ปปง. ชงยึดทรัพย์ สส.888 มหาศาล 158 ล้าน ทิดอลงกต-หมอบี โดน 60 ล้าน
สำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนัน ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ สรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจ ดังนี้
1.ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 16 รายคดี ทรัพย์สิน 974 รายการ พร้อมดอกผลมูลค่าประมาณ 252 ล้านบาท โดยเป็นทรัพย์สินในคดีสำคัญเกี่ยวกับความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและความผิดเกี่ยวกับการพนันฯ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
1.1 รายคดี นายสิทธิพงษ์ กับพวก กรณีเครือข่ายการค้ายาเสพติด ในพื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 7 รายการ (เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท (คำสั่ง ย.16/2569)
1.2 รายคดี พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือนายอลงกต กับพวก กรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ มีพฤติการณ์กระทำความผิดร่วมกับ นายเสกสันน์ หรือหมอบี ซึ่งแสดงตนเป็นตัวแทนของวัดในการรับบริจาคเงิน เปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ออกใบอนุโมทนาบัตรของวัด แต่ใช้เงินบริจาคบางส่วนเพื่อการส่วนตัว อันเป็นกรณีความผิดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตฯ และความผิดฐานฟอกเงิน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ การกระทำความผิด จำนวน 20 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ สินค้าแบรนด์เนม และที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท (คำสั่ง ย.6/2569)

1.3 รายคดี นางสาวสุพิชฌาย์ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยงกับกรณีพฤติการณ์กระทำความผิดของ นายธนวันต์ หรือหมอดูตี่ลี่ ฮวงจุ้ย อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 369 รายการ (เช่น เครื่องประดับ วัตถุมงคลสินค้าแบรนด์เนม ยานพาหนะ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 124 ล้านบาท (คำสั่ง ย.7/2569)
1.4 รายคดี นายฉัตรชัย กับพวก พฤติการณ์ความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการพนัน ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้วิธีการถ่ายทอดสด (live) ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ แบ่งกลุ่มย่อยเป็น 2 ห้องสนทนา ห้องแรกใช้สำหรับผู้เล่นพนันเข้ามาดูการถ่ายทอดสดและเล่นพนันออนไลน์ และอีกห้องใช้สำหรับข้อมูลฝากและถอนเงิน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 396 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ ทองรูปพรรณ เครื่องประดับ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 47 ล้านบาท (คำสั่ง ย.1/2569)
1.5 รายคดี กลุ่มบุคคลที่จัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ฯ เว็บไซต์ autowin888 รายนางสาวภัทชา กับพวก ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 56 รายการ (เช่น เงินสด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องประดับ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท (คำสั่ง ย.14/2569)
1.6 รายคดี กลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ราย นายวสุพล กับพวก กรณีชักชวนลงทุนโปรโมตภาพเพื่อรับผลตอบแทน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 9 รายการ (เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท (คำสั่ง ย.15/2569)
2.ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 17 รายคดี ทรัพย์สินกว่า 492 รายการ มูลค่าประมาณ 769 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
2.1 รายคดี พระธรรมวชิรานุวัตร (แย้ม) กรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง กับพวก มีพฤติการณ์ทุจริตเบียดบังเงินของวัดเป็นของตนเอง โอนเงิน ไปยังผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ และนำไปซื้อทรัพย์สินจำนวนมาก คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 205 รายการ (เช่น ที่ดิน ยานพาหนะ เครื่องประดับ วัตถุมงคล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท (คำสั่ง ย.279/2568)

2.2 รายคดี กลุ่มบุคคลที่ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน รายนายทวีศักดิ์ กับพวก กรณีการหลอกลวงผู้เสียหายเชื่อมโยงกันหลายคดี มีข้อมูลเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับบุคคลสัญชาติจีน ที่ถือหนังสือเดินทางกัมพูชา รวมถึงมีธุรกรรมทางการเงินเชื่อมโยงกับนายพัด สุภาภา หรือลี ยงพัด กับพวก คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน ตกเป็นของแผ่นดิน (เพิ่มเติม) จำนวน 11 รายการ (เช่น ห้องชุด ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 350 ล้านบาท (คำสั่ง ย.270/2568)
2.3 รายคดี กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันให้มีการเล่นการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์ www.888point.com รายนางสาวมนทกานติ กับพวก คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 10 รายการ (ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 161 ล้านบาท (คำสั่ง ย.282/2568)
2.4 รายคดี กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันให้มีการเล่นการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ เว็บไซต์ www.gimi888.com และเว็บไซต์อื่นๆ ราย นายชนนพัฒฐ์ กับพวก คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 69 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ ที่ดิน เงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 158 ล้านบาท (คำสั่ง ย.286/2568)

2.5 รายคดี กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันให้มีการเล่นการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ เว็บไซต์ หวยแบงค์.com รายนางสาวนิภาวรรณ กับพวก กรณีเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ และพบพฤติการณ์ โอนเงิน ฝาก-ถอน เงินสด จำนวนมาก โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 10 รายการ (เช่น ที่ดิน ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 28 ล้านบาท (คำสั่ง ย.273/2568)
2.6 รายคดี นายณัฐวัชต์ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 10 รายการ (เช่น เงินสด ทองคำแท่ง และยานพาหนะ) มูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท (คำสั่ง ย.276/2568)
3.ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืน หรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 14 รายคดี ทรัพย์สิน 179 รายการ มูลค่าประมาณ 127 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
3.1 รายคดี สุรเชษฐ์ กับพวก เป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักทรัพย์ฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรม มีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 1 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 58 รายการ มูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท (คำสั่ง ย.220/2568)
3.2 รายคดี นายยงยุทธ กับพวก เป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักทรัพย์ฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 1 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 13 รายการ มูลค่าประมาณ 32 ล้านบาท (คำสั่ง ย.221/2568)
3.3 รายคดี กลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมไฮบริดสแกมข้ามชาติ ราย นางสาววาสนา กับพวก เป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายเพิ่มเติม จำนวน 1 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 1 รายการ มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท (คำสั่ง ย.92/2567) อนึ่ง การประชุมของคณะกรรมการธุรกรรมดังกล่าว เป็นการประชุมตามรอบเดือน ที่กำหนดนัดหมายไว้ล่วงหน้า เพื่อพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามหน้าที่และอำนาจที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 34 โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้พิจารณาดำเนินการตามกรอบกฎหมายและพยานหลักฐานที่ปรากฏ ด้วยความรอบคอบ โดยมุ่งหมายที่จะอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน



