คุมตัวส่งฟ้องศาล 3 ไฮโซพรประภา คดีปั่นหุ้น MORE – สั่งไม่ให้ประกันตัว พฤติการณ์หวั่นหนี

13.01.26 | 15:54 น.

อัยการคดีพิเศษ ฟ้องแล้ว 3 ผู้ต้องหาตระกูลพรประภา คดีปั่นหุ้นมอร์ ลุ้นประกันตัว ส่วนอีก 6 รายนัดฟังคำสั่ง 19 ก.พ. ออกหมายจับเเล้ว 4 ราย ล่าสุด ศาลไม่อนุมัติประกันตัว ชี้พฤติกรรมหวั่นหลบหนี

เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ พนักงานอัยการได้นำตัว นายเอกภัทร พรประภา นายอธิภัทร พรประภา เเละนางอรพินธุ์ พรประภา 3 ผู้ต้องหาตระกูลดังคดีหุ้นมอร์ (MORE) มายื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญา

ตามคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุดชุดเเรก ในความผิดฐาน ร่วมกันกระทำการสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE และมีลักษณะต่อเนื่องกันโดยมุ่งหมายให้ราคาหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด, ร่วมกันฉ้อโกง, เป็นอั้งยี่ และซ่องโจร ตาม พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 244/3 และมาตรา 244/5

โดยก่อนหน้านี้ทางพนักงาน อัยการคดีพิเศษ 3 ได้นัดตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 มาเพื่อฟังคำสั่งฟ้องในวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ผู้ต้องหาทั้ง 3 ไม่เดินทางมาตามนัดทางอัยการคดีพิเศษจึงให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอไปดำเนินการของหมายจับ ต่อมาทางดีเอสไอได้เเจ้งว่าผู้ต้องหาจะเดินทางมาฟังคำสั่งในวันนี้

จนช่วงบ่ายผู้ต้องหาทั้ง 3 เดินทางมา ทางอัยการคดีพิเศษ 3 จึงได้นำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาเเละศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องเเล้ว อยู่ระหว่างผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และการพิจารณาของศาล

Advertisement

รายงานข่าวเเจ้งว่า จากที่อัยการสูงสุดชี้ขาดฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด 42 ราย ก่อนหน้านี้พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 ได้ยื่นฟ้อง 28 ผู้ต้องหาหุ้นมอร์ ตามคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุด ชุดเเรก โดยมีรายงานว่าผู้ต้องหา 4 รายได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 30 กันยายน 2568

ในส่วนผู้ต้องหาอีก 14 ราย ก่อนหน้านี้ก็ได้เคยมีการยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมไปยังอัยการสูงสุดคนใหม่ เเละมีการขอเลื่อนการรับทราบคำสั่งของอัยการคดีพิเศษ 3 อีกหลายครั้ง โดยอ้างเหตุต่างกัน ซึ่งมีบางรายที่คำสั่งของอัยการสูงสุดลงมาเเล้วทางอัยการคดีพิเศษก็ได้นำตัวยื่นฟ้องต่อศาลอาญา บางรายก็มีการยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมเข้าไปใหม่อีกรอบ บางรายอัยการคดีพิเศษได้ให้ดีเอสไอไปขอออกหมายจับเรียบร้อยเเล้ว เเต่ยังไม่ได้ตัวมาจนได้ตัวมาฟ้องวันนี้ อีก 3 รายเท่ากับทางอัยการคดีพิเศษ

ยังเหลือผู้ต้องหารวม 10 รายที่ยังไม่ได้นำตัวฟ้องศาล โดยอัยการให้ไปดำเนินการออกหมายจับไปเเล้ว 4 ราย ส่วนอีก 6 รายที่เหลือให้นัดมาฟังคำสั่งวันที่ 19 ก.พ.2568 นี้ หากในวันดังกล่าวผู้ต้องหาที่เหลือยังไม่เดินทางมาโดยไม่มีเหตุสมควรตามกฎหมายก็จะพิจารณาดำเนินการให้ดีเอสไอไปขอออกหมายจับต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องหาคดีหุ้นมอร์ ที่อัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้องมีทั้งหมด 42 ราย

1.นายอภิมุข บำรุงวงศ์
2.นายเอกภัทร พรประภา
3.นายอธิภัทร พรประภา
4.นางอรพินธุ์ พรประภา

5.นายอิทธิวรรธน์ วรรณะเอี่ยมพิกุล
6.บริษัท ตงฮั้วแคปปิตอล จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒกิจ
7.บริษัท ตงฮั้ว มีเดีย แล็บ จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ
8.นายสมนึก กยาวัฒนกิจ
9.นายโสภณ วราพร

10.นายวสันต์ จาวลา
11.นายชูโบดีบ พลาชันต้า ดัส (MR.SHUBHODEEP PRASANTA DAS)
12.นายประยูร อัสสกาญจน์
13.นส.จิระวรรณ ไชยพงศ์ผาติ หรือ นางสาวนิชานันท์ จีรไชยวรโชติ
14.นส.สุร์ศิริ ปรีดาสุทธิจิตต์

15.นส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
16.นส.อัยลดา ชินวัฒน์
17.นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ
18.นายมั่นคง เสถียรถิระกุล
19.นส.อรเก้า ไกยสิทธิ์

20.นายเกรียงศักดิ์ วงศ์โอสถพานิช หรือ นายฐนวัฒน์ รุ่งสิริประเสริฐ
21.นส.สิริรัตน์ สมณาศรี
22.นายธีรพงศ์ ด่านวณิชวงศ์
23.นายวิศรุต เจียมจิตพลชัย
24.นายปรณัฐ นุชาชาติพงศ์
25.นายภูดิท สุจริตกุล

26.นายวัชรินทร์ ยังให้ผล
27.นายธนยุทธ ฤกษ์รักษา
28.นายธรรมนูญ เวชวิทยาขลัง
29.นายภัทร ฉัตรเจริญสุข
30.นายชยพล พันธุ์แพ

31.นายพิเชษฐ์ ผลสุวรรณชัย
32.นางศศินภา วราพร
33.นายกิตติพล ไววิ่งรบ
34.นายไพศาล เกษมศิรินาวิน
35.นายศิริศักดิ์ ปิยทัสสีกุล

36.นายปฏิณวิช รอดบางยาง
37.นายปรีชา วสุโสภณ
38.นายปนิษฐ์ ศุภธาดารัตน์
39.นายเทียนประเสริฐ พลอำไภ
40.นายวรวุฒิ ศรีโสภิต
41.นายพรเดช อุยะนันทน์
42.นางสาวปารณีย์ ชวาลา

ทั้งนี้ ศาลอาญาประทับฟ้องคดีไว้พิจารณา หมายเลขดำอ.67/2569 พร้อมทั้งสอบคำให้การจำเลยทั้งสามโดยอ่านและอธิบายฟ้องให้ฟังจนเข้าใจแล้วสอบถามปรากฏว่า จำเลยทั้งสามแถลงให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี ศาลจึงนัดพร้อมคู่ความเพื่อตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย วันที่ 16 มีนาคมนี้ เวลา 09.00 น.

ต่อมา ทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์คนละ 5 ล้านบาท ขอปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสาม ระหว่างการพิจารณา

ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วของจำเลยทั้ง 3 ขอให้ไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว เห็นว่า คดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอต่อการวินิจฉัยแล้ว จึงไม่จำต้องไต่สวน ส่วนที่จำเลยทั้ง3 ขอให้ปล่อยชั่วคราว เห็นว่า การกระทำความผิด ตามฟ้องส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนในตลาด
หลักทรัพย์ และคดีมีมูลค่าความเสียหายสูง

กรณีเป็นเรื่องร้ายแรงประกอบกับจำเลยทั้ง 3 ไม่ไปพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัด จนเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนมาขอหมายจับ และศาลนี้ออกหมายจับจำเลยไว้แล้ว พฤติการณ์แห่งคดีจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จำเลยจะหลบหนี ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง