ลูกสาวร้อง พ่อถูกญาติยิงตาย คืนเคาต์ดาวน์ ก่อนถูกจับขู่ฆ่ายกครัว ล่าสุดได้ประกันตัว หวั่นไม่ปลอดภัย
เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร นางสาววิชุดา อายุ 24 ปี พร้อมด้วยพี่สาว ได้เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด หลังจากที่บิดาของตนถูกยิงเสียชีวิต ขณะที่ผู้ก่อเหตุได้รับการประกันตัวออกมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้มีการข่มขู่ว่าจะฆ่ายกครัว
นางสาววิชุดา ลูกสาวของผู้เสียชีวิต ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนวันสิ้นปี วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลาโดยประมาณ 23.00 น. ภายในชุมชนใต้สะพานพระราม 6 เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ขณะนั้นตนกำลังนั่งสังสรรค์กับครอบครัวและญาติอยู่บริเวณท้ายรถกระบะของบิดา นายสาธร ผู้เสียชีวิต โดยบรรยากาศเป็นไปตามปกติ

ก่อนหน้านั้น ในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ลูกเลี้ยงของนายสุนทร ผู้ก่อเหตุ อายุประมาณ 17 ปี ได้มีการปาประทัดหรือระเบิดไข่ก๊อง ใกล้กับรถของน้าและลุงของตน ทำให้น้าและลุงเข้าไปตักเตือนว่าไม่ควรเล่นในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อรถยนต์ และขอให้ไปเล่นที่อื่น ซึ่งเด็กคนดังกล่าวตอบรับว่า “ครับๆ” แต่ตนสังเกตเห็นว่ามีสีหน้าไม่พอใจ
ด้วยความที่ก่อนหน้านี้ลุงและหลานมักจะหยอกล้อกันตามปกติ ลุงของตนจึงตะโกนบอกไปว่า หากไม่พอใจก็ให้ไปฟ้องพ่อเลี้ยงได้เลย โดยไม่ได้คิดว่าจะมีการนำเรื่องไปบอกจริง

ต่อมาในช่วงเวลาประมาณ 19.30 น. นายสุนทร พ่อเลี้ยงของเด็กคนดังกล่าว ได้ออกมาถามลุงของตนว่าเหตุใดจึงต้องพาดพิงถึงตนเอง จนเกิดการโต้เถียงกันขึ้น โดยบิดาของตนได้ลุกขึ้นไปห้ามเป็นครั้งแรก บอกให้นายสุนทรกลับไป แต่บิดาของตนก็กลับมานั่งที่เดิม
อย่างไรก็ตาม นายสุนทรยังไม่ยอมกลับและยังคงโต้เถียงกับลุงของตนต่อไป บิดาของตนจึงลุกขึ้นไปห้ามเป็นครั้งที่สอง โดยบอกให้นายสุนทรกลับไปเช่นเดิม ก่อนจะกลับมานั่งอีกครั้ง แต่เหตุการณ์ยังไม่จบสิ้น
จากนั้น บิดาของตนลุกขึ้นไปห้ามอีกครั้ง เมื่อเห็นว่านายสุนทรเริ่มใช้คำพูดรุนแรง มีการเรียกมึงกู ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยนับถือกันดี บิดาของตนจึงพูดในลักษณะว่า “ไม่ไปใช่ไหม จะเอาให้ได้ใช่ไหม” ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเดินเข้าหากัน
นายสุนทรได้เข้ามาใช้ศอกกระแทกบิดาของตน ซึ่งบิดาของตนจึงใช้มือปัดและต่อยกลับ ทำให้นายสุนทรล้มลงกับพื้น จากนั้นบิดาของตนได้เข้าไปเตะหน้า ก่อนจะมีคนเข้ามาห้ามแยก คือ น้าของตนซึ่งเป็นผู้หญิง และลุงอีกคนที่ดื่มสุราอยู่ใกล้ๆ

ภายหลัง นายสุนทรลุกขึ้นและถอยหลังออกไปประมาณ 3 ก้าว ขณะที่บิดาของตนแยกกลับมานั่งที่วง คิดว่าเหตุการณ์จะยุติแล้ว แต่ในจังหวะนั้น นายสุนทรกลับพูดขึ้นว่า “พวกมึงจำวันนี้ไว้ให้ดี กูจะฆ่ายกครัวพวกมึงให้หมด” พร้อมกับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าข้างหนึ่ง
บิดาของตนคิดว่านายสุนทรน่าจะไม่กล้าทำ เพราะที่ผ่านมาเคยช่วยเหลือกันมา จึงเดินปรี่เข้าไปและพูดว่า “มึงก็มาดิ” จากนั้นนายสุนทรได้ใช้อาวุธปืนยิงทันที นัดแรกยิงเข้าที่ลำตัวบริเวณท้อง บิดาของตนล้มลงในทันที
ในขณะเดียวกัน นายกำธร ลุงของตน เห็นท่าไม่ดีจึงหันหลังวิ่งหนี แต่ถูกนายสุนทรยิงเข้าที่ด้านหลังได้รับบาดเจ็บ ตนจึงตะโกนบอกให้ลุงรีบวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน และนำส่งโรงพยาบาล
กระสุนนัดที่สาม นายสุนทรพยายามจะยิงใส่ตน แต่บรรดาน้าของตนเข้ามาแย่งปืน พร้อมขอร้องไม่ให้ทำร้าย ทำให้กระสุนพลาดขึ้นฟ้า น้าจึงบอกให้ตนรีบหนี ตนจึงวิ่งไปหลบอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุและมองบิดาอยู่ห่างๆ แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้

ระหว่างเหตุการณ์ นายสุนทรได้ใช้อาวุธปืนยิงพ่อของตนซ้ำอีกหนึ่งนัดที่บริเวณหลังคอ และมีท่าทีจะยิงซ้ำอีกครั้ง แต่มีผู้เข้ามาห้ามไว้ ทำให้กระสุนตกลงสู่พื้น หลังจากนั้น นายสุนทรมีลักษณะเหมือนได้สติและถอยออกจากที่เกิดเหตุ พร้อมกับบอกกับผู้ที่อยู่รอบข้างว่าจะขอมอบตัว
ต่อมา แฟนของนายสุนทรได้ช่วยพาพ่อของเขาขึ้นรถกระบะไปส่งโรงพยาบาล แต่แพทย์ได้แจ้งว่า พ่อของเขาไม่มีชีพจรแล้ว ขณะที่ลุงตรานซึ่งไปโรงพยาบาลในช่วงแรกได้รับบาดเจ็บสาหัส

นางสาววิชุดาได้ระบุว่า ปัจจุบันเธอมีพี่สาวเพียงคนเดียว และมีบุตรเล็กอายุ 1 ขวบ โดยไม่ได้ประกอบอาชีพ ส่วนพ่อของเธอเป็นเสาหลักของครอบครัวและดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทำให้ครอบครัวของเธอประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักในขณะนี้
หลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อให้นางสาววิชุดาไปให้ปากคำ และแจ้งว่า ผู้ก่อเหตุอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ก่อนที่จะได้รับการประกันตัวในวันเดียวกัน ส่งผลให้เธอเกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย เนื่องจากบ้านของเธออยู่ห่างจากบ้านของนายสุนทรไม่ถึง 5 ก้าว และเธออาศัยอยู่กับแฟนและลูกเพียงลำพัง
นายจิรัฏฐพัชร์ สิงห์ดวง ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้เปิดเผยว่า ในส่วนของการช่วยเหลือ ทางเพจจะดำเนินการในสองด้าน คือ ด้านแรก จะประสานงานกับผู้กำกับการ สน.ประชาชื่น เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด และด้านที่สอง จะประสานงานกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอคุ้มครองพยาน เนื่องจากในกรณีนี้มีผู้เสียหายเป็นผู้หญิงสองคนและเด็กเล็กอีกหนึ่งคน ซึ่งเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย เพราะบ้านพักอยู่ใกล้กับบ้านของผู้ก่อเหตุ และผู้ก่อเหตุก็ได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว
นอกจากนี้ คำพูดของผู้ก่อเหตุก่อนการลงมือยิงยังสะท้อนให้เห็นถึงความอาฆาตแค้นอย่างชัดเจน เพจสายไหมต้องรอดจึงมีความตั้งใจที่จะติดตามคดีนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เสียหายทั้งสองคนได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากที่ผ่านมา ทั้งสองครอบครัวอยู่ร่วมกันมาโดยตลอดและไม่มีปัญหาขัดแย้งกันมาก่อน ทำให้ไม่ทราบว่าชนวนเหตุใดนำไปสู่ความรุนแรงจนเกิดการสูญเสีย โดยเหตุการณ์นี้ทำให้พ่อของผู้เสียหายเสียชีวิต และลุงได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งราย


