊กโจ๊ก พูดความจริง ย้อนถามใครดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อกลับมารับราชการ 

1.01.26 | 12:39 น.
พ.ต.อ.ภาคภูมิ

พ.ต.อ.ภาคภูมิ เปิดปมแตกหัก จี้ บิ๊กโจ๊ก พูดความจริง ย้อนถามใครดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อกลับมารับราชการ 

จากกรณี พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรอง ผบก.สส.ภ.4 อดีตคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. แจ้งความเอาผิด ออกมาเปิดหน้าสู้ เผยความจริง ว่าต้องทนอยู่ในบ่วงกรรมมานานกว่า 10 ปี ลูกน้องหลายคนถูกทำร้ายจิตใจและร่างกาย ยันไม่ได้ขายนายหวังกลับเข้ารับราชการ

เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย เปิดใจในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ เปิดเผยถึงจุดแตกหักระหว่างตนและ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ว่า มี 3 สาเหตุ 1.มักบิดเบือนข้อเท็จจริง และโยนความผิดให้ผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะเรื่องคลิป ที่มีความพยายามโยนความผิดให้ลูกน้องเป็นคนไปกระทำ เป็นคนติดสินบนคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อที่นำเรื่องนี้ไปข่มขู่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ช่วยเหลือในทางคดี หรือเรื่องคลิปที่บ้าน อ.วันนอร์ ที่นำไปบิดเบือนว่าเป็นการกระทำของลูกน้อง เพื่อไปข่มขู่ท่านที่อยู่ในคลิปให้ช่วยเหลือคดี รวมถึงให้ลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา ไปให้การรับในเรื่องที่เขาไม่ได้กระทำ เพื่อให้เขาช่วยเหลือตนเอง

อ่านข่าวบช.ก. ยันมีหลักฐานโยง “บิ๊กโจ๊ก” คดีทองสินบน 246 บาท จ่อแถลงใหญ่ 5 ม.ค. 69

2.สิ่งที่พบเห็นมาตลอด กระบวนการวิธีการในการต่อสู้คดี เป็นวิธีการที่สุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการถูกคดีเพิ่ม เมื่อสังเกตจะพบว่าคนรอบตัวถูกดำเนินคดีเยอะแยะไปหมด มีคนเดือดร้อนจำนวนมาก มองว่าถ้าเราทำอย่างตรงไปตรงมา มั่นใจว่าไม่ได้กระทำความผิด บริสุทธิ์ ก็ต่อสู้คดีไป เพื่อไม่ให้คนอื่นต้องมารับผิดแทน หรือมาให้การช่วยเหลือจนทำให้เขาและครอบครัวต้องเดือดร้อน

Advertisement

3.มีการข่มขู่ ทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้เขาทำตามอารมณ์ของตนเอง บางทีไม่พอใจก็ลงไม้ลงมือ บางเหตุการณ์ผมเห็นและฟังจากที่เขาเล่า บางคนอยู่รับใช้มา 10 ปี ถูกกระทำอย่างนี้มาโดยตลอด บางครั้งตบจนแก้วหูทะลุยังไม่กล้าบอกพ่อแม่เขาเลย และบางครั้งผู้ที่ถูกกระทำเป็น ตร.ชั้นผู้ใหญ่ ยังมี ตร.ระดับล่างที่ถูกกระทำ และทุกวันนี้ยังมีคนถูกกระทำอยู่ ถ้าตนไม่หยุดเรื่องนี้ ไม่เปิดเผยความจริง การกระทำจะทำอยู่ต่อ ยังมีคนเดือดร้อนหลายคน

สรยุทธถามว่า ผู้ที่ถูกกระทำยศ พ.ต.อ.ขึ้นไป พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า ใช่ครับ สูงกว่าผม ส่วนคนที่ถูกตบแก้วหูทะลุ เป็นระบบ ผู้กำกับ สารวัตร ยศ พ.ต.ท. และ พ.ต.ต. ซึ่งมีการตรวจรักษา มีใบรับรองแพทย์ยืนยัน ซึ่งไม่พอใจก็ตบ บางทีเรื่องไม่เป็นเรื่อง เล็กๆ น้อยๆ ที่ตนเห็นกับตา คือเป็นเรื่องไม่ได้มีอะไร แต่ลงไม้ลงมือ ซึ่งมองว่าไม่ใช่วิธีของผู้บังคับบัญชากระทำต่อผู้ใต้บังคับบัญชา มนุษย์ด้วยกันก็ไม่ควรกระทำต่อกันเช่นนี้

“ตอนแรกผมไม่เชื่อ จนมาเห็นกับตา ผมมาอยู่กับท่านหลังจากน้องๆ เหล่านี้ ส่วนใหญ่จะทำงานอยู่ข้างนอก เป็นชุดสืบสวนทำงานภาคสนาม พอมาต่อสู้คดีร่วมกัน ทำให้มาเห็น 2-3 เหตุการณ์ ตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมน้องๆ เหล่านี้ต้องยอม ยืนให้ตบ หลังจากพูดคุยกับน้องๆ ถามว่าทำไมไม่หลบ เขาบอกว่า ถ้าหลบยิ่งหนักกว่าเดิม ซึ่งทั้งหมดอยู่ในคำให้การ ส่วนตัวผมไม่ได้โดน เขาจะทำเฉพาะคนที่เขาทำได้ คนที่ยอมรับไม่ได้ออกไปหลายคน ขอออกไป ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน”

ส่วนที่เอาปืนจ่อหัวหรือไม่ ตนไม่เคยเห็น แต่ที่เห็นคือ เอามือตบหน้าแบบเต็มแรง 6-7 ครั้ง ด้วยเหตุที่ไร้สาระ และห้ามหลบ ต้องยืนให้ตบ ตบจนหน้าบวม มีคนเห็นเหตุการณ์ 6-7 คน

สรยุทธถามว่า เป็นผู้ใต้บังคับบัญชามากี่ปี พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า ตนมา 2 รอบ ครั้งแรกปี 2561-2563 ต่อมาท่านต้องไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกฯ พอปลายปี 2564-2565 ก็กลับมาอีกครั้ง

สรยุทธถามว่า เป็นมือคลี่คลายคดีเปรี้ยวหั่นศพ ทำภายใต้เขาหรือไม่? พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า ตอนนั้นตนไม่รู้จักเขามาก่อน คดีเปรี้ยวเมื่อประมาณปี 2560 และตนเข้ามาอยู่กับท่านเมื่อปี 2561 ที่มาทำงานร่วมกัน ตอนนั้นมีคดีสแกมเมอร์ครั้งแรกในประเทศไทย เลยได้มีการรู้จักกัน ท่านเห็นความสามารถ เลยชวนมาทำงานด้วย

สรยุทธถามว่า มีส่วนเติบโตเพราะเขา พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า มีส่วนอย่างมาก มีผลงานที่จับกุมต่างๆ ก็ได้รับการโปรโมตจากท่าน ยังรำลึกในบุญคุณของท่านอยู่ ที่ท่านให้การสนับสนุน ทำให้มีการเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

อ่านข่าวเปิดปากครั้งแรก พ.ต.อ.ภาคภูมิ คนสนิท บิ๊กโจ๊ก เผย ทนมากว่า 10 ปี เพื่อความจริง ก็ไม่ลังเล

สรยุทธถามว่า ท่านบอกว่าที่มีภาพเจ้าแม่เว็บพนัน ทำให้ครอบครัวมีปัญหา เลยมาโมโหท่าน พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า เรื่องมินนี่ สังคมทราบ แต่ในวันที่ผมได้โทรไปหาลูกน้องที่ยังอยู่ข้างกายท่าน ในวันที่ท่านไลฟ์สด พูดอยู่ 3 เรื่อง 1.คดีมินนี่ ที่ท่านพูดถึง ขอให้พูดให้หมด ให้ตรงกับข้อเท็จจริง ในเรื่องเงิน 5 แสน ศาลพิพากษาว่าเป็นการยืมเงินกันระหว่าง พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นเงินที่ไม่ได้มาจากการพนัน ขอให้พูดให้หมด เหตุของการยืมเอาไปใช้ทำอะไร ต้องพูดให้หมด เพราะชาวบ้านจะสงสัย จะกลายเป็นว่าท่านไม่รู้เรื่อง ให้ลูกน้องไปทำกันเอง ให้ท่านตอบว่า เงิน 5 แสนที่ยืมกัน ยืมไปทำอะไร 2.ท่านกล่าวหาว่า เพราะคดีมินนี่ทำให้ท่านเดือดร้อน ต้องถูกออกจากราชการทั้งที่ลูกน้องไปทำกันเอง ขอให้ท่านพูดให้ตรงกับความจริง เพราะที่ท่านถูกให้ออกจากราชการ เพราะเรื่องเว็บพนัน BNK ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีมินนี่ คดีมินนี่นั้นตัวท่านและพวกตนยังไม่ถูกให้ออกจากราชการ ดังนั้น ต้องแยก 2 คดี ไม่เกี่ยวกัน คดีมินนี่อยู่ในกระบวนการสอบสวนคดีวินัยอยู่ ดังนั้น ผมได้โทรไปหาลูกน้องข้างกายท่าน บอกให้ท่านพูดความจริง ให้ตรงข้อเท็จจริง

คดีมินนี่ผมมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกันจริงๆ ส่วนคลิปนั้นที่พูดเรื่องยืมเงิน เขายืมเงินหลายครั้ง สักวัน สองวัน ก็คืน แต่ผมไม่ได้มีเงินให้ยืมทุกครั้ง เขายืมผมไม่ต่ำกว่า 30-40 ครั้ง เขายืมไปทำอะไร ยืมไปใช้อะไร มีบางครั้งที่ผมมีเงินไม่พบ แต่เขามาเร่งเพื่อเอาไปใช้ธุระของผู้หลักผู้ใหญ่

สรยุทธถามว่า ที่พูดหมายถึง พ.ต.ท.คริษฐ์ ใช่หรือไม่ ที่เขามายืมบ่อยๆ แต่จริงๆ พ.ต.ท.คริษฐ์ ไม่มีเหตุต้องยืมถูกหรือไม่ พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า ใช่ครับ ทำไมเขาต้องมายืมผม และผมที่เป็นผู้บังคับบัญชาที่มีตำแหน่งสูงกว่าทำไมต้องให้เขายืม เขายืมไปทำอะไร ผมพูดเลยว่าเขายืมไปใช้ในเรื่องส่วนตัวของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แต่สาเหตุทำไมต้องยืมให้ท่านออกมาบอก มี 2 ครั้งที่ผมมีเงินไม่พอให้ยืม จึงขอยืมเงินจากมินนี่ ด้วยความสนิทกัน เข้าจึงโอนมาให้ พ.ต.ท.คริษฐ์ วันรุ่งขึ้นเขาก็โอนมาคืน เป็นการยืมกันคืนกันตามคำพิพากษาของศาล ในทางคดี คดีนี้ท่านไม่มีอะไรไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน แต่ขอให้ตอบว่าเอาเงินที่ยืมไปทำอะไร และเอาเงินจากไหนมาคืน ทุกครั้งที่ยืมมีแชตไลน์ มีบันทึกช่วยจำ ซึ่งเขาไม่ได้ยืมผมคนเดียว ท่านต้องมาตอบว่าเอาเงินไปทำอะไร

และถามว่า ตน, พ.ต.ท.คริษฐ์ และมินนี่ ได้ประโยชน์อะไรจากการยืมครั้งนี้ เงินเอาไปใช้ประโยชน์ของใคร? มองว่าถ้าพูดความจริงแต่แรก ลูกน้องจะไม่มาเดือดร้อนขนาดนี้

สรยุทธถามว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ มาอยู่ข้างคุณหรือยัง? พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า ผมยังไม่รู้ว่าเขาตัดสินใจยังไง ผมบอกน้องๆ ทุกคนว่า ทุกคนอยู่ในกรง อยู่ในเงื่อนไขของแต่ละคน บางคนอยู่ในความกลัว มีบุญคุณ บางคนยังมีเหตุผลที่ต้องอยู่ในกรงนี้ วันนี้ผมมาเปิดประตูให้น้องแล้ว น้องต้องมีความกล้าหาญที่ต้องเดินออกมา

สรยุทธถามว่า ตอนเกิดเรื่องมีประมาณ 8 คน ตอนนี้เข้ามาเป็นพยานกี่คน พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า ตอนนี้มีประมาณ 3-4 คน

สรยุทธถามว่า ที่ตัดสินใจมาไม่กลัวใช่มั้ย พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า คดีที่ผมเข้าไปเกี่ยวข้องเรื่องให้สินบน อัตราโทษสูงถึงตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต การที่ผมตัดสินใจออกมา ผมรู้อยู่แล้วว่าต้องเผชิญกับอะไร 1.ต้องตกเป็นผู้ต้องหา 2.กำลังต่อสู้กับใคร คนที่เขามีศักยภาพด้านการเงิน มีคอนเน็กชั่น จ้างทนาย จ้างสื่อทำไอโอได้ 3.อีกท่านก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในกระบวนการยุติธรรม มีความรู้ด้านกฎหมาย ถ้าไม่ตัดสินใจจริง ไม่สามารถแบกรับสิ่งเหล่านี้ไหว

สรยุทธกล่าวว่า กำลังกล่าวหาว่ามีเหตุจำเป็นต้องไปข่มขู่กรรมการ ป.ป.ช.ท่านนี้ เมื่อมีการแฉ แปลว่าคนให้ต้องโดนด้วย เลยให้พวกลูกน้องรับเป็นเจ้าของทองไป พี่ไม่เกี่ยว เพื่อจะเอาตรงนี้ไปขู่ พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า ใช่ครับ ถ้าผมเอาไปให้เอา จะเอาไปขู่เขาต้องมาเปลี่ยนเป็นทองของคนอื่น ซึ่งจุดนี้ผมมีพยานหลักฐาน ซึ่งตรงนี้เป็นจุดแตกหัก เช่นเดียวกับคลิปบ้าน อ.วันนอร์ เช่นกัน ที่เอาไปอ้างว่าลูกน้องทำเช่นกัน และนำคลิปนี้นำไปข่มขู่กรรมการ ป.ป.ช.ที่อยู่ในคลิปเช่นกัน จึงเป็นจุดที่ตนแยกตัวออกมา
พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า เมื่อก่อนเรื่องนี้ กรรมการ ป.ป.ช.ท่านนี้พยายามขอคืนทองคำ โดยให้มาไปรับคืน เพราะไปขู่เขาไว้แล้วว่าเป็นของผม ซึ่งผมบอกว่า มันไม่ใช่ทองผม ของใคร ใครก็ไปรับเอาเอง เพราะถ้าไปรับเท่ากับว่าเป็นทองผม ผมสงสารท่านที่ถูกกล่าวหา เพราะมีการจัดฉาก เขารู้จักกัน ทำไมไม่ให้กันเอง ทำไมต้องให้ผมไปให้ และให้ถ่ายบันทึกเอาไว้ มองว่ากรรมการคนนี้เสียใจเพราะเขาไม่บริสุทธิ์ใจตั้งแต่แรก ซึ่งกรรมการคนนี้ไม่รู้ตัวว่าถูกถ่าย

สรยุทธถามว่า ตอนนี้กล่าวหาว่าเป็นกระบวนการที่ให้ลูกน้องดำเนินการเก็บหลักฐาน เพื่อเอาคลิปเหล่านี้ไปขู่เขาอีกที พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า ใช่ครับ คลิปมีหมดทุกขั้นตอน ผมรู้ว่าผมจะโดนด้วย อยู่ในดุลพินิจของ ป.ป.ช. ถ้าเห็นว่าผมต้องตกเป็นผู้ต้องหา ผมทำใจไว้แล้วว่าตกเป็นผู้ต้องหา แต่เชื่อว่ากฎหมายจะให้ความเป็นธรรมกับผม

“ผมแยกจากท่านมาตั้งแต่คลิปของ อ.วันนอร์ ซึ่งเหตุการณ์ในคลิป ป.ป.ช.เกิดก่อนเหตุการณ์ อ.วันนอร์ คือ เหตุการณ์สินบนทอง เกิดขึ้นในกันยายน 2567 ส่วนเหตุการณ์ อ.วันนอร์ เกิดธันวาคม 2567 และปล่อยคลิปในต้นเดือนมกราคม กุมภาพันธ์”

สรยุทธถามว่า กรรมการ ป.ป.ช.ท่านนี้ก็แจ้งความ นายคุณก็จะแจ้งความ พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า ไม่เป็นไรครับ แต่ผมว่าท่านใจร้อนไปนิด ถ้าท่านเห็นพยานหลักฐานที่ ตร.เขาแถลง ถ้าเห็นแล้วต้องมีคำตอบให้สังคมอีก การที่ผมแจ้งความกล่าวหา ผมมีหลักฐาน พูดเรื่องจริง การที่ท่านแจ้งความดำเนินคดีผมเป็นสิทธิของท่าน ถ้าท่านไม่ทำอะไรเลยเหมือนเป็นการยอมรับ

สรยุทธถามว่า ท่านบอกว่าคุณถูกหลอก เพราะหวังรอดตัวกลับเข้ารับราชการ พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า ตอนถูกดำเนินคดีใหม่ๆ ยังรับราชการอยู่ ผมทำหนังสือถึงนายกฯเศรษฐา ขอให้ท่านพิจารณาให้ผมออกจากราชการมาต่อสู้คดี แต่ติดเงื่อนไขให้ออกไม่ได้ จนต่อมา ผบ.ตร.ให้ออกจากราชการ ที่ผ่านมาจะเห็นว่าผมไม่ได้ไปเรียกร้องให้กลับเข้ามารับราชการแล้ว การนำประเด็นเหล่านี้มาพูด ต้องย้อนกลับไปดูตัวเองว่าใครกันแน่ที่พยายามดิ้นรนทุกอย่างเพื่อกลับมารับราชการ

สรยุทธถามว่า 2 วันก่อนเขาพยายามติดต่อมา เป็นยังไง พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า เขาติดต่อผ่านรุ่นพี่ที่เคยทำงานด้วยกัน ว่าอยากคุยด้วย อยากเคลียร์ ซึ่งผมไม่มีอะไรจะคุย ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ จนต่อมาเจอไอโอมาถล่มครอบครัวผม ถ้าผมไม่มั่นใจในพยานหลักฐาน ผมไม่กล้าหรอก ก่อนที่จะไปกล่าวหา ผมเอาพยานหลักฐานไปให้ ตร.สืบสวน จนได้ความชัดเจน จนมั่นใจ ก่อนที่จะไปกล่าวหา ยืนยันไม่มีใครมาชี้นำ