สลดรับปีใหม่ หนุ่มวัย 27 ขี่ จยย.ชนไรเดอร์ ร่างกระเด็นเข้าล้อรถเก๋งไฟฟ้า ทับศีรษะดับคาที่ หน้าตลาดบางปะกอก
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 มกราคม ร.ต.อ.นราศักดิ์ วงค์โปทา รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันหลายคัน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบริเวณใกล้เคียงหน้าตลาดบางปะกอก ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราชและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นถนนสุขสวัสดิ์ ขาออก มุ่งหน้าแยกราษฎร์พัฒนา ลักษณะถนน 3 ช่องจราจร บริเวณเลนที่ 2 พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย นอนหงายอยู่บนพื้นถนน ทราบชื่อภายหลังคือนายพรพจน์ อายุ 27 ปี สภาพศพมีบาดแผลเปิดขนาดใหญ่บริเวณหน้าผาก ใบหน้าและศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส มีรอยถลอกทั่วร่างกาย สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาว กางเกงยีนส์ขายาว ถุงเท้าสีขาว

ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น LEAD สีครีม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มคว่ำอยู่บนถนน และรองเท้าแตะสีขาวตกอยู่ในที่เกิดเหตุ
ถัดมาเล็กน้อยพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย คือนายณรงค์ อายุ 31 ปี อาชีพไรเดอร์ ได้รับบาดเจ็บที่มือซ้ายและมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น MSX สีแดง ด้านหลังติดตั้งกล่องใส่อาหาร
นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลพลังงานไฟฟ้า ยี่ห้อไอออน สีเขียว จอดอยู่ไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ โดยมีชายอายุประมาณ 40-45 ปี เป็นคนขับ ยืนรอให้การกับพนักงานสอบสวน

จากการสอบถามนายณรงค์ ผู้บาดเจ็บ ให้การว่า ขณะขี่รถมาตามปกติอยู่ในเลนที่ 2 จู่ๆ รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตได้พุ่งชนท้ายรถของตนอย่างแรง ทำให้รถเสียหลักล้มไถลไปกับพื้นถนนทั้งสองคัน หลังเกิดเหตุตนลุกขึ้นได้ก่อนและเข้าไปดูคู่กรณี พบว่ามีเลือดออกทางปากและจมูกจำนวนมาก ส่วนรถยนต์คู่กรณีไม่ทราบแน่ชัดว่าเข้ามาเฉี่ยวชนหรือไม่
ด้านคนขับรถยนต์ไฟฟ้าให้การว่า ขณะขับมาในเลนที่ 3 เห็นรถจักรยานยนต์ชนกันล้มลงต่อหน้า พยายามหักหลบแล้วแต่ไม่สามารถหลบได้มาก เนื่องจากติดแนวแบริเออร์กั้นขอบทาง ก่อนจะรู้สึกว่าล้อหน้าด้านซ้ายเหยียบวัตถุบางอย่าง จึงรีบหยุดรถและลงมาตรวจสอบ ก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยทันที ยืนยันว่าพยายามหลบอย่างสุดความสามารถแล้ว เหตุเกิดขึ้นอย่างกระชั้นชิด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับแพทย์นิติเวชได้มอบหมายให้อาสาสมัครกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่ภาควิชานิติเวช โรงพยาบาลศิริราช พร้อมเชิญคู่กรณีทั้งหมดไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

