โฆษกศาลโชว์ผลงาน “Court Marsha” จับจำเลยหนีการพิจารณาคดี 2.2หมื่นหมาย

13.01.26 | 19:40 น.

โฆษกศาล โชว์ผลงาน ”Court Marsha“ หรือ “จั่นเจา”องรักษ์พิทักษ์ศาล จับจำเลยหนีการพิจารณาคดี 2.2หมื่นหมายจับ เฉพาะปี68 จับกว่า 5 พันหมาย ชี้เป็นผลงานสำคัญช่วยกระบวนการยุติธรรมเดินหน้าได้

กรณีที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้ผลักดัน พ.ร.บ.ตำรวจศาล พ.ศ. 2562 ต่อมาจึงเกิด หน่วยงาน เจ้าพนักงานตำรวจศาล Court Marshal มีจุดมุ่งหมายให้ศาลมีหน่วยงานด้านความปลอดภัยและการบังคับใช้คำสั่งศาลโดยตรง ไม่ต้องพึ่งพาตำรวจทุกกรณีเหมือนในอดีต หลายคนเรียกว่า “จั่นเจา” ซึ่งเป็นองครักษ์พิทักษ์“ท่านเปา”แต่สังกัดภายใต้สำนักงานศาลยุติธรรม

เมื่อวันที่ 13 มกราคม  นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เจ้าพนักงานตํารวจศาล คือข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมที่สังกัดอยู่ในสํานักงานศาลยุติธรรมโดยหน่วยงานตรง รับผิดชอบศูนย์รักษาความปลอดภัยของสํานักงานศาลยุติธรรม

เจ้าพนักงานตํารวจศาลมีหน้าที่หลัก กรณีเเรก 1ดูแลใความปลอดภัยของบุคคล และทรัพย์สินทางราชการ โดยเฉพาะประชาชนผู้มาติดต่อราชการ รวมถึงบุคลากรของศาลด้วย

เจ้าพนักงานตํารวจศาลจึงมีหน้าที่ดูแลจัดระบบรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณศาล ในจุดเสี่ยงต่างๆ รวมถึงเรื่องการตรวจสอบการกระทําความผิดที่เกิดขึ้นในบริเวณศาล ไม่ว่าจะเป็นการนําพาอาวุธหรือ สิ่งผิดกฎหมาย เช่นยาเสพติด มีการตรวจค้นเจอในทุกๆวันในทั่วประเทศ  เเละอีกส่วนคือเรื่องการระงับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในบริเวณศาล

Advertisement

ประการที่ 2 ตํารวจศาล มีหน้าที่บังคับ ตามกฎหมาย เรื่องนี้ถือว่ามีส่วนสําคัญเป็นอย่างยิ่งในการทําให้กระบวนการยุติธรรม ครบถ้วนสมบูรณ์และ เดินหน้าต่อไปได้ เจ้าพนักงานตำรวจศาลมีหน้าที่ในการติดตามจับกุมบุคคลซึ่งได้รับการอนุญาตจากศาลให้ปล่อยชั่วคราว แล้วหลบหนี

ถือเป็นภาระหน้าที่อันสำคัญของตํารวจศาลที่จะคอยติดตามจับกุมจำเลยหลบหนีตามหมายจับ เพื่อที่จะทําให้กระบวนการพิจารณาคดีในศาลสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนนี้รวมถึงบุคคลที่ขัดขืนหรือฝ่าฝืนหมายเรียก หรือคําสั่งของศาล ก็เป็นหน้าที่เจ้าพนักงานตํารวจศาล

นายสุริยัณห์ กล่าวว่า เจ้าพนักงานตํารวจศาลจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกเรียกว่าปฏิบัติการ จะมีอายุไม่เกิน 35 ปีคุณสมบัติ หลักๆก็คือในเรื่องการศึกษต้องจบการศึกษาในระดับไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางด้านกฎหมาย หรือรัฐศาสตร์ เเละบริหารรัฐกิจ

แต่ถ้ารัฐศาสตร์หรือบริหารรัฐกิจ กำหนดไว้ว่าจะต้องมีการลงเรียนวิชากฎหมายอาญา และวิชาวิธีพิจารณาความอาญาเอาไว้ด้วย หรืออาจจะเป็นรัฐประศาสนศาสตร์ของโรงเรียนนายร้อยตํารวจก็จะเป็นหลักสูตรที่คุณสมบัติสามารถสอบเข้ามาได้

อีกกลุ่มหนึ่งเรียกว่าปฏิบัติงาน คุณสมบัติอายุไม่เกิน 27 ปี คุณวุฒิการศึกษา ต้องสูงกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่ก็อาจจะต่ำกว่าระดับปริญญาตรี เช่น ปวส.หรือว่าประกาศนียบัตรต่างๆ หรือว่าคุณสมบัติตามที่สํานักงานศาลยุติธรรมประกาศ เมื่อเข้ามาแล้วก็ จะมีการบรรจุแต่งตั้ง โดยก่อนที่จะปฏิบัติงานก็ต้องมีการฝึก อบรมตามหลักสูตรที่สํานักงานศาลยุติธรรม กําหนดเอาไว้ แล้วจึงออกปฏิบัติกระจายอยู่ทั่วประเทศ ขณะนี้ทุกศาลในประเทศมีเจ้าพนักงานตํารวจศาลประจําการอยู่แล้ว 679 คน โดยเฉลี่ยศาลละ1- 4 คน ก็ขึ้นอยู่กับ ปริมาณคดี ภารกิจหน้าที่ของแต่ละศาล

อย่างศาลที่อาจจะมีอัตรากําลังของเจ้าหน้าตํารวจศาลมากกว่าที่อื่นหน่อย ก็อย่างเช่นศาลอาญามี 8 คน

นายสุริยัณห์ กล่าวว่า สำหรับความก้าวหน้าหรือว่าเส้นทางการรับราชการของเจ้าพนักงานตํารวจศาล ของศาลยุติธรรมถึงสูงสุดก็มีสิทธิ์ที่จะดํารงตําแหน่งได้จนกระทั่งถึงรองเลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม

ในอนาคตเจ้าพนักงานตํารวจศาล ที่เราคาดหวังคือการกระจายศูนย์กลางของการบริหารจัดการ ไปสู่สํานักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค โดยจะมีการจัดตั้งศูนย์ ประสานงานของเจ้าพนักงานตํารวจศาลในแต่ละภาคขึ้นมาเพื่อบูรณาการการทํางานของแต่ละภาคให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายสุริยัณห์ กล่าวถึงผลงานหลักของตำรวจศาลที่ผ่านมามีบุกจับจำเลยตามหมายจับศาลหลายรายเเต่ไม่ได้เป็นข่าว สถิติสรุปผลการติดตามจับกุมหมายจับของศาลโดยตำรวจศาล ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 2564- 31ธ.ค. 2568 ตำรวจศาล หรือประมาณ4 ปี ตำรวจศาลจับกุมผู้ต้องหาเเละจำเลยตามหมายจับของศาลได้ถึง22,172 หมาย เฉพาะเมื่อปี 2568 ปีเดียว เจ้าพนักงานตํารวจศาลสามารถดำเนินการตามหมายจับดังกล่าวได้ถึง 5,133 หมาย ถือเป็นผลงานที่ดี ทําให้กระบวนการยุติธรรมสามารถจะเดินไปด้วยฝีมือของเจ้าพนักงานตํารวจศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม