บุกทลายบ่อนโป๊กเกอร์ กลางเมืองชลบุรี ต่างชาติวิ่งหนีวุ่น เผยสืบได้มือถืออาตี๋ เอเย่นต์แก๊สหัวเราะ
จากกรณีเมื่อวันที่ 8 มกราคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ได้ทราบเบาะแสเกี่ยวกับชาวจีนรายหนึ่ง มีพฤติกรรมแอบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านหรูในจังหวัดชลบุรี โดยมักจะปกปิดตัวตน ไม่พบปะผู้อื่น และไม่ค่อยออกจากบ้านไปไหน น่าเชื่อว่าจะอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย
หลังได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส. บก.ตม.3 จึงได้ประชุมสั่งการโดยมอบหมายให้ชุดสืบสวน ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว โดยไปดักซุ่มแฝงตัวไปอยู่บริเวณหมู่บ้านดังกล่าว เพื่อสังเกตความเคลื่อนไหว จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 9 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สังเกตเห็น บุคคลต่างด้าวตำหนิรูปพรรณคล้ายชาวจีน เดินออกมาที่บริเวณหน้าหมู่บ้าน จึงได้เข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรว
ผู้ต้องหาชื่อนายต้าหัว อายุ 22 ปี สัญชาติจีน ไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้ามา ในราชอาณาจักรแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” แต่ระหว่างถูกควบคุมตัวนั้นเอง นายต้าหัว กลับมีท่าทีพิรุธ พยายามลบข้อมูลบางอย่างในโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบโทรศัพท์พบข้อมูลการติดต่อและรูปภาพแก๊สไนตรัสออกไซด์หรือแก๊สหัวเราะในอัลบั้ม จึงได้ขอตรวจสอบบ้านพักที่นายต้าหัวพักอยู่ เพื่อความบริสุทธิ์ใจซึ่งนายต้าหัวยินยอมแต่โดยดี

ผลการตรวจค้นพบถังบรรจุแก๊สไนตรัสออกไซด์จำนวน 19 ถัง สอบถามให้การว่ามีไว้เพื่อเสพเอง ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากสิ่งของที่ตรวจพบมีปริมาณมากเกินไป จึงได้ควบคุมตัวนายต้าหัว ไปทำบันทึกที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม จากการประสานงาน และตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียด กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ปรากฏข้อมูลเพิ่มเติมว่านายต้าหัว เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหา ประกอบธุรกิจจำหน่ายแก๊สหัวเราะโดยผิดกฎหมาย และหลบหนีผ่านชายแดนประเทศลาว เข้ามากบดานในไทย เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่านายต้าหัวน่าจะนำแก๊สไนตรัสออกไซด์จำนวนดังกล่าวเข้ามาเพื่อจำหน่ายและให้บริการ ซึ่งเจ้าหน้าที่มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานประกอบการซึ่งรับเอาแก๊สดังกล่าวไปให้บริการต่อแล้ว ทั้งในพื้นที่ภาคตะวันออก และ กรุงเทพมหานคร จะได้ดำเนินการขยายผลปราบปรามตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ต่อมา วันที่ 10 มกราคม จากการจับกุมนายต้าหัวดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลโดยตรวจสอบโทรศัพท์ พบรูปถ่าย และพิกัดที่ตั้งของบ่อนการพนันแห่งหนึ่งกลางเมืองในพื้นที่จังหวัดชลบุรี นายต้าหัวให้การว่า บ่อนดังกล่าวเป็นบ่อนโป๊กเกอร์แบบใช้ชิปแลกเงินสด เป็นบ่อนลอย ย้ายที่ไปเรื่อยๆทุกสัปดาห์ โดยนัดหมายกันทางโซเชียลมีเดีย
จากสังเกตการณ์บริเวณพิกัดมีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่สามชั้น มีรั้วรอบขอบชิด มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด และรั้วลูกกรงแน่นหนา เจ้าหน้าที่จึงได้นำโดรนปฏิบัติการขึ้นบินสังเกตการณ์จนพบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีคนอยู่มากกว่า 10 ราย มีชาวต่างชาติคล้ายชาวยุโรป และชาวจีน ปะปนกัน น่าเชื่อว่าจะมีการลักลอบเล่นพนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมายจริง ประกอบกับหากเป็นการเนิ่นช้ากว่าจะนำหมายค้นมาได้ พยานหลักฐานจะถูกโยกย้ายหรือทำลายไปเสียก่อน จึงได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ เข้าล็อกตัวคนดูต้นทางและเปิดประตูบุกเข้าตรวจค้นภายในบ่อนดังกล่าวพบผู้ต้องหาชาวต่างชาติ หลายสัญชาติรวมนับสิบราย กำลังเล่นพนันโป๊กเกอร์เอาทรัพย์สินเป็นชิปแลกเงินสดกัน

โดยเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัว พบว่าคนต่างชาติกลับพยายามเก็บเงินสดและชิปแลกเงินวิ่งกระจัดกระจายไปคนละทิศทาง เจ้าหน้าที่ต้องไล่ติดตามจับกุมอย่างทุลักทุเล ก่อนจะควบคุมตัว ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบเอกสารประจำตัวของแต่ละคน พบว่า มีชาวต่างชาติจำนวน 9 ราย แบ่งเป็นชาวฟินแลนด์ 2 ราย ชาวเดนมาร์ค 2 ราย ชาวอังกฤษ 3 ราย ชาวเยอรมัน และชาวจีน อีกสัญชาติละ 1 ราย
นอกจากนี้ในสถานที่เกิดเหตุยังพบ คนไทย 1 รายชื่อนายชาญ (นามสมมติ) รับสารภาพว่าเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “จัดให้มีการเล่นพนันเพื่อนำมาซึ่งประโยชน์แห่งตน” และแจ้งข้อกล่าวหาคนต่างชาติทั้งหมด “ลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 นอกจากนี้จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางโดยละเอียดเจ้าหน้าที่ยังพบว่าชาวอังกฤษ 1 ใน 3 รายที่ถูกจับกุม มีสถานะเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือ overstay จึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 1 ข้อกล่าวหา ก่อนจะเก็บพยานหลักฐาน และควบคุมตัวทั้งหมด ทำบันทึกจับกุมส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

