ไฟแนนซ์ทวงค่างวดผ่อนแจ๊ซเมีย ด.ต. เจอข้อหาโพสต์ประจาน ส่วนดาบพกปืนโดนคดีข่มขู่

8.05.17 | 16:11 น.

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ สน.คันนายาว พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยกรณีเพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 โพสต์พนักงานเร่งรัดหนี้สินเข้าไปตรวจยึดรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ ทะเบียน ฌอ 2979 กรุงเทพมหานคร แล้วมีชายไม่สวมเสื้อถือปืนออกจากบ้านแล้วขึ้นไปที่นั่งคนขับ ก่อนขับรถคันดังกล่าวออกไป ต่อมาวันที่ 7 พฤษภาคม นางพัชรินทร์ จันทร์ศิริ และนางดาวรุ่ง สายทองคำ พนักงานเร่งรัดหนี้สินที่ปรากฏในคลิปแจ้งความ สน.คันนายาว เพื่อเอาผิดชายในคลิปซึ่งอธิบายไว้ว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในหมู่บ้านตะวันนา ย่านสายไหม ได้ไปกับทีมงาน 4 คน เพื่อทวงถามการค้างค่างวดผ่อนรถซึ่งไม่มีการจ่ายมา 2 ปี ขณะที่ทำการพูดคุย หญิงที่เป็นผู้ขับรถในขณะนั้นได้โทรเรียกสามีให้ออกมามีการพกพาอาวุธปืนตามคลิปว่า จากการตรวจสอบพบว่าชายในคลิป คือ ด.ต.เอกฉัตร สมสิริ ผบ.หมู่งานสืบสวน สน.บางเขน ทราบว่า ด.ต.เอกฉัตรได้ออกเวรพักผ่อนอยู่ในบ้านพัก ต่อมา น.ส.นพวรรณ จีระ อายุ 34 ปี ภรรยาได้มาเรียกว่ามีคนมาล้อมปล้นจะเอารถไป ด.ต.เอกฉัตรหลับอยู่จึงตกใจจึงนำปืนพกติดตัวไม่ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์จริงหรือไม่ เนื่องจากไม่มีการแจ้งเอกสารแสดงตน

พ.ต.อ.สิงห์กล่าวว่า คดีดังกล่าวต้องแบ่งเป็น 2 กรรม 2 วาระ ส่วนแรกในคลิปมีการใช้อาวุธปืนข่มขู่ จากการตรวจสอบกับผู้บังคับบัญชาของ ด.ต.เอกฉัตร พบว่าการครอบครองอาวุธปืนมีใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนถูกต้อง รวมทั้งมีใบอนุญาตพกพาที่ทางผู้บังคับบัญชาออกให้ไว้ชั่วคราวสำหรับปฏิบัติหน้าที่ โดยทาง ด.ต.เอกฉัตรได้นำอาวุธปืนพร้อมเอกสารหลักฐานมามอบให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งในส่วนนี้จะดำเนินการเตรียมแจ้งข้อหาผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 392 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 6 แห่งประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 22) กับ ด.ต.เอกฉัตร ส่วนคดีแพ่งที่มีการผิดสัญญาการซื้อขายนั้น พบว่าขาดส่งจริง โดย น.ส.นพวรรณระบุว่าพนักงานเร่งรัดหนี้สินไม่ได้แสดงบัตร โดยได้ขอให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบว่ามีการติดตามยึดรถถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ รวมถึงการโพสต์ข้อความประจานลูกหนี้ ผู้ทวงหนี้สามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งการจะยึดรถของไฟแนนซ์ต้องกระทำตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาพ.ศ.2555 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค และขณะนี้มี พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 เรื่องการนำข้อมูลของลูกหนี้ไปเผยแพร่โพสต์ข้อความประจานลูกหนี้ เข้าข่ายความผิด ตามมาตรา 11 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และวรรค (3) การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ต่อมาเวลา 15.45 น. ด.ต.เอกฉัตร พร้อมน.ส.นพวรรณเดินทางมาพบพ.ต.อ.สิงห์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญกับด.ต.เอกฉัตร และจะส่งปืนไปตรวจสอบว่าถูกต้องตามใบอนุญาตพกพาหรือไม่ โดยฝ่ายภรรยาของด.ต.เอกฉัตรต้องการให้ทาตำรวจตรวจสอบโดยใช้อำนาจสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงหาต้นตอของผู้ที่เผยแพร่ ซึ่งการโพสต์ข้อความประจานลูกหนี้ ในลักษณะแบบนี้นั้นอาจเข้าข่าย พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 อย่างไรก็ตามด.ต.เอกฉัตรได้ให้การภาคเสธ และเนื่องจากด.ต.เอกฉัตรได้เข้ามามอบตัวด้วยตนเองจึงทำการสอบปากคำและปล่อยตัวไป