ดีเอสไอ เผย 3 แม่ลูก ตระกูลพรประภา พบอัยการวันนี้ คดีหุ้น MORE ประสานตม.สกัดหนีตปท.

13.01.26 | 13:08 น.
เอกภัทร พรประภา หรือไฮโซคิม (แฟ้มภาพ)

DSI เผย 3 ผู้ต้องหาตระกูลพรประภา คดีโกงหุ้น MORE เข้าพบอัยการภายในเที่ยงวันนี้ หลัง ‘ไฮโซคิม’ ดอดบวชวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร อธิบดีดีเอสไอชี้แม้บวชก็ต้องสึก วัดไม่ใช่สถานที่ปลอดการบังคับใช้กฎหมาย คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษย้ำชัด ขอศาลอาญาออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว ประสาน ตม.เตรียมสกัดการหลบหนีออกนอกประเทศ ล่าสุด ‘ไฮโซคิม’ สึกแล้ว อ้างพร้อมเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษภายในเที่ยงวันนี้

จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยกองคดีการเงินธนาคารและการฟอกเงิน สอบสวนคดีพิเศษที่ 66/2566 ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กรณีสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ MORE และบริษัทหลักทรัพย์ร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกง โดยนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) มาร่วมสอบสวนตามมาตรา 33 แห่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547

กระทั่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้น ทางคดีมีพยานหลักฐานพอดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 42 ราย เนื่องจากพบพฤติการณ์ร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE อย่างต่อเนื่อง ในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ ทำการส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะทำให้สภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด และเข้าข่ายทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ MORE

อันเป็นความผิดฐานสร้างราคาหลักทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 244/3 (1) และ (2) ประกอบมาตรา 244/5 และมาตรา 244/6 รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 800 ล้านบาท และยังพบว่าการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าวยังเป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงบริษัทหลักทรัพย์ มูลค่าความเสียหายกว่า 4.5 พันล้านบาท อีกฐานหนึ่ง รวมถึงความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 มาตรา 209 และมาตรา 210 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบได้มีความเห็นทางคดี

โดยเมื่อวันที่ 2 พ.ค.67 คณะพนักงานสอบสวน นำสำนวนการสอบสวนเอกสารทั้งสิ้น จำนวน 75 แฟ้ม พร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาดังกล่าวทั้ง 42 ราย ตามพฤติการณ์ความผิดที่แต่ละคนเกี่ยวข้องพร้อมนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย จากนั้นพนักงานอัยการคดีพิเศษได้ยื่นฟ้อง 28 ผู้ต้องหาคดีหุ้น MORE ตามคำสั่งของอัยการสูงสุดในข้อหาฉ้อโกง การสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงการปั่นราคาหุ้นทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิด โดยใช้กฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์ มาตรา 244/3 และ 244/5

Advertisement

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 28 ราย ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว จึงถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่บางรายได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 30 ก.ย.68 และในส่วนของผู้ต้องหาที่เหลือ 14 ราย ได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้งต่ออัยการสูงสุด โดยบางรายได้รับคำสั่งฟ้องและนำตัวไปฟ้องต่อศาลอาญาแล้ว ขณะที่บางรายยังไม่ได้รับการจับกุม และยังเหลืออีก 7 ราย ที่ได้รับการอนุญาตให้เลื่อนการรับทราบคำสั่งจากอัยการ โดยมีการนัดฟังคำสั่งในวันที่ 5 ม.ค.69 และ 16 ก.พ.69

โดยชุดแรกนัดใหม่เมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ประกอบด้วย ผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายเอกภัทร พรประภา, นายอธิภัทร พรประภา และ นางอรพินธุ์ พรประภา อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัด ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายไม่มาพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ ทางอัยการคดีพิเศษจึงให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายจับต่อไป

นอกจากนี้ ในส่วนผู้ต้องหา 4 รายที่เหลือ ประกอบด้วย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ, น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร, นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ และ นายเทียนประเสริฐ พลอำไภ ก่อนหน้านี้ มีการยื่นขอเลื่อนนัดฟังคำสั่ง โดยผู้บริหารสำนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาคำร้องเหตุผลความจำเป็นแล้วอนุญาตให้นัดฟังคำสั่งอีกครั้งวันที่ 16 ก.พ.69

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคม ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานความเคลื่อนไหวภายในดีเอสไอว่า ในส่วนของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายเอกภัทร, นายอธิภัทร และนางอรพินธุ์ ไม่เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษตามหมายกำหนดเพื่อฟังคำสั่งคดี จึงเป็นเหตุให้พนักงานอัยการมอบหมายให้ดีเอสไอดำเนินการขอศาลออกหมายจับเพื่อติดตามนำตัวมาฟังคำสั่งคดี อย่างไรก็ตาม กลับพบความเคลื่อนไหวในส่วนของนายเอกภัทร หรือคิม 1 ใน 3 ผู้ต้องหาสำคัญดังกล่าว ผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก “Yuwared Sarutanond” ที่ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความ ระบุถึงเหตุการณ์การร่วมพิธีอุปสมบท นายเอกภัทร หรือคิม ณ วัดหงษ์รัตนารามราชวรวิหาร ซึ่งเป็นที่ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นผู้ต้องหาที่จะต้องเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษเพื่อฟังคำสั่งคดี แต่กลับมีการเข้าพิธีอุปสมบทในห้วงเวลาดังกล่าว

เรื่องนี้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า กรณีนายเอกภัทร หรือไฮโซคิม ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดหงษ์รัตนารามราชวรวิหาร ขอเรียนว่าการบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ไม่ใช่เหตุให้พ้นความรับผิดในทางอาญา และไม่เป็นเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการจับกุม หรือถูกนำตัวไปดำเนินคดี และวัดก็ไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดจากการบังคับใช้กฎหมายแต่อย่างใด แต่เพียงในวิธีปฏิบัติ หากยังอยู่ระหว่างการอุปสมบท เราอาจต้องประสานเพื่อให้มีการลาสิกขาให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงจะดำเนินการในทางคดี ซึ่งเป็นมารยาทในทางปฏิบัติ จะต้องประสานขอให้สึก

พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า หากในกรณีที่เจ้าตัวไม่ยอมสึก เราอาจจะต้องดำเนินการถูกสั่งให้พ้นจากความเป็นพระ เพราะตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 เข้าใจว่าถ้ามีความผิดทางอาญาก็สามารถสั่งให้มีการสึกได้ แต่โดยในทางปฏิบัติเราอาจไม่ได้ถึงขนาดนั้น แต่เราก็จะมีการประสานเจ้าอาวาสวัดเพื่อทำเรื่องสึกพระ แล้วก็จะมีการดำเนินคดี และจึงจะมีการดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ส่วนกรณีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษได้ประสานมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษว่าให้ไปดำเนินการขอศาลอาญาออกหมายจับ เพื่อติดตามจับผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนั้น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษระบุว่า ได้ดำเนินการกระบวนการขั้นตอนการขอศาลออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว และได้นัดหมายให้ทั้ง 3 รายไปพบพนักงานอัยการคดีพิเศษเพื่อให้มีการดำเนินการ โดยถ้าหากวันนี้ผู้ต้องหาไปพบอัยการตามที่เราได้นัดไว้ ก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

อธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า ได้ประสานให้ทั้งหมดเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษภายในวันนี้ ณ สำนักงานอัยการคดีพิเศษ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ทั้งนี้ ในสำนวนคดึดังกล่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสิ้น 42 ราย ต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ แต่ได้ติดตามตัวไปส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการได้เพียง 29 ราย จึงยังเหลือผู้ต้องหาอีก 7 ราย ส่วนกรณีของ นายอภิมุข บำรุงวงศ์ หรือ ไฮโซปิงปอง 1 ใน 42 ผู้ต้องหาที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้สั่งฟ้องต่อพนักงานอัยการในครั้งแรกนั้น เรายังคงไม่ได้ตัวผู้ต้องหามาสั่งฟ้องต่ออัยการ เพราะทราบว่ามีการหลบหนีไปตั้งแต่ช่วงแรกแล้ว

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษว่า กรณีของ 3 ผู้ต้องหาตระกูลพรประภา ที่ไม่ได้เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษเมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ทราบว่าทั้งหมดได้ประสานมายังพนักงานสอบสวนคดีพิเศษว่าจะเดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษด้วยตนเองภายในวันนี้ ไม่เกินเวลา 12.00 น. แต่วานนี้ (12 ม.ค.) ดีเอสไอก็ได้มีการไปขอศาลอาญาออกหมายจับไว้เรียบร้อย และได้มีการประสานไปยังตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) แล้วเช่นเดียวกัน หากจะมีผู้ต้องหารายใดเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเพื่อหลบหนี ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็จะช่วยควบคุมตัวไว้ให้ เว้นแต่ว่าผู้ต้องหาจะใช้ช่องทางหลบหนีทางธรรมชาติ หรือเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปก่อนแล้ว แต่ยังยืนยันว่า ภายในเที่ยงวันนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย จะต้องเดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ แต่ถ้าหากไม่เข้าพบ ก็สามารถจับกุมได้ทันทีเมื่อเจอตัวที่ใดก็ตาม

ส่วนกรณีไฮโซคิมที่มีข่าวว่าเข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดหงษ์รัตนารามราชวรวิหารนั้น ตามรายงานล่าสุดยืนยันว่า เจ้าตัวได้สึกไปก่อนเรียบร้อยแล้ว เพราะบวชเพียงไม่กี่วัน โดยพบว่ามีการบวชตั้งแต่ห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนในกรณีว่าที่ผ่านมาผู้ต้องหาได้เคยมีการยื่นเอกสารแจ้งเลื่อนเข้าพบพนักงานอัยการหรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนคดีพิเศษระบุว่า ทั้งหมดเคยมีการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมมาบ่อยครั้ง โดยยื่นไปยังหน่วยงานต่างๆ อาทิ ก.ล.ต. และตำรวจ ปอศ. ซึ่งมีหลายประเด็นที่ร้องขอความเป็นธรรม แต่ลักษณะก็คล้ายเป็นการยืดประวิงเวลา

สำหรับสำนวน คดีหุ้นมอร์ (MORE) เมื่อครั้งคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอดำเนินการสอบสวนมีการสั่งฟ้องผู้กระทำผิด จำนวน 42 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มวางแผน 2 ราย 2.กลุ่มสนับสนุน 7 ราย และ 3.กลุ่มเจ้าของบัญชี 33 ราย โดยอัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้องทั้งหมด 42 ราย ประกอบด้วย 1.นายอภิมุข บำรุงวงศ์ 2.นายเอกภัทร พรประภา 3.นายอธิภัทร พรประภา 4.นางอรพินธุ์ พรประภา 5.นายอิทธิวรรธน์ วรรณะเอี่ยมพิกุล 6.บริษัท ตงฮั้วแคปปิตอล จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ 7.บริษัท ตงฮั้ว มีเดีย แล็บ จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ 8.นายสมนึก กยาวัฒนกิจ 9.นายโสภณ วราพร 10.นายวสันต์ จาวลา

11.นายชูโบดีบ พลาชันต้า ดัส (MR.SHUBHODEEP PRASANTA DAS) 12.นายประยูร อัสสกาญจน์ 13.น.ส.จิระวรรณ ไชยพงศ์ผาติ หรือ น.ส.นิชานันท์ จีรไชยวรโชติ 14.น.ส.สุร์ศิริ ปรีดาสุทธิจิตต์ 15.น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา 16.น.ส.อัยลดา ชินวัฒน์ 17.นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ 18.นายมั่นคง เสถียรถิระกุล 19.น.ส.อรเก้า ไกยสิทธิ์ 20.นายเกรียงศักดิ์ วงศ์โอสถพานิช หรือนายฐนวัฒน์ รุ่งสิริประเสริฐ

21.สิริรัตน์ สมณาศรี 22.นายธีรพงศ์ ด่านวณิชวงศ์ 23.นายวิศรุต เจียมจิตพลชัย 24.นายปรณัฐ นุชาชาติพงศ์ 25.นายภูดิท สุจริตกุล 26.นายวัชรินทร์ ยังให้ผล 27.นายธนยุทธ ฤกษ์รักษา 28.นายธรรมนูญ เวชวิทยาขลัง 29.นายภัทร ฉัตรเจริญสุข 30.นายชยพล พันธุ์แพ

31.นายพิเชษฐ์ ผลสุวรรณชัย 32.นางศศินภา วราพร 33.นายกิตติพล ไววิ่งรบ 34.นายไพศาล เกษมศิรินาวิน 35.นายศิริศักดิ์ ปิยทัสสีกุล 36.นายปฏิณวิช รอดบางยาง 37.นายปรีชา วสุโสภณ 38.นายปนิษฐ์ ศุภธาดารัตน์ 39.นายเทียนประเสริฐ พลอำไภ 40.นายวรวุฒิ ศรีโสภิต 41.นายพรเดช อุยะนันทน์ และ 42.น.ส.ปารณีย์ ชวาลา